bg-single

“แคน-นายิกา” ร่วมจิตอาสาแจกสิ่งของยังชีพ เชื่อสังคมถึงเวลาแห่งการแบ่งปัน

20.04.2020

เมื่อวานนี้ (19 เมษายน 2563) ที่ชุมชนริมทางรถไฟพญาไทหลังรพ.เดชา เขตพญาไท น.ส.นายิกา ศรีเนียน หรือแคน ศิลปินสาว อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ได้ร่วมกับกลุ่มอาสาสมัคร นำข้าวสาร ยารักษาโรค และ ของใช้เบื้องต้น ไปมอบให้กับ ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากปัญหาโรคระบาด โควิท-19 และมาตรการล็อคดาวน์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด

โดยน.ส.นายิกาและกลุ่มอาสาสมัคร ได้ลงพื้นที่ไปให้กำลังใจและมอบสิ่งของต่างๆให้กับผู้ที่อาศัยในชุมชน ดังกล่าว แทบทั้งหมด ได้รับผลกระทบต่อรายได้ อันเนื่องมาจาก มาตราการป้องกันการแพร่ระบาด โควิท -19 ในขณะนี้

น.ส.นายิกากล่าวว่า ที่มาที่นำไปสู่การแบ่งปันครั้งนี้ มาจากกลุ่มคนในโลกออนไลน์ ที่มีความพร้อมทางทุนทรัพย์ และรู้สึกอยากช่วยเหลือคนที่ลำบากจริงๆ พอแคนเห็นความตั้งใจจริง รวมถึงรู้จักคนในกลุ่มดังกล่าว จึงขออาสาร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้ด้วย โดยในวันเดียวกัน คนอื่นๆ ในกลุ่ม ได้มีการกระจายนำข้าวสาร แจกจ่ายทั่ว กทม. ปริมณฑล รวมกว่า 20 จุด ส่วนที่เลือกมายังชุมชนนี้ เพราะอยู่ไม่ไกลจาก มหาวิทยาลัยมหิดล พระราม 6 และมีรุ่นพี่หลายคนทำงานชุมชนในพื้นที่แถวนี้

น.ส.นายิกากล่าวอีกว่า การมาร่วมงานในวันนี้ ทำให้แคน ได้เห็นอีกมุมของเมืองใหญ่ ที่แม้จะอยู่ท่ามกลางความเจริญ แต่กลับยังมี หลายคนที่ยังต้องอยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ควรจะเป็น ปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ การแบ่งปันจากผู้ที่มีความพร้อม ไปยังผุ้ที่ขาดแคลน เป็นสิ่งสำคัญและจะช่วยให้ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาไปได้ แคน มองว่า ทุกวันนี้เห็นคนที่มีกำลังศักยภาพต่างๆ ก็ออกมา ช่วยเหลือกันมากขึ้น แคน เองแม้จะทำได้ไม่มากเท่าหลายคน แต่ก็ขอร่วมแสดงออก ตามความสามารถที่มี และหวังว่า สิ่งที่ทำวันนี้จะเป็นอีกเสียงที่บอกไปยังอีกหลายคน ให้ร่วมตระหนักถึงการแบ่งปัน

“จากเดิมเราเคยแต่กลัวปัญหาโรคระบาด แต่ตอนนี้ มีปัญหาที่ยุ่งยากกว่าด้วยซ้ำไป กำลังซ้ำเติมผู้คน” น.ส.นายิกา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ ชุมชนหลังโรงพยาบาลเดชานั้น จากข้อมูลที่รวบรวม ถือเป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยในขณะนี้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยในชุมชนกำลังเจอปัญหาเวนคืนที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการเวนคืนที่ดินแบบไม่มีการรองรับ ไม่มีที่อยู่อาศัยใหม่ให้ เบื้องต้นคือจะได้รับเงินชดเชยซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าไหร่ แต่จากที่ได้สืบทราบจากชาวบ้านคือ 5,000 – 30,000 ต่อหลัง แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะผู้อยู่อาศัยเหล่านี้อยู่กันมานาน อยู่กันมาหลายช่วงอายุคน หลายๆคนไม่ได้มีบ้านที่อื่นเพื่อจะรองรับ พวกเขาหลายคนยังไม่มีที่จะไปต่อ และหลายๆคนต้องใช้ชีวิตกันอย่างวิตกกังวลเพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาได้แจ้งกับชาวบ้านว่ามีเวลาให้ย้ายออก 6 เดือน – 1 ปี หากไม่ย้ายออกจะถูกดำเนินคดี

“ผู้อยู่อาศัยในชุมชนนี้บางคนเป็นคนหาเช้ากินค่ำ บางคนเป็นช่างตัดผม บางคนเป็นช่างทำเล็บ บางคนเป็นคนขายผลไม้ ซึ่งทั้งหมดคือผู้มีรายได้น้อย นอกจากปัญหาเศรษฐกิจจากช่วงโควิด-19 นี้ ที่หนักกว่าคือปัญหาการเวนคืนที่ดิน” แหล่งข้อมูล ระบุ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT