‘แผนพิทักษ์เลือกตั้ง 66’ คัมภีร์ตำรวจ ระดม 1.26 แสนนาย-ชูวางตัวเป็นกลาง คุมเข้มความปลอดภัยสมรภูมิดุเดือด
คอลัมน์ โล่เงิน
เข้าสู่โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ รวมทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์
3 พรรคการเมืองหลัก ประชาชน, ภูมิใจไทย และเพื่อไทย ต่างลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยชูนโยบายเรียกคะแนนเสียงกันคึกคัก
บรรยากาศการหาเสียงเกทับบลั๊ฟแหลก แย่งชิงความได้เปรียบกันอย่างเข้มข้น
หวังได้คะแนนจากกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเป็นตัวแปรพลิกผลการเลือกตั้งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
ได้เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ขึ้นมา
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการ ศลต.ตร.
ได้ฤกษ์เปิด ศลต.ตร. ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา จนไปถึง 12 กุมภาพันธ์ รวม 31 วัน
การทำงานของ ศลต.ตร.จะบูรณาการร่วม กกต. ฝ่ายปกครอง และทหาร ในการดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วยทั่วประเทศ
ระดมกำลังตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความปลอดภัย บางจุดจะใช้ตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาร่วมด้วย
ส่วนการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในทุกรูปแบบนั้น สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 25 – 31 มกราคม เน้นกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และอาวุธสงคราม
ให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
รวมทั้งกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของต่างด้าวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
ศลต.ตร.ให้ความสำคัญพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี สระแก้ว และตราด
โดยใช้แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ถึงแม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าระหว่างนี้จะไม่มีการปะทะรอบ 3 ก็ตาม
แต่ ศลต.ตร.ได้วางแผนรองรับไว้ ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในวันเลือกตั้ง หากปะทะในแนวชายแดน จะนำรถหุ้มเกราะอพยพประชาชน ร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมไปถึงจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาคัดกรองข่าวสาร ลดตื่นตระหนกและป้องกันข่าวปลอมที่อาจกระทบความสงบเรียบร้อย
ส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นเดียวกัน ถ้าหากมีสถานการณ์เลวร้ายสุด จะประสาน กกต.ย้ายหรือยุบบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย
โดยจะใช้ทหารเข้ามาร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งพิจารณาปรับเวลาการเลือกตั้ง ให้อยู่ในห้วงเวลาความปลอดภัย
แน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามแผน รหัสเรียกขาน “พิทักษ์เลือกตั้ง/66” ที่ออกในสมัย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ลักกี้นัมเบอร์
เป็นแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง เมื่อปี 2566 ที่ ตร.ยุค “ผบ.ต่าย” ยังใช้เป็นคู่มือในการทำงาน เพื่อสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“พิทักษ์เลือกตั้ง/66” กำหนดแผนเผชิญเหตุ 12 สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างวันเลือกตั้ง พร้อมให้แนวทางแก้ไขสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น
