
“หลวงปู่รอด อินทปัญญา” อดีตเจ้าอาวาสวัดสามไถ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตพระเกจิเรืองนามแห่งกรุงเก่า เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่เคารพนับถือ
ในปี พ.ศ.2467 มีการจัดงานยกช่อฟ้าอุโบสถ ลูกศิษย์และชาวบ้านได้ขออนุญาตสร้างเหรียญหล่อรูปเหมือน โดยมีคณะกรรมการ 12 คน ประกอบพิธีหล่อที่วัด โดยมีหลวงปู่รอดจารแผ่นโลหะให้
ลักษณะเป็นเหรียญหล่อเนื้อทองผสม มีหูในตัว รูปทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปจําลององค์หลวงปู่รอดนั่งอยู่เหนือรูปเสือ ขอบเหรียญ เขียนคำว่า “ในการยกช่อฟ้าอุโบสถวัดสามไถ”
ด้านหลังเป็นยันต์แปด ด้านบนยันต์ เขียนคำว่า “ที่ระฤก” ด้านล่างใต้ยันต์ เขียนคำว่า “พ.ศ.๒๔๖๗”
รุ่นนี้เป็นที่กล่าวขานในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องว่า เป็นเหรียญหล่อพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองกรุงเก่า เป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่สร้างขึ้น
มีเรื่องเล่าว่า ในขณะที่ช่างนำแผ่นโลหะมาหลอม ปรากฏว่าแผ่นโลหะไม่หลอมละลาย คณะกรรมการจึงกราบเรียนหลวงปู่ว่าแผ่นโลหะไม่ยอมละลาย หลวงปู่จึงบอกว่า หลอมละลายแล้ว เมื่อคณะกรรมการกลับมาดู ปรากฏว่าแผ่นโลหะได้ละลายแล้ว
หลังจากนั้น หลวงปู่รอดนำเหรียญทั้งหมดเข้าปลุกเสกในอุโบสถ โดยปลุกเสกเดี่ยวตลอดคืน ท่ามกลางเหล่าพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ตลอดเวลา
ปัจจุบัน หายาก

เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่รอด วัดสามไถ
มีชื่อเดิมว่า รอด เกิดปีขาล พ.ศ.2384 ณ บ้านสามไถ จ.พระนครศรีอยุธยา บิดาสืบค้นไม่ทราบชื่อ มารดาชื่อแม่เฒ่ากา เป็นคนเชื้อสายลาว มีพี่น้อง 3 คน
เมื่ออายุ 7 ขวบ นำท่านไปฝากให้เรียนอักขระกับพระอธิการแดง เจ้าอาวาสวัดสามไถ
ต่อมา บรรพชาเมื่ออายุ 11 ขวบ เล่ากันว่ามีอุปนิสัยชอบหาความสงบวิเวก หลังจากศึกษาพระปริยัติธรรมจากพระอธิการแดงได้ 4 ปี จึงกราบลาไปศึกษาพุทธาคมทางภาคอีสาน
ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าพิธีอุปสมบท แต่จากประวัติไม่ทราบได้อุปสมบท ณ วัดใด และใครเป็นพระอุปัชฌาย์ เพียงทราบว่าหลังจากที่ศึกษาวิทยาคมจนเชี่ยวชาญ จึงเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมในกรุงเทพฯ และได้พบกับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ซึ่งเป็นพระภิกษุรุ่นน้อง
มีเรื่องกล่าวขานบอกเล่าต่อกันมาว่า เมื่อครั้งศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ในกรุงเทพฯ ร่วมกับพระภิกษุรุ่นน้องเป็นคนอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อทั้งสองรูปได้เรียนสำเร็จพระปริยัติธรรมแล้ว จึงเดินทางกลับภูมิลำเนา
ซึ่งการเดินทางกลับมาครั้งนี้ ได้มีคหบดีท่านหนึ่งชื่อ นายเทศ จัดงานเฉลิมฉลองเกียรติคุณให้แก่พระภิกษุทั้งสองรูปนี้ โดยจัดให้มีขบวนแห่ทางน้ำ ตั้งแต่อำเภอนครหลวง จนถึงอำเภอท่าเรือ ในขณะที่ประชาชนกำลังร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานอยู่กลางลำน้ำป่าสักนั้น เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทั้งที่ท้องฟ้าแจ่มใสและยังมีแดดจัด เม็ดฝนที่ตกลงมาทำให้ประชาชนที่ร่วมขบวนแห่เปียกปอนไปตามกัน
แต่กับพระภิกษุทั้งสองรูป สายฝนกลับไม่สามารถทำให้เปียกแต่อย่างใด
ต่อมาคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้แต่งตั้งให้หลวงปู่รอดเป็นเจ้าอาวาสวัดสามไถ เมื่อปี พ.ศ.2427 สืบต่อจากพระอธิการแดง ที่มรณภาพ
พ.ศ.2429 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะที่มีอายุได้ 45 ปี พรรษา 25

หลวงปู่รอด อินทปัญญา
เป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เข้มงวดกวดขันความประพฤติของพระภิกษุที่อยู่ในความปกครองให้ถือปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด
เช่น การกำหนดให้พระภิกษุที่อยู่ในวัดสามไถต้องมาปลงอาบัติกับท่านเป็นการส่วนตัวในช่วงเวลาเช้า ห้ามปลงอาบัติกับเพื่อนพระภิกษุด้วยกัน ฯลฯ
หากพระภิกษุรูปใดทำผิดพลาดความประพฤติ ท่านจะลงโทษด้วยไม้เรียวทันที ด้วยถือว่าผู้ที่เป็นพระภิกษุเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมวินัยมาแล้ว จึงสมควรที่จะต้องตั้งมั่นอยู่ในศีล
ด้วยเกียรติคุณที่แผ่ขยายออกไป ทำให้ได้รับความเคารพเลื่อมใส ต่างพาบุตรหลานที่มีอายุครบบวชมาอุปสมบทที่วัดสามไถ ซึ่งจากทัศนคติของท่านที่ว่า “การนำสาธุชนทั้งหลายเข้าสู่ผ้ากาสาวพัสตร์เป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ในพระศาสนาทั้งสิ้น…”
ครั้งหนึ่งมีผู้ร้องเรียนถึงคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง โดยได้กล่าวหาว่าบรรพชาอุปสมบทให้พวกที่มีคดีติดตัวอยู่ เป็นเหตุให้พระญาณไตรโลกนาถ (ฉาย) เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ขึ้นมายึดพัดอุปัชฌาย์และห้ามบวชนาคเป็นการชั่วคราว
ว่ากันว่าหลังจากที่พระญาณไตรโลกนาถยึดพัดอุปัชฌาย์จากหลวงปู่รอดไปแล้วยังไม่ถึง 7 วัน ก็เกิดความไม่สบายใจจนต้องนำพัดอุปัชฌาย์มาคืน ก่อนปรับความเข้าใจกัน พร้อมทั้งให้ความนับถือหลวงปู่รอดเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเดินทางมากราบนมัสการเป็นประจำทุกปี
มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา ที่กุฏิภายในวัด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2480 ตรงกับวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู
สิริอายุ 96 ปี พรรษา 75 •
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
