เครื่องรางชั้นสูง ‘ตะกรุดเก้ากุ่ม’ หลวงพ่อครูบาวัง วัดบ้านเด่น สุดยอดวัตถุมงคลจังหวัดตาก
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระเกจิอาจารย์แห่งล้านนาภาคเหนือที่เปี่ยมล้นด้วยความเมตตาอีกรูปคือ “หลวงพ่อครูบาวัง พรหมเสโน” วัดบ้านเด่น จ.ตาก
มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย และเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนโดยทั่วไป วัตถุมงคลปรากฏมีผู้ที่มีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ทั้งด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาด
เครื่องรางที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในภาคเหนือ และมีประสบการณ์เข้มข้นเป็นที่ประจักษ์ คือ “ตะกรุดเก้ากุ่ม”
กล่าวกันว่า สร้างขึ้นตามตำราโบราณของล้านนา ประกอบด้วยตะกรุด 9 ดอก ลงอักขระคาถาต่างกัน มัดรวมกันเป็นกลุ่ม โดยมีตะกรุด 8 ดอกล้อมรอบตะกรุดอีก 1 ดอกอยู่ตรงกลางเป็นหัวใจ
สำหรับแบบสามกษัตริย์ ใช้แผ่นโลหะ 3 ชนิด คือ ทองคำ เงิน และนาค โดยครูบาวังลงจารอักขระเลขยันต์ด้วยมือลงบนแผ่นโลหะทีละดอก ครบทั้ง 9 ดอก 9 เอกลักษณ์ประจำตัว
ถือเป็นเครื่องรางชั้นสูงทีเดียว ชาวล้านนากล่าวขานถึงอานุภาพและพุทธคุณว่าสูงครอบจักรวาล
ตะกรุดเก้ากลุ่มในยุคแรก ผู้ที่ได้รับตะกรุดชุดสามกษัตริย์ ล้วนแต่เป็นศิษย์ใกล้ชิดในระดับเจ้านาย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้าเศรษฐีคหบดีผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา
ทุกวันนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลประเภทเครื่องรางที่หายาก

อัตโนประวัติ ถือกำเนิดที่บ้านเหมืองจี้ ต.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2434 ปีเถาะ เป็นบุตรของเจ้าคำปวนและเจ้าบัวเงา ณ ลำพูน บิดามารดาเป็นเชื้อสายเจ้าแห่งภาคเหนือ แต่ครอบครัวของพ่อยึดอาชีพค้าขายทำไร่ทำนาตลอดมา มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 8 คน
ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น “แก้วมหาวงศ์”
อายุ 12 ปี ได้บรรพชาและศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดบ้านเหมืองจี้ กระทั่งเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2455 ณ วัดบ้านแป้น อ.เมือง จ.ลำพูน โดยมีพระกันธิยะ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการปั๋น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการปุ้ม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พรหมเสโน
ออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยครั้งแรกได้ธุดงค์ไปช่วยสร้างวัดต้นธงชัย อ.แม่พริก จ.ลำปาง จนได้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ 4 พรรษา ต่อจากนั้นธุดงค์ไปช่วยสร้างวัดสองแคว อ.เมือง จ.ตาก อีก 2 พรรษา และได้เป็นเจ้าอาวาสเช่นกัน หลังจากนั้นจึงได้มาสร้างวัดบ้านเด่น
ในเวลาที่เดินธุดงค์ 12 ปีนั้น มีอยู่ 2 ปีที่ได้ธุดงค์ไปเมืองย่างกุ้งเพื่อเรียนภาษาพม่า และเรียนเวทมนตร์คาถาภาษาพม่าจนมีความชำนาญอย่างดี จึงเดินทางกลับเมืองไทย