1. เหตุต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง 2. ตรวจพบบุคคลวิกลจริต 3. ไฟฟ้าชอร์ต หม้อแปลงระเบิด 4. ตรวจพบโดรนต้องสงสัย 5. กลุ่มหรือบุคคลก่อเหตุก่อกวน
6. มีการนำยานพาหนะเข้ามาในพื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต 7. เพลิงไหม้ หรือวางเพลิง 8. เหตุยิงอาวุธปืน 9. กรณีพบวัตถุต้องสงสัย ข่มขู่วางระเบิด 10. เกิดเหตุระเบิด
11. กรณีมีการยิงด้วยอาวุธวิถีโค้ง และ 12. เกิดเหตุระเบิดพร้อมกันหลายจุด
อย่างกรณีถ้าพบโดรนต้องสงสัยบินในพื้นที่รับผิดชอบ ขั้นตอนปฏิบัติคือ เจ้าหน้าที่รายงานข้อมูลรายละเอียด ศลต. เพื่อตรวจสอบ ระงับ แล้วจัดกำลังค้นหาผู้ควบคุม รีบปิดกั้นพื้นที่ ถ้ามีวัตถุคล้ายระเบิดติดมากับโดรนให้แจ้งฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนให้นำไปพื้นที่ปลอดภัย แล้วรายงานให้ ศลต.ทราบ เป็นต้น
ใน “แผนพิทักษ์เลือกตั้ง 66” มีแนวทางการปฏิบัติงานให้ตำรวจวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ใช้อำนาจหน้าที่ตำแหน่งสนับสนุนผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ให้แยกแยะระหว่างหน้าที่กับความเป็นญาติ
กรณีตำรวจวางตัวไม่เป็นกลางมีมาตรการจัดการดังนี้
1. การดำเนินการทางปกครอง โดยสั่งให้เดินทางไปปฏิบัติราชการในหน่วยอื่น ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมหรือพ้นจากเขตพื้นที่เดิม, สั่งให้ประจำหรือสำรองราชการ, แต่งตั้งโยกย้ายให้พ้นจากตำแหน่งเดิม และสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือบกพร่องในหน้าที่อันจะเป็นการเสียหายแก่ทางราชการ
2. การดำเนินการทางวินัย ให้พิจารณาลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้วแต่กรณี
สํ
าหรับพื้นที่ ศลต.ตร.จับตา เนื่องจากผู้สมัคร ส.ส.แข่งขันกันสูง อาทิ ตำรวจภูธรภาค 5 สนามเลือกตั้งเชียงใหม่ดุเดือด เดิมเพื่อไทยปักธง แต่เลือกตั้งปี 2566 เสียที่นั่งให้อดีตพรรคก้าวไกล ครั้งนี้พรรคสีแดงประกาศทวงคืนทั้งจังหวัด
เชียงราย เขต 1 : ไม่มีใครยอมใครระหว่างส้มกับแดง
และลำปาง ศึกระหว่าง “บ้านใหญ่” 2 ตระกูล คือ “โล่ห์สุนทร” มุมแดง และ “จันทรสุรินทร์” มุมน้ำเงิน
อีสาน พื้นที่ตำรวจภูธรภาค3, 4 อำนาจเจริญถูกขนานนาม “ศึกสองนางพญา” วัดพลังกันค่ายน้ำเงินกับค่ายแดง
นครราชสีมา ศึกเมืองย่าโมแดงหวังแลนด์สไลด์ยกจังหวัด น้ำเงินยังคงมีฐานเสียงบ้านใหญ่ที่แข็งแกร่ง
อุดรธานี เขต 2 ดวลกันระหว่างแดง เจ้าของพื้นที่เดิม กับผู้ท้าชิงจากส้มและน้ำเงิน
มหาสารคาม แดงกับน้ำเงินแข่งเข้มข้น แดงใช้กลยุทธ์ปราศรัยใหญ่ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจเพื่อรักษาพื้นที่ 6 เขต
ตำรวจภูธรภาค 2 สมรภูมิร้อนแรง ชลบุรีเป็นศูนย์กลาง เรียกว่า “กระสุนปะทะกระแส” มี “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” ผนึก “บ้านใหม่ชมกลิ่น” ภายใต้หลังคาสีน้ำเงินทวงคืนพื้นที่สีส้ม
ไม่ต่างจากระยอง เขต 5 เดือด เช่น ผู้สมัครวัยเก๋าค่ายน้ำเงิน กับหนุ่มไฟแรงคนรุ่นใหม่ค่ายส้ม
ตำรวจภูธรภาค 8-9 ที่สนามเลือกตั้งภาคใต้ นครศรีธรรมราช ช้างชนช้าง น้ำเงินปักหมุด แต่สีฟ้าประกาศยึดฐานที่มั่นทั้งหมด
สงขลา โดยเฉพาะหาดใหญ่ ปะทะทั้ง 3 ค่าย น้ำเงิน-ฟ้า-ส้ม เป็นต้น
ส่วนพื้นที่นครบาล เขต 11 สายไหม ขับเคี่ยวระหว่างค่ายส้ม รักษาฐานเดิม มีแดงส่งผู้สมัครทวงคืนเก้าอี้ และพรรครวมไทยสร้างชาติเจาะฐานเสียงอย่างต่อเนื่อง
