bg-single

อ่านมุมมองนักวิชาการสหรัฐฯ วิเคราะห์สถานการณ์ชายแดน “ไทยปะทะกัมพูชา”

25.07.2025

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคุกรุ่น โดยสื่อต่างชาติหลายสำนักต่างรายงานความเคลื่อนไหวไปในหลายมุมมอง

เช่น สำนักข่าว BBC และ CNN รายงานตรงกัน ถึงความตึงเครียดที่ขยายจากเรื่องส่วนตัวของผู้นำ สู่การปะทะทางทหาร

BBC ชี้ว่า ความสัมพันธ์สองชาติทรุดหนักหลัง “ฮุน เซน” อดีตผู้นำกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงบทสนทนากับ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเธอเรียกเขาว่า “คุณลุง” และตำหนินายทหารไทย คลิปนี้ทำให้แพทองธารถูกศาลสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ และกำลังถูกพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง

รายงานระบุว่า แพทองธารอาจหวังใช้มิตรภาพระหว่างบิดาเธอ “ทักษิณ” กับฮุน เซน เพื่อคลี่คลายปัญหา ทว่ากลับกลายเป็นจุดแตกหักของความสัมพันธ์ตระกูลชินวัตร–ฮุน จนนำไปสู่ความตึงเครียดระดับประเทศ

ด้านการเมือง ฮุน มาเนต นายกฯ คนใหม่ของกัมพูชา ก็ยังขาดอำนาจเด็ดขาด ขณะที่ฮุน เซนยังมีบทบาทและอาจจุดชนวนขัดแย้งเพื่อเสริมภาพลักษณ์ชาตินิยม ส่วนไทยก็เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมือง จนไม่อาจอ่อนข้อได้

มีความเห็นจากนักวิชาการด้านความมั่นคงต่างประเทศที่มองปรากฏการณ์ดังกล่าว

ศาสตราจารย์ ซาชารี อบูซา (Zachary Abuza) นักวิชาการด้านการเมืองและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิทยาลัยสงครามแห่งชาติ มหาวิทยาลัยการป้องกันประเทศ กรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐฯ (National Defense University) ให้สัมภาษณ์ผ่าน CNA สำนักข่าวสิงคโปร์ วิเคราะห์สถานการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นเข้าสู้วันที่ 2

ศาสตราจารย์ ซาชารี ให้ความเห็นประเด็นที่ไทยใช้เครื่องบินรบ F-16 ต่อเป้าหมายทางการทหารเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าประจำการเมื่อต้นทศวรรษ 1990 มีความสำคัญอย่างไร โดยระบุว่า “การใช้เครื่องบิน F-16 ของไทยเป็นครั้งแรกนั้น ตอบสนองกับการยิงปืนใหญ่และจรวดของฝ่ายกัมพูชาที่ใช้วิธียิงแบบไม่เลือกเป้าหมาย กระสุนปืนใหญ่พุ่งเป้าหมายมายังพลเรือน ทำให้ชาวไทยหลายคนที่อยู่ริมชายแดนถูกสังหาร รวมถึงโรงพยาบาลและเป้าหมายพลเรือนอื่นๆ ทางการไทยจึงยกระดับการตอบโต้ทางการทหารต่อกัมพูชามากยิ่งขึ้น เพื่อพยายามกำจัดหน่วยทหารต่างๆของกัมพูชาที่ยิงปืนใหญ่และจรวดเข้ามาในประเทศ”

ส่วนกรณีความเห็นต่อการใช้กำลังของกัมพูชาภายใต้การนำของฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชาซึ่งถูกประเมินว่ามีความแตกต่างกันเรื่องอาวุธนั้น ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุว่า “มีข้อแตกต่างอย่างสำคัญจริงระหว่างกองกำลังทหารของไทยและของกัมพูชา โดยกองทัพไทยเป็นหนึ่งในกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีทรัพยากรดีกว่ามาก อาจมีงบประมาณประจำปีราวๆ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับกัมพูชา น่าจะอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

“จากการโจมตีทางอากาศของไทย จะเห็นได้ว่ากองทัพไทยมีความสามารถในการโจมตีที่แม่นยำกว่ามาก ขณะที่ทางกัมพูชามีความเสี่ยงมากกว่าแน่นอน อย่างไรก็ตามส่วนตัวค่อนข้างประหลาดใจกับการยกระดับในปัจจุบัน” ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุ


ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุต่อว่า “เราทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในเดือนพฤษภาคมหลังมีการปะทะกันและทหารไทยยิงทหารกัมพูชาเสียชีวิต ตั้งแต่นั้นมาระดับความรุนแรงก็ยังต่ำมาก แม้จะมีการตอบโต้กันในทางการเมืองระหว่างประเทศของทั้งสองฝ่าย มีการปิดพรมแดน มีผลกระทบทางเศรษฐกิจบางประการ ส่วนตัวสันนิษฐานว่าทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์จากการเมืองภายในจากระดับความรุนแรงนี้ และส่วนตัวก็ยังไม่เห็นว่าจะมีฝ่ายใดได้ประโยชน์จริงๆหากความขัดแย้งนี้ทวีความรุนแรง และดำเนินต่อไปในระยะเวลาอันใกล้”

