
การถาม การตอบ ระหว่าง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคก้าวไกล กับ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล จากพรรคเพื่อไทย มากด้วยความแหลมคมยิ่งในทางการเมือง
มีคนจำนวนไม่น้อยชื่นชมต่อการตอบอันเปี่ยมด้วยความจัดเจนในทางการเมืองของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
เท่ากับเป็นการสอน”ละอ่อน”ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นคุณ
เพราะไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นท่วงทำนองที่”คร่ำหวอด”อย่างยิ่ง หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการสรุปประมวลลักษณะอันยอดเยี่ยมของพรรคที่ตนเองสังกัดได้เป็นอย่างดี
เป็นความยอดเยี่ยมตั้งแต่ยังเป็นพรรคไทยรักไทย เป็นความยอดเยี่ยมอันต่อเนื่องผ่านพรรคพลังประชาชนกระทั่งมาถึงยุคแห่งพรรคเพื่อไทย
ยืนยันได้อย่างเป็นรูปธรรมในความไม่เหมือนใครและไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถเทียบเทียมได้ อดีตไม่เคยมี ปัจจุบันไม่มีและเชื่อว่าอนาคตก็ไม่น่าจะมี
กระนั้น ภายในความยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เขาก็ได้ทำความผิดพลาดอย่างสำคัญ
นั่นก็คือ ความผิดพลาดจากการที่ไม่ได้ตอบ”คำถาม”
ท่าทีต่อการตั้งคำถามของ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สะท้อนความเป็น”ละอ่อน”ในทางการเมืองอย่างมิได้ปิดบังอำพราง
ไม่ว่าจะมอง”สีหน้า” ไม่ว่าจะมอง”แววตา”ที่นิ่งเฉย
แรกที่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ถามว่าอย่างไรหรือคือ
ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์มเมชั่น สีหน้าและแววตาบ่งบอกอย่างแน่ชัดใน ความกระหายใคร่รู้
แต่ภายหลังจาก นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อธิบายยาวเหยียด คำถามของ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ยังเป็นอย่างไรหรือคือ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์มเมชั่น
ผู้ฟังทางบ้านก็เริ่มสงสัยว่าคำถามนี้ดำรงอยู่บนเป้าประสงค์ที่อยากรู้ด้วยความกระหายหิวอย่างแท้จริง หรือว่ามีจุดหมายอื่นใดแฝงอยู่
ปมอยู่ที่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ล่วงรู้ความนัยหรือไม่
หากใครรู้ว่า นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นบัณฑิตในทางวิศวกรรมศาสตร์(เกียรตินิยมอันดับ 1)จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจสงสัย
ยิ่งรู้ว่าเป็นสาขา”วิศวกรรมคอมพิวเตอร์”ยิ่งเป็น”คำถาม”
ยิ่งเมื่อรู้ว่าเป็นมหาบัณฑิตในด้าน”อินฟอร์มเมชั่น ซายน์ส์”จากสถาบัน JAIST และเคยเป็นรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธ ศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็จะต้อง”ซาโตริ”
“ซาโตริ”ว่าระหว่าง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กับ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ใครมากด้วยเขี้ยวมากด้วยคมกว่ากัน
