bg-single

ตรวจการบ้าน 4 ปี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์จากวาทะแรก ถึง (แก้แล้ว) ล้านเคส ‘(จะ) ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง’

22.04.2026

รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

ใกล้ครบวาระเข้ามาทุกที ชัชขาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งบริหารกรุงเทพมหานครมาเกือบ 4 ปี

“จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง”

คือวาทะแรก หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในค่ำคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2565

กระทั่งคว้าชัยชนะอย่างเป็นทางการ คนกรุงกาเบอร์ 8 ถล่มทลาย จดจารบันทึกบทใหม่ด้วยคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์ 1.38 ล้านเสียง ม้วนเดียวจบ ครบ 50 เขต

ผูกเนกไทเขียว สีประจำ กทม.ที่ร้านข้าวแกงเยื้องวัดเทพธิดาราม ก่อนเดินเท้าเข้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ครั้งแรก ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 เมื่อ 1 มิถุนายน 2565

ประกาศเบื้องหน้าประชาชน และกองทัพสื่อ

“จะเป็นผู้ว่าฯ ของทุกคน”

ขณะที่ข้าราชการ กทม.ซึ่งทั้งออกมาต้อนรับและชะเง้อตามช่องหน้าต่างศาลาว่าการฯ ราวกับงานเฟสติวัลนั้น ผู้ว่าฯ คนใหม่ห้ามเรียก ‘นาย’

เปิดตัว 4 รองผู้ว่าฯ พร้อมทีมงานรวม 18 คน

กะพริบตาไม่กี่ครั้ง ผ่านไปแล้วเฉียด 4 ปี

ฝ่าหลากเหตุการณ์ระทึก ทั้งแผ่นดินไหว ตึก สตง.ถล่ม ถนนสามเสนทรุด ฯลฯ จนโดนแซวจากชาวเน็ตว่า ‘เกิดแต่กับ (ยุค) ชัชชาติ’

พร้อมคอมเมนต์มากมายที่ใจตรงกันโดยมิได้นัดหมาย ว่าท่ามกลางวิกฤตเหล่านี้ ‘โชคดี มีผู้ว่าฯ ชื่อชัชชาติ’?!?

แม้ ‘ไม่เซ็กซี่’ เท่าโปรเจ็กต์ยักษ์ ยังยืนยันเดินหน้า ‘เส้นเลือดฝอย’ คู่ขนานไปกับเส้นเลือดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงพยาบาล รวมถึงเคลียร์หนี้ประวัติศาสตร์กว่า 3.6 หมื่นล้าน ปิดฉากมหากาพย์หนี้บีทีเอส ยังไม่นับวาระแห่งชาติอย่าง ฝุ่น PM2.5 ที่จำนวนวัน ‘สีส้ม’ คือ พุ่งเกินมาตรฐาน ลดลงถึง 50%

“เรามองเมืองเหมือนร่างกายคน มีทั้งเส้นเลือดใหญ่คือโครงการใหญ่ๆ การลงทุนขนาดยักษ์ และเส้นเลือดฝอยคือโครงการที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ตามชุมชน ท่อระบายน้ำ

“กรุงเทพฯ มีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ไม่เลวเลยนะ มีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งต่อไปจะมีเกือบ 400 กว่า กม. 300 สถานี ดีกว่าหลายเมืองทั่วโลก”

“แต่ฟุตพาท ทางเท้าเราไม่ค่อยดี เรามีมหาวิทยาลัยระดับโลก โอ้โห! แข่งกันเป็นท็อปเท็น แต่ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนของเรายังคุณภาพไม่ดี”

“เรามีอุโมงค์ยักษ์หลายหมื่นล้าน แต่ท่อระบายน้ำหน้าบ้านยังอุดตัน”

“เรามี รพ.ระดับโลก แต่ศูนย์สาธารณสุขยังคุณภาพไม่ดี เราเลยเลือกทำเส้นเลือดฝอย เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน แต่ก็ทำเส้นเลือดใหญ่ คู่ขนานกันไป ไม่ได้ละเว้น”

“เราทำ รพ.ใหม่ อุโมงค์ระบายน้ำก็ทำเพิ่ม รถไฟฟ้าเราก็จ่ายหนี้บีทีเอสหลายหมื่นล้าน ยิ่งกว่าเมกะโปรเจ็กต์อีก หัวใจคือ มันต้องไปด้วยกันเหมือนโซ่ มันจะไปพังตรงข้อที่อ่อนที่สุด”

