bg-single

อุปถัมภ์ค้ำใคร | ปราปต์ บุนปาน

27.02.2026

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองอย่างในปัจจุบันนี้ อยากเชิญชวนทุกท่านไปอ่านหนังสือ “อุปถัมภ์ค้ำใคร : การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง” เขียนโดย “รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์” จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิมพ์และวางจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์มติชน ตั้งแต่ปี 2565 หรือเมื่อสี่ปีก่อน

ทว่า กลับสามารถนำมาใช้อธิบายสังคมการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ได้อย่างน่าสนใจชวนคิดต่อ

ดังจะขอยกตัวอย่างเป็นเนื้อหาส่วนท้ายๆ ของหนังสือเล่มนี้ ที่ระบุถึง “มรดก (บาป) ทางการเมือง” จากระบอบ คสช. เอาไว้ว่า

อุปถัมภ์ค้ำใคร : การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง เขียนโดย รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์

“เนื่องจากรัฐบาล คสช. ได้ใช้กลไกต่างๆ ทำให้อำนาจทางการเมืองในท้องถิ่นรวมศูนย์อยู่กับระบบราชการ และโดยธรรมชาติของระบบราชการที่มีสายการบังคับบัญชาตามลำดับชั้น ทำให้การใช้อำนาจกระจุกตัวอยู่ที่ผู้มีตำแหน่งระดับสูง

“กลไกการรวมศูนย์นี้ กระทำภายใต้รัฐที่มีนโยบายเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนใหญ่ ทรัพยากรทางอำนาจไม่กระจายตัวสู่ทุนท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการลดทอนอำนาจต่อรองของทุนท้องถิ่น และแน่นอนว่าความสามารถของระบบราชการที่จะระดมประชาชนนั้นอ่อนแอ ทำให้เกิดการพึ่งพิงนายหน้าหรือตัวกลางทางการเมือง (political broker)

“แนวโน้มเช่นนี้ย่อมพัฒนาไปในทิศทางที่ทำให้อิทธิพลของนายหน้าทางการเมืองรวมศูนย์เข้มข้นขึ้น จนในที่สุดนายหน้าเหล่านี้จะสามารถสถาปนาอำนาจนำในพื้นที่ของตน เป็น ‘เจ้าพ่อ’ ดังปรากฏให้เห็นในยุคก่อนได้

“ยิ่งไปกว่านั้นคือการเป็นนายหน้าทางการเมืองที่มีฐานจากระบบราชการ อาจนำมาสู่ความเลวร้ายมากกว่านายหน้าทางการเมืองจากทุนท้องถิ่นเสียด้วยซ้ำไป…

“สิ่งตอบแทน (inducement) ในความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายที่มีอำนาจหรือผู้ให้การอุปถัมภ์ (patron) กับฝ่ายที่อยู่ภายใต้อำนาจหรือผู้รับการอุปถัมภ์ (client) คือตัวบ่งบอกคุณภาพและความสามารถในการปรับตัวเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ ทั้งยังชี้ให้เห็นว่าสิ่งตอบแทนนั้นก่อให้เกิดช่องว่างในการต่อรองของฝ่ายที่อยู่ใต้อำนาจหรือไม่

“แต่ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ที่สร้างขึ้นมาใต้ระบอบ คสช. นั้น ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความกลัว ด้วยการสร้างเงื่อนไขให้ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ ความกลัวที่ขับเคลื่อนการเมืองนี้ย่อมส่งผลให้ผู้ที่ผูกขาดความรุนแรง (เจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพล) มีอำนาจเหนืออำนาจทางสังคมได้

“ทั้งยังผลักดันให้การเมืองเป็นเรื่องของบารมีตัวบุคคล ด้วยการตัดช่องทางมอบสิ่งตอบแทนที่จับต้องได้ในรูปนโยบายและโครงการต่างๆ

รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์

“แม้คนจำนวนมากจะมองว่านโยบายประชารัฐของรัฐบาล คสช. คือการใช้นโยบายประชานิยมแบบที่พรรคไทยรักไทยริเริ่มขึ้นมาในประเทศไทย แต่นโยบายของรัฐบาล คสช. คือนโยบายที่วางตำแหน่งให้ระบบราชการเป็นผู้ให้ โดยปราศจากส่วนร่วมหรือการต่อรองในเครือข่ายระหว่างผู้ให้การอุปถัมภ์กับผู้รับการอุปถัมภ์

“ทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับรัฐแบบเดิม กล่าวคือ การทำให้ประชาชนรับรู้ว่าสิ่งที่ตนได้รับมาจากความเมตตาของรัฐ ไม่ใช่สิทธิในการได้รับบริการจากรัฐที่ตนพึงมีแต่ต้น ด้วยการตัดสินใจเลือกพรรคที่ให้นโยบายตอบสนองต่อความต้องการของตนเอง

“ยิ่งไปกว่านั้น การเมืองในลักษณะนี้ย่อมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเครือข่ายของกลุ่มอำนาจที่สร้างมันขึ้นมาเท่านั้น เพราะเมื่อมีการแข่งขันทางการเมือง ในบริบทเช่นนี้ เราก็อาจคาดเดาได้ว่าพรรคการเมืองและเครือข่ายต่างๆ ที่เข้าร่วมแข่งขันชิงอำนาจทางการเมืองย่อมต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

“ทำให้อาจคาดคะเนได้ว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ในการเมืองไทยจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ถูกทำให้ยอมรับได้สำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรง การใช้การต่อรองระหว่างชนชั้นนำ การใช้เงินในทางการเมือง การเกิดปรากฏการณ์ ‘งูเห่า’ และการใช้ตัวบุคคลที่มีอำนาจบารมีนำนโยบาย

“ขณะที่คนที่ใช้หลักการหรือยึดถืออุดมการณ์ของพรรคไม่สามารถเอาตัวรอดจากสนามการเมืองนี้ได้ ในแง่นี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ภายใต้ระบอบ คสช. เป็นความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ที่มีคุณภาพต่ำที่สุด ล้าหลังที่สุด ไม่ก่อให้เกิดพลวัตเพื่อการพัฒนาต่อไปได้…”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ดูเหมือนความกังวลและข้อสังเกตที่อาจารย์เวียงรัฐนำเสนอเอาไว้ในหนังสือ “อุปถัมภ์ค้ำใครฯ” จะปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น

ในบริบทของสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”
ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูป​สตง.​จาก“องค์กรตรวจจับความผิด สู่องค์กรพิทักษ์เงินของประชาชน”
พระคเณศ เทวดามหาชน—มีงานที่ปราจีนบุรี
ไพร่สมใหม่ : จากโกงสอบสู่การยึดกุมราชการ