
พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศตนเป็น “นักการเมือง” ผลสะเทือนจะกระทบตามมาโดยอัตโนมัติ
กระทบไปยัง “รัฐมนตรี” อีกหลายคน
ถามว่าการดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในจุดอันเป็น “นักการเมือง” หรือไม่
เช่นเดียวกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เช่นเดียวกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
ยิ่งกว่านั้น ยังสะเทือนถึง “คสช.”
ในเมื่อการมาของคสช.มาพร้อมกับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษ ภาคม 2557 ซึ่งเป็น”การเมือง”อย่างแจ้งชัด
ถามต่อไปว่า “แม่น้ำ 5 สาย” เป็น “นักการเมือง” หรือไม่
จากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือนมกราคม 2560 กระบวน
การ”รัฐประหาร”ได้ลากดึงเอา”การเมือง”เข้าไปในทุกพื้นที่
โดยเฉพาะอำนาจจาก”มาตรา 44″
ไม่ว่าจะเป็นการชักเข้าชักออกในเรื่องรถกระบะ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาอันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพรป.ว่าด้วยพรรค การเมือง
เพื่อประโยชน์”ชาติ” หรือเพื่อประโยชน์พวกพ้องของตนที่ตระ
เตรียมในเรื่อง “พรรคทหาร”
พรรคทหารอันเป็น”นอมินี”ให้กับ”พรรคคสช.”
มีคำถามไปยังคสช.ว่า อุบัติแห่งคสช.เป็นเช่นเดียวกับ”คณะ
ราษฎร์” เป็นเช่นเดียวกับ “รสช.”อันมาพร้อมกับขบวนการยึดอำนาจ ปฏิวัติ รัฐประหารหรือไม่
นั่นหมายถึงอุบัติการแห่ง”พรรคทหาร”ตั้งแต่ยังไม่มี”รัฐธรรม
นูญ” ยังไม่มีพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
นี่จะมิใช่เป็นการเอาเปรียบ”พรรคการเมือง”อื่นหรือ
คำถามเหล่านี้อาจมีจดเริ่มต้นจากพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคประ ชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย
แต่คนที่จะต้องตอบ คือ คสช.
แน่นอนที่เห็นและเป็นอยู่ย่อมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามมาด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตามมาด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง
แม้กระทั่ง ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นเลขาธิการคสช.