“เส้นเลือดฝอยไม่ได้ใช้งบประมาณมาก แต่ใช้ความใส่ใจที่ทุกคนต้องลงไปช่วยทำ” ผู้ว่าฯ กทม.เล่าในบ่ายวันหนึ่ง ขณะนั่งลงพูดคุยให้สัมภาษณ์พิเศษ ด้วยแจ็กเกตสีดำคุ้นตา ปักอักษร ‘กทม’ บนอกขวา ด้วยฟอนต์อัตลักษณ์ ‘เสาชิงช้า’ ที่แจกให้ประชาชนโหลดใช้ฟรีจุกๆ ตั้งแต่ปี 2567

เลกเชอร์เคลียร์คัต ชัดเจน เก็ตง่าย ไม่ทิ้งทักษะอดีตอาจารย์วิศวะ จุฬาฯ

ส่วนปัญหายิบย่อย จุกจิกกวนใจ ไม่ต้องพูดถึง ชาวบ้านร่วมด้วยช่วยกันรุมแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ที่ กทม.นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2565 กดฉ่ำ ฟ้องรัว ทัวร์ลงกว่า 1.2 ล้านเคส (ข้อมูล ณ 4 มีนาคม 2569)

“ต้องขอบคุณประชาชนมากๆ เลย (ยกมือไหว้) ที่มาเป็นส่วนร่วมของ 1 ล้าน 3 เรื่องแล้วมั้งที่คนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แล้วด่าเรามา (หัวเราะ) แล้วเราก็ตอบเขา ผมบอกทีมงานเสมอว่า ที่เขาบ่นมา ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ดีนะ แต่หมายความว่า ประชาชนเริ่มไว้ใจเรา” ชัชชาติเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่คนกรุงคุ้นตา

1,000,113 คือเรื่องที่แก้ไขเสร็จแล้ว จากการชี้เป้าของประชาชน คิดเป็น 81% ของทั้งหมด

ขณะที่ 82,505 เรื่อง (7%) อยู่ระหว่างดำเนินการ 89,146 เรื่อง (7%) ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรอรับเรื่อง 751 เรื่อง

พาดหัวข่าวสรุปง่ายๆ ในประโยคเดียวได้ว่า ‘แก้แล้วล้านเรื่อง’

81% เทคะแนน ‘พึงพอใจ’ จึงไม่พลาดถามตามแพตเทิร์นถึงปัจจัยความสำเร็จ ได้คำตอบช็อตฟีล 1 กรุบ

“จริงๆ แล้วคนที่ไม่พอใจก็มีเนอะ” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว พร้อมรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะเบาๆ ตามด้วยคำอธิบายเน้นย้ำว่า

“บางครั้งเราก็ต้องโฟกัสคนที่ไม่พอใจด้วย” ก่อนให้คำตอบของคำถามข้างต้น ความว่า

“ผมว่าอันแรกคือ มันเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ประชาชน เริ่มจากการที่เราวางนโยบายโดยการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ เพื่อดูว่าประชาชนต้องการอะไร อันที่ 2 เราคงมีแผนการดำเนินงานที่ค่อนข้างละเอียด ตอนที่เข้ามามี 200 กว่าแผน มีตัวชี้วัดชัดเจน ทำให้ทุกคนรู้เลยว่า ตื่นขึ้นมาต้องทำอะไรในแต่ละเขต แต่ละสำนัก จึงขับเคลื่อนระบบราชการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต้องขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันทำงานอย่างจริงจัง ทั้งข้าราชการ และลูกจ้างที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และพยายามทำเพื่อรับใช้ประชาชน” ชัชชาติเผย

นอกจากนี้ ไม่ลืมให้เครดิต ‘เครือข่าย’ คนนอกที่ร่วมชนหมัด

“เรามีทีมงานหลากหลาย ผมเชื่อว่าคนเก่งไม่ได้อยู่ใน กทม. คนเก่งส่วนใหญ่อยู่นอก กทม. เรามีเครือข่ายที่เข้มแข็ง จึงมีคำตอบให้ประชาชนหลากหลายมากขึ้น”

สำหรับเรื่องฮิตติด Top 5 เรื่องร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์ มิถุนายน 2565 – มีนาคม 2569 ได้แก่ ทางเท้า 11.36%, ถนน 8.98 %, ผิดกฎจราจร 6.05%, ไฟฟ้า 5.95% และความสะอาด 4.82%

