สื่อต่างชาติชี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ เลือกบินออกจากไทยในวินาทีสุดท้าย หลังรู้ข่าวรับโทษหนัก

วันที่ 29 สิงหาคม ประเด็นการบินออกนอกประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แทนที่ไม่ปรากฎตัวต่อศาลในวันตัดสินคดีจำนำข้าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ยังคงเป็นประเด็นที่สื่อต่างชาติให้ความสนใจติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สได้รายงานว่า ก่อนหน้านี้ ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดระฆังโฆสิตารามเมื่อวันพุธที่ผ่านมา จากที่จะปล่อยปลาลงแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงตรงนี้ บรรดาทีมงานของยิ่งลักษณ์กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่ายิ่งลักษณ์ตั้งใจไปปรากฎตัวในวันตัดสินคดี แต่แล้ว ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว
แหล่งข่าวแห่งหนึ่งที่ใกล้ชิดกับยิ่งลักษณ์บอกกับรอยเตอร์สว่า เธอตัดสินใจหนีหลังทราบจากแหล่งข่าวส่วนตัวว่า ศาลจะตัดสินโทษรุนแรงและไม่ให้ประกันตัว เธอไม่ใช่คนที่ตัดสินอะไรในวินาทีสุดท้าย เธอวางแผนอย่างรอบคอบมาตลอด แต่นี่เป็นการตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย
แหล่งข่าวระบุอีกว่า ยิ่งลักษณ์บินออกนอกประเทศพร้อมผู้ช่วย 2 คน ยกเว้นนายศุภเสข อมรฉัตรหรือไปป์ บุตรชายคนเดียวที่ยังคงอยู่ในไทย
ด้านผู้ช่วยอีกคนที่เคยทำงานกับยิ่งลักษณ์มาเป็นสิบปีกล่าวว่า เธอบินออกนอกประเทศไทยเมื่อช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (24 สิงหาคม)
ขณะที่ผู้ช่วยของยิ่งลักษณ์และแหล่งข่าวอีกแห่งในพรรคเพื่อไทยกล่าวกับรอยเตอร์สว่า ยิ่งลักษณ์บินไปนครดูไบ ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของยิ่งลักษณ์พำนักอยู่ ซึ่งรอยเตอร์ได้พยายามติดต่อหายิ่งลักษณ์แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยผู้ช่วยของนายทักษิณที่ดูไบกล่าวว่า ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับอนุญาตให้คุยกับสื่อได้

ประตูถูกเปิดทิ้งไว้?
แน่นอนว่าประเด็นการออกนอกประเทศไทยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงเป็นปริศนา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เมื่อราว 11.00 น.ของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กเป็นครั้งสุดท้าย ขอโทษพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถพบปะพวกเขาที่ศาลได้ เพราะการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา แต่ในขณะเดียวกันยังบอกว่าเธอจะปรากฎตัวแน่นอน
นายอาทิตย์ พีรพงศ์เมฆา ผู้ช่วยที่ใกล้ชิดของยิ่งลักษณ์กล่าวว่า พวกเขาเองก็ไม่ทราบว่าเธอเดินทางออกจากประเทศไทยได้อย่างไร
ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สายข่าวของตำรวจบ่งชี้ว่ายิ่งลักษณ์อยู่ที่บ้านพักในกรุงเทพอย่างจนกระทั่งบ่าย 2 ของวันพุธที่แล้ว (23 สิงหาคม) ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุใดตำรวจถึงมีข้อมูลเพียงเท่านี้แต่ไม่มีต่อจากนั้น

ขณะที่ รัฐบาล คสช.ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เปิดทางยิ่งลักษณ์หนี ตามที่มีการคาดการณ์ว่าเพื่อคลายปัญหาของบรรดาผู้มีอำนาจที่กังวลว่าหากยิ่งลักษณ์ถูกจำคุก เธอจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ แต่ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต้านยิ่งลักษณ์ต่างสงสัยว่ายิ่งลักษณ์อาจได้รับความช่วยเหลือจากทางการ
ส่วนแหล่งข่าวของพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ยิ่งลักษณ์หนีไปกัมพูชาเป็นที่แรก ด้วยเส้นทางที่ใช้บ่อยโดยฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลในอดีตตรงจุดชายแดนที่เป็นช่องโหว่และใช้เวลาขับกรุงเทพฯอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และทางสื่อไทยรายงานว่า ยิ่งลักษณ์ขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวจากกัมพูชาไปสิงคโปร์และต่อเครื่องไปยังนครดูไบ ซึ่งต่อมา สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาออกมาปฏิเสธเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในวันตัดสินคดีจำนำข้าว ศาลอาญาฯได้ออกหมายจับยิ่งลักษณ์ในฐานะจำเลย โดยระบุว่าศาลไม่เชื่อที่ยิ่งลักษณ์บอกผ่านทนายว่า มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน และเธอได้กล่าวว่าไม่ได้ทำความผิด ซึ่งจะทำให้เธอได้รับโทษจำคุกมากกว่า 10 ปี และจากนั้นชั่วโมงต่อมา ศาลได้ตัดสินให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับโทษจำคุก 42 ปี และไม่ได้รับการประกันตัว ส่วนที่เหลือรับโทษตามสัดส่วนความผิด ตั้งแต่ 4-48 ปี
ส่วน พล.ท.วีรชัย อินทุโศภน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า นายศุภเสข ได้ปรากฎตัวในวันปฐมนิเทศการฝึกนักศึกษาวิชาทหารเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ที่มา : Reuters