สำหรับประเด็นหลักของการปะทะกันในครั้งนี้ ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุว่า “ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มจากปัญหาสนธิสัญญาเขตแดนที่ถูกกำหนดขึ้นในปี 1907 สมัยที่กัมพูชายังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ขณะที่ฝั่งไทยมองว่า ปัญหาการตกลงเขตแดนขณะนั้นเกิดขึ้นจากการถูกกดดัน กระทั้งมีการขึ้นศาลโลกในปี 2505 ที่ศาลตัดสินให้โบราณสถานนั้นเป็นของกัมพูชา การปะทะกันล่าสุดบริเวณ สามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นแนวชายแดนของทั้งสามประเทศ เกิดจากการโต้แย้งของกัมพูชา และกัมพูชาต้องการนำดินแดนพิพาทในส่วนนี้ไปขึ้นศาลระหว่างประเทศ ขณะที่ฝั่งไทยไม่สนใจเพราะเคยแพ้มาแล้ว 2 ครั้ง มันมีเหตุผลเรื่องความรักชาติอยู่เบื้องหลัง”

“แต่เหตุผลที่สำคัญกว่าก็คือ ทั้งสองชาติต่างได้ผลประโยชน์บางอย่างจากการเป็นคู่ขัดแย้งกันในระดับไม่สูงมาก เพราะหากย้อนไปในการปะทะเมื่อปี 2010-2011 ตอนนั้นฮุน มาเนต เพิ่งได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญก่อนที่เขาจะดำรงตำแหน่งนายกฯเมื่อ 2 ปีก่อน ในครั้งนั้นถือเป็นบททดสอบตัวเอง และหลังจากเขาดำรงตำแหน่งมาสองปี เขาก็อยากทำแบบเดิมแน่นอน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง สามารถกำจัดฝ่ายค้านในประเทศรวมถึงฝ่ายต่อต้านที่หนีออกไปต่างประเทศได้ มีความเต็มใจอย่างมากที่จะต่อสู้เพื่อชาวกัมพูชา” ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุ

ขณะที่ฝั่งไทย เพิ่งมีปัญหากรณีคลิปเสียงสนทนาหลุดของ นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ ฮุนเซน นั่นก็เป็นเครื่องมือที่กลุ่มอำนาจเก่าใช้เรื่องนี้ทำลายเธอและบิดาของเธอที่กลับจากการลี้ภัยในปี 2023 หวังโค่นตระกูลชินวัตรให้พ้นจากระบบการเมือง

เมื่อถามความเรื่อง ปัญหาแก็งสแกมเมอร์และการหลอกลวงออนไลน์ที่มีรายงานว่ารายได้ของผู้นำระดับสูงของกัมพูชาเกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว พร้อมๆกับการที่ประเทศไทยพยายามผลักดันนโยบายบ่อนกาสิโนถูกกฏหมายและกำจัดแก็งสแกมเมอร์ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่?

ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุว่า เห็นชัดว่ารัฐบาลไทยกำลังเสนอเรื่องการทำเรื่องการพนันถูกกฏหมายซึ่งจะส่งผลให้รายได้กัมพูชาลดลง แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือศูนย์หลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตเหล่านี้มีมูลค่านับหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเชื่อมโยงกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชา รวมถึงตระกูลฮุนด้วย ขณะที่รัฐบาลไทยก็หลับตากับเรื่องนี้มานานหลายปี และไม่ได้พยายามเป็นพันธมิตรที่ดีต่อชาติตะวันตกในการจัดการปัญหาศูนย์หลอกลวงเหล่านี้

“แต่มันเปลี่ยนไปแล้วเมื่อราวสองสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อทางการไทยได้จับกุม “ก๊กอาน” คนสนิทฮุนเซน ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฉายา “ก็อตฟาเทอร์แห่งปอยเปต” ซึ่งชนชั้นนำกัมพูชาจำนวนมากของกัมพูชามักนำทรัพย์สินจำนวนมากมาไว้ที่ประเทศไทย โดยไทยก็พยายามสร้างกดดันจากนานาชาติต่อปัญหาในกัมพูชาด้วย” ศาสตราจารย์ ซาชารี กล่าว

และว่า “ไทยเข้าใจดีว่าพรรคประชาชนกัมพูชา ตระกูลฮุนและกลไกทางการเมืองของตระกูลฮุนมีส่วนเกี่ยวข้องกับรายได้จากศูนย์หลอกลวงเหล่านี้จริงๆ เพราะหากไม่มีรายได้เหล่านั้น ตระกูลฮุนก็จะไม่สามารถรักษาระบบอุปถัมภ์ซึ่งรับประกันการผูกขาดอำนาจของพวกเขาได้ แน่นอนว่าทางการไทยต้องการให้ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบต่อตระกูลฮุนเป็นการส่วนตัวด้วย”ศาสตราจารย์ ซาชารี ให้ความเห็น

ส่วนกรณีความสัมพันธ์ของทักษิณและฮุนเซน จะส่งผลต่อความเสี่ยงในความขัดแย้งครั้งนี้อย่างไรนั้น ศาสตราจารย์ ซาชารี ระบุว่า ช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ฮุนเซนและทักษิณมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก ช่วงที่ลี้ภัย นายทักษิณก็ไปหาฮุนเซนบ่อยครั้งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับชนชั้นนำไทย แต่ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนว่า พวกเขาจะไม่ยอมแลกความสัมพันธ์ส่วนตัวที่เคยมีมากับผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมืองแคบๆของพวกเขา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ
ใต้ระอุ ศึกใน-ในกว่า ‘แม่ทัพยูร’ เหนียว ลุ้น นั่งต่อ ตท.26 สับราง ‘แม่ทัพน้อยต่อ’ จ่อ ‘รองคิ้ว’ ตท.28 รอ ‘รองด้วง’ ยังฮอต
E-DUANG | การต่อสู้ ในทาง ยุทธศาสตร์ ระหว่าง ประชาชน ภูมิใจไทย
เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน