
ดงดอกไม้
จอม ณ คลองลึก
สาคูจีนเป็นพืชล้มลุกลงหัว มีอายุหลายปี เป็นสาคูต่างจากสาคูต้นประเภทปาล์ม บางคนเรียกสาคูจีนนี้ว่าพุทธรักษากินหัว เพราะลักษณะใบและดอกคล้ายกัน
สาคูจีนมีลำต้นหรือเหง้า (Rhizome) อยู่ใต้ดิน แล้วแตกหน่อเป็นต้นเทียม ยืดลำต้นตรงสูง ลำต้นนั้นเป็นลำต้นเทียมประกอบด้วยกาบใบ เกาะรัดติดลำต้น แล้วใบก็แผ่ออกสลับกัน เกาะติดต่อกันขึ้นไปจนแน่น สูงเป็นแท่งตรงประมาณ 1-2 เมตร
ใบสาคูจีนคล้ายใบกล้วย มีสีเขียวเข้ม เฉพาะที่ขอบใบและโคนก้านใบเป็นสีม่วง ใบดกมาก สร้างความชื่นเย็นให้พื้นที่
ต้นสาคูจีนแตกกอออกหน่อจากเหง้า ขยายออกไป มีลำต้นคล้ายขิง แต่สูงกว่า และออกหน่อเหมือนข่า
บางหน่อก็เป็นที่เก็บอาหารประเภทแป้งไว้ แล้วเจริญเติบโตขึ้นเหมือนเผือก เวลากินรสชาติก็คล้ายกัน

กลุ่มต้น (ภาพจาก http://puechkaset.com)
ดอกสาคูจีนออกจากแกนกลางลำต้น เป็นช่อยาวพุ่งสูง
เป็นช่อดอกรวม แล้วมีดอกแขนงแยกจากแกนช่อใหญ่ แล้วค่อยบานทยอยกันดอกละ 3 กลีบ สีแดงแสด กลีบเลี้ยงสีขาวและเหลือง
มีรังไข่ที่โคนดอก
เมื่อดอกโรยจะกลายเป็นผลลักษณะกลม มีตุ่มหนามเล็กๆ ทั่วทั้งผล ยังอ่อนสีเขียว แก่แล้ว (แห้ง) สีน้ำตาลดำ แล้วแตกออกเป็นเมล็ดกลมเกลี้ยงสวยงาม ส่วนนี้นำไปเพาะขยายพันธุ์ได้
ตามปกติโดยทั่วไป พืชชนิดนี้จะขยายพันธุ์ด้วยหน่อ หรือเหง้า แล้วค่อยแตกตา
โดยฝังในดินร่วนชื้น ก็จะแตกต้นออกตาได้โดยง่าย

สาคูจีนหรือพุทธรักษากินหัว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Canna indica L. หรือ Canna edulis ker Gawl อยู่ในวงศ์ CANNACEAE ท้องถิ่นเรียกต่างกัน ที่รู้จักคือบางท้องที่เรียกสาคูจีน บางท้องที่เรียกพุทธรักษากินหัว
ที่จริงสาคูกินหัวมีอีกชนิดหนึ่ง ที่มีหัวสีขาว มีข้อปล้อง ที่บ้านเคยปลูก และนำหัวมาต้มกิน ลักษณะต้นสูงเกินเข่าถึงเอว ใบกลมรีแตกแขนง ขณะหัวยังอ่อนกำลังดีต้มกินอร่อย
แต่ถ้าปล่อยไว้แก่เกินไป เนื้อในจะเป็นเส้นใยเคี้ยวยาก สาคูใช้ทำแป้งได้
สาคูจีนก็เช่นกัน นำหัวมาเป็นอาหาร เช่น ต้ม หรือทำขนมหวานกินง่ายๆ แบบชาวบ้าน เช่น ต้มแล้วปอกเปลือกจิ้มน้ำตาลเช่นเดียวกับมันเทศ มันมือเสือ และเผือก
นอกจากนี้ ยังนำไปทำแป้งได้คุณภาพดี

ดอกบาน แขนงดอก
ถ้าจะกล่าวว่าต้นไม้เป็นพืชมหัศจรรย์ ก็นับว่ามหัศจรรย์ทั้งสิ้น แต่สาคูต้นนี้มหัศจรรย์ไปกว่า เพราะมีลักษณะคล้ายพืชหลายชนิด เช่น ต้นพุทธรักษา ขิง และแตกหน่อเหมือนข่า หัวเป็นเผือก และทำประโยชน์ได้สารพัด ทำยาก็ได้ เช่น นำเหง้าแก่ซึ่งขมมาต้มเป็นยาแก้ท้องเสีย บิด มูกเลือดก็ได้
ถ้าผู้ใดพบพืชชนิดนี้ โปรดนำมาปลูกไว้ เป็นการอนุรักษ์พันธุ์ เพราะบางทีเห็นว่ารก ขึ้นเร็วมาก ก็จะขุดทิ้งเสียหมด
น่าเสียดายบางแห่งในโลกที่แร้นแค้นกันดาร เด็กอดอาหารเห็นแล้วสลดใจ ถ้ามีโอกาสเผยแพร่วิธีการปลูกพืช ให้รู้จักสร้างอาหารเอง ให้ความรู้ในการผลิตอาหาร สร้างอาหารให้ตนเอง
หรือผู้ที่มีอาหารเหลือเฟือ แบ่งปันให้ผู้ยากไร้บ้าง ก็จะเป็นการกุศล
เป็นการเผื่อแผ่เมตตาธรรมให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ผลแห้ง