ระหว่างทางได้พบป่าแห่งหนึ่งชื่อ ป่าเด่นกระต่าย ซึ่งมีความร่มเย็นน่าอยู่อาศัย และมีหมู่บ้านที่ห่างไกลและยากจน จึงคิดสร้างวัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลชาวบ้านในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
เริ่มแรกได้สร้างกุฏิมุงหลังคาด้วยแฝกก่อน 3 หลัง ซึ่งนับเป็นสำนักสงฆ์ที่แห้งแล้งยังไม่มีอะไรเลย ต่อมาประชาชนใน ต.หนองบัวเหนือ อ.เมือง จ.ตาก ซึ่งอยู่ในบริเวณที่สร้างวัดบ้านเด่น มองเห็นความจำเป็นของพระสงฆ์ที่ทนทุกข์ยากลำบากในเรื่องความเป็นอยู่ และอาหารการกิน จึงสละแรงกายแรงใจช่วยกันคนละไม้คนละมือร่วมกับพระสงฆ์สามเณร จนได้ศาลาไม้เก่าขึ้นมาหนึ่งหลัง และให้ชื่อว่า วัดบ้านเด่น ตามสถานที่ตั้งวัดซึ่งเป็นป่าเด่นกระต่าย เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ป่าแห่งนี้
ชาวบ้านนิมนต์ขอให้อยู่จำพรรษาที่แห่งนี้ จึงตกปากรับนิมนต์และชาวบ้านก็ร่วมใจกันสร้างกุฏิเล็กๆ มุงแฝกขึ้น ต่อมามีพระสงฆ์มาอยู่จำพรรษาด้วย ในตอนแรกๆ ก็มีกุฏิมุงแฝกอยู่ 3 หลัง
ต่อมามีผู้ที่ได้ยินข่าวว่าได้ช่วยรักษาคนป่วยไข้ให้หายได้ จึงมาฝากตัวเป็นศิษย์กันมากขึ้น ได้มีผู้ศรัทธาบริจาคทรัพย์ช่วยกันสร้างศาลามุงกระเบื้องขึ้น จนกิตติศัพท์เริ่มขจรขจายไปทั่ว
พ.ศ.2508 สร้างอุโบสถจนสำเร็จ โดยไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว แต่ลูกศิษย์และประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาร่วมใจกันสร้างจนสำเร็จลุล่วง นอกจากนี้ ยังสร้างหอระฆัง ถังเก็บน้ำ และเสนาสนะอื่นอีก จนวัดบ้านเด่นมีความเจริญรุ่งเรือง
เป็นพระเถระมีเมตตาสูง อุปการะเลี้ยงดูเด็กที่พ่อแม่ยากจนมาให้ได้มีการศึกษา บางคนได้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ เล่าเรียนสูงจนจบมหาวิทยาลัย ในส่วนของชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย ก็ช่วยรักษาจนหาย
ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตลอดชีวิตจนสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และกำหนดรู้จิตใจของคน ใครมาขอความช่วยเหลือก็ให้หมด

ก่อนที่วัดบ้านเด่นจะมีชื่อเสียงเด่นสมชื่อสมความปรารถนาของครูบาวัง วัดแห่งนี้ได้รับความอุปถัมภ์จากปลัดอำเภอเมืองตากและครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป
ปลัดอำเภอท่านนั้น คือ “ขุนโสภิตบรรณารักษ์” บิดาของจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเลื่อมใสศรัทธาและมอบตัวเป็นศิษย์และเป็นผู้บริจาคทรัพย์หลักร่วมสร้างวัดเป็นจำนวนมาก
เป็นเจ้าอาวาสผู้ถือปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานมาโดยตลอด ได้บำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเสมอมาด้วยความเมตตาปรานี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนมนุษย์ทุกหมู่เหล่า โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนใดๆ จนมีศิษยานุศิษย์มากมายทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีความเชี่ยวชาญในเรื่องรักษาไข้และโหราศาสตร์ รวมทั้งมีพรพิเศษอีกประการหนึ่ง คือสามารถนั่งเทียนสะเดาะเคราะห์ เทียนให้โชคลาภ สามารถผ่านพ้นอุปสรรคในชีวิต
ละสังขารลงด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2516 เวลา 24.00 น. ณ โรงพยาบาลกำแพงเพชร สิริอายุ 82 ปี พรรษา 62
