วัฒนา ปัดอุ้มธรรมกาย แต่ป้องหลักนิติธรรม จวกใช้ม.44จับพระเหมือนผู้ก่อการร้าย-ไม่กลัวนรก

(3 มี.ค.) นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์การปิดล้อม-ตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ภายหลังจากที่หัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 แห่ง รธน.ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ประกาศให้วัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ควบคุม โดยให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติการนำตัว “พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 1,400 ล้านบาท มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังอัยการสั่งฟ้องไปแล้ว
นายวัฒนา ระบุว่า “หนังสือพิมพ์แนวหน้า สำนักข่าวทีนิวส์และนักเขียนซีไรท์ที่สนับสนุนเผด็จการ คสช. กล่าวหาผมและแกนนำพรรคเพื่อไทยอีก 3 ท่าน ว่าเป็นคนของระบอบทักษิณที่ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายเพื่อสร้างสถานการณ์ต่อสู้กับอำนาจรัฐขั้นแตกหัก เพราะเป็นแนวร่วมเดียวกันที่ปรารถนาอำนาจและเสพติดลัทธิแห่งอำนาจจนมัวเมาไม่เลิกถึงวันนี้”
และว่า “ความจริงแล้วธรรมกายเป็นเรื่องของความเชื่อที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง ผู้สนับสนุนจึงมีทั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเหลือง แดง สลิ่ม และสมาชิกของพรรคการเมืองทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ส่วนที่ผมแสดงความคิดเห็นก็ไม่ใช่การปกป้องพระธัมมชโยหรือวัดพระธรรมกาย แต่เป็นการปกป้องหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนที่ถูกรัฐบาลละเมิด”
นายวัฒนา กล่าวต่อว่า “คดีที่เกี่ยวกับธรรมกายแยกออกได้เป็นสองส่วนคือ คดีทางโลกที่พระธัมมชโยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินและรับของโจร ส่วนข้อกล่าวหาทางธรรมที่อ้างว่าคำสอนขัดกับแนวทางพุทธศาสนานั้นจนถึงบัดนี้ยังไม่มีการดำเนินการ”
“ดังนั้น วัดพระธรรมกายยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่สาธุชนหรือสงฆ์ย่อมมีสิทธิเข้าออกวัดเพื่อปฏิบัติศาสนกิจได้โดยชอบ จึงเหลือเพียงกรณีเดียวคือการนำตัวพระธัมมชโยมาขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเหมือนกับคดีอื่นอีกหลายหมื่นคดี แต่หัวหน้ารัฐบาลกลับเลือกออกคำสั่งตามมาตรา 44 กำหนดวิธีปฏิบัติในการจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นพระยิ่งกว่าผู้ก่อการร้าย ทั้งปิดล้อมวัดห้ามคนเข้าออก ตัดเสบียงอาหารพระ ตัดสัญญาณการสื่อสาร สุดท้ายต้องเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์ 2 รายเพราะการลุแก่อำนาจของรัฐบาล” นายวัฒนา ระบุ
นายวัฒฯา กล่าวทิ้งท้ายว่า “อดีตนายกฯ ทักษิณ พรรคเพื่อไทย พวกผมหรือประชาชนทั่วไปไม่มีใครได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้เพราะหากบ้านเมืองวุ่นวายเผด็จการยิ่งจะใช้เป็นข้ออ้างไม่คืนอำนาจให้ประชาชน ส่วนคนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาลจึงฉวยโอกาสจุดชนวนสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างอยู่ในอำนาจต่อ รัฐบาลต่างหากที่เป็นผู้เสพติดอำนาจที่ยึดมาจากประชาชนจนไม่อยากคืน มัวเมาถึงขนาดเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเครื่องสังเวยจนสะกดคำว่า “นรก” ไม่เป็น”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