ถามว่า เคสไหน ‘ที่สุด’ ของการ ‘ดีต่อใจ’ เคสไหนโลกต้องรู้? ได้คำตอบว่า

“ผมประทับใจทั้งหมด เพราะทุกเคสที่ส่งมาคือความหมายของประชาชนแต่ละคน เพราะฉะนั้น ทุกเคสมีค่า” ผู้ว่าฯ กทม.เอ่ย ก่อนชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ ‘ความไว้วางใจ’ ที่ประชาชนมีให้ในทุกเคส ทุกคลิก ทุกภาพ ทุกถ้อยคำพร่ำบ่น

“ถ้าไม่ไว้ใจเรา เขาไม่เสียเวลาทำมาหากินยกมือถือมาถ่ายแล้วพิมพ์มาหรอก นี่สะท้อนว่าเขาเริ่มไว้ใจ เราก็ต้องไว้ใจประชาชนด้วย ไม่ละเลยความเห็นของเขา ต่างคนต่างเคารพซึ่งกันและกัน จะเกิดพลังมหาศาล ตอนนี้มันขยายผลไปหมดเลย อย่างตอนหาเสียงก็มีปุ่มป้ายหาเสียง ใครเห็นป้ายหาเสียงเกะกะก็คลิกเข้ามา ตอนแผ่นดินไหว ก็มีปุ่มฝ้าร้าวให้คลิกเข้ามา (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) มันมีความคล่องตัว ปรับตามบริบทของเมืองได้” ชัชชาติอธิบาย

อีกประเด็นที่ไม่อาจกล่าวข้ามไปคือ ‘การกระจายอำนาจ’ ซึ่งสำคัญยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตย

ชัชชาติชี้ให้เห็นว่า ทราฟฟี่ ฟองดูว์ คือการเปลี่ยนรูปแบบ ‘ราชการ’ โดยไม่ต้อง ‘เปลี่ยนกฎหมาย’

“หลายๆ ครั้งเรามักพูดว่าจะปรับราชการอย่างไรให้ตอบโจทย์ประชาชน คนก็บอกว่า แก้กฎหมาย ซึ่งถ้าแก้กฎหมายแล้วได้ผลจริง ผมว่าประเทศไทยเราคงเป็นมหาอำนาจไปแล้ว เราจะทำขนานกันไป คือ แก้กฎหมาย (พ.ร.บ.กรุงเทพฯ) ขณะเดียวกัน การใช้เทคโนโลยีก็เปลี่ยนวิธีคิดของการทำงานได้

แต่ก่อนมันเป็นระบบท่อ ผู้ว่าฯ สั่งต่อรองผู้ว่าฯ ผอ.เขต ไล่ไป โห! ยาวเลย ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์กว่าจะทำงานให้ประชาชนได้ เราเปลี่ยนจากท่อเป็นแพลตฟอร์ม เหมือนเวลาสั่งอาหาร สั่งแกร็บ สั่งไลน์ สั่งปุ๊บ ทุกคนแย่งกันให้บริการ ทำราชการให้แย่งกันบริการประชาชน”

ส่วนการประเมิน แน่นอนว่า อำนาจอยู่ที่ปลายนิ้วประชาชน

“ประชาชนเป็นคนประเมิน นี่เป็นระบบที่ผมว่าดีกว่าเลือกตั้ง ผอ.เขตอีก สมมุติ 4 ปีหน ประชาชนก็มีอำนาจแค่วินาทีที่ไปกา แต่นี่คือเอ็มเพาเวอร์จริงๆ ประชาชนมีอำนาจทุกวินาที สามารถดูได้เลยว่าตรงนี้ดีไม่ดี และคอมเมนต์ได้”

ชัชชาติยังเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ระบบนี้คงทำข้าราชการ กทม. ‘ช็อก’ ในช่วงแรก

“ผมว่าเป็นเรื่องที่ข้าราชการ กทม.ก็ช็อกนะ ตอนแรกช็อกเลย คนไม่ชอบ เพราะทุกอย่างมันเห็นหมด เรื่องนี้ค้างกี่วัน ค้างอยู่ที่ใคร ส่งไปไหนแล้ว มีให้เรตติ้งด้วย ดีไม่ดี ให้ดาว แต่มันคือการเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ เปลี่ยนระบบราชการจากที่หันหน้ามาหาผู้ว่าฯ ไม่ต้องแล้ว หันหน้าให้ประชาชน แล้วเดี๋ยวผู้ว่าฯ ดันหลังให้ (ยิ้ม)” ชัชชาติทิ้งท้าย


*จากวาทะแรกเมื่อ 4 ปีก่อน จนถึงวันนี้ที่แก้ปัญหาให้ประชาชนแล้วกว่าล้านเคส ไหนจะโปรเจ็กต์ใหม่ ไอเดียแจ่ม มอบคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าแก่ชาวกรุงนับล้าน*



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่