บันทึก ป.ป.ช. ตีแผ่พฤติกรรมโกงข้อสอบ ‘นายอำเภอ’ ปี 2552 เรียกรับเงินถึง 8 แสนบาท/ราย
| หมายเหตุ – สรุปจากบันทึกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง นายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ นายครรชิต สลับแสง เลขานุการกรมการปกครอง และนายสำราญ ตันเรื่องศรี ผู้อำนวยการส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาผู้เข้าสอบคัดเลือกอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ปีงบประมาณ 2552 รุ่น 68-70 จำนวน 142 คน อย่างไรก็ดี ทั้งหมดยังไม่ถือว่ามีความผิดทางวินัยและอาญา จนกว่า ป.ป.ช. ชุดใหญ่จะชี้มูลความผิดวินัยและศาลจะตัดสินเป็นที่สุด สำหรับบันทึกมีความยาว 12 หน้า ระบุพฤติกรรมแห่งคดี 2 ช่วง “มติชน” นำเสนอช่วงแรกไปแล้ว เป็นพฤติกรรมการออกข้อสอบช่วยเหลือข้าราชการ 150 คน ที่ได้รับรายชื่อมาจากผู้มีอำนาจทางการเมือง อีกทั้งยังช่วยให้คะแนนสูงทั้งๆ ที่เขียนคำตอบไม่ดี ก่อนนำมาจัดลำดับที่และรุ่นให้สอบได้ ฉบับนี้จะนำเสนอช่วงที่สอง หลังเกิดกระแสข่าวเรียกรับเงินรายละ 8 แสนบาท ผู้เกี่ยวข้องเกรงจะถูกตรวจสอบ จึงให้ประธานทั้ง 3 รุ่น นำกระดาษเปล่าพร้อมแนวคำตอบไปให้ 150 คน เขียนคำตอบใหม่ย้อนหลัง |
“มติชน” ขอนำพฤติกรรมในช่วงแรกมาเสนอเป็นตอนแรก จากนั้นจะนำเสนอช่วงสองในวันต่อไป
ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งที่ 179/2553 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 และที่ 328/2553 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2553 แต่งตั้งผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนและคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยในการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีตามคำร้องขอให้ถอดถอนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกจากตำแหน่ง กรณีส่อว่าทุจริตต่อหน้าที่และส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอ (นอ.) ปี 2552 และกล่าวหาข้าราชการกรมการปกครอง (ปค.) อีกหลายคนมีส่วนร่วมกระทำความผิดดังกล่าว ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
บัดนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเสร็จแล้ว เห็นว่าข้อกล่าวหานั้นมีมูลความผิด
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ปค. ออกประกาศเรื่องการสอบคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตร นอ. ประจำปี 2552 จำนวน 3 รุ่น (รุ่น 68-70) สอบข้อเขียนวันที่ 22 มีนาคม 2552 ที่เมืองทองธานี แบ่งเป็น 2 ภาค ภาคเช้า ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป มีข้อสอบปรนัย ซึ่งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นผู้ออกข้อสอบและตรวจกระดาษคำตอบ และข้อสอบอัตนัย 1 ข้อ ซึ่ง ปค. เป็นผู้ออกข้อสอบและตรวจกระดาษคำตอบ (ปกสีเหลือง) ภาคบ่าย ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง มีข้อสอบปรนัย ซึ่ง มสธ. เป็นผู้ออกและตรวจกระดาษคำตอบ และข้อสอบอัตนัย 1 ข้อ ซึ่ง ปค. เป็นผู้ออกข้อสอบและตรวจกระดาษคำตอบ (ปกสีชมพู)
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ปค. มีคำสั่งที่ 135/2552 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกข้าราชการ เพื่อเข้าศึกษาอบรมหลักสูตร นอ. ปี 2552 มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการคัดเลือกข้าราชการเข้าศึกษา ประกอบด้วย
- นายสุรพล ภาษิตนิรันดร์ รองอธิบดี ปค. กลุ่มภารกิจด้านการบริหารงานปกครอง ประธาน
- นายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ (ผอ.กกจ.)
- นายสุรพล สุวรรณานนท์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัย
- หัวหน้ากลุ่มงานบรรจุและแต่งตั้ง
- นายวีรเดช วิษณาภรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาระบบงาน เป็นกรรมการ
วันที่ 9 มีนาคม 2552 ปค. มีคำสั่งที่ 205/2552 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการออกข้อสอบอัตนัย มีนายวุฒิชัย เสาวโกมุท และนายครรชิต สลับแสง เลขานุการ ปค. รวมอยู่ด้วย และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ซึ่งมีนายสำราญ ตันเรื่องศรี ผู้อำนวยการส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกรรมการรวมอยู่ด้วย โดยข้อสอบของผู้ใดได้รับการคัดเลือกผู้นั้นจะเป็นผู้ตรวจข้อสอบอัตนัย
วันที่ 9 มีนาคม 2552 ปค. มีคำสั่งที่ 206/2552 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบอัตนัย ประกอบด้วย
- นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อปค. ประธาน
- นายสุรพล ภาษิตนิรันดร์
- นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รอง อปค.
- นายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผอ.กกจ.
- นายวีรเดช วิษณาภรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาระบบงาน เป็นกรรมการ
ปค. มีคำสั่งที่ 207/2552 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการเก็บรักษาโจทย์ข้อสอบอัตนัย ประกอบด้วย
- นายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผอ.กกจ. ประธาน
- นายวีรเดช วิษณาภรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาระบบงาน
- นายสุรพล สุวรรณานนท์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัย
- นายอรรถพันธ์ สงวนเสริมศรี นักทรัพยากรบุคคล เป็นกรรมการ
วันที่ 13 มีนาคม 2552 ปค. ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบจำนวน 1,642 คน
วันที่ 17 มีนาคม 2552 มีข่าวแพร่หลายออกไปว่า ผู้บริหาร ปค. เรียกรับเงิน 800,000 บาท เพื่อช่วยเหลือให้สอบคัดเลือกได้ ปค. โดยนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ จึงมีหนังสือถึงทุกหน่วยงานรายงานพฤติการณ์ทุจริตที่พบเห็นไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
วันที่ 18 มีนาคม 2552 มีหนังสือจากนายวุฒิชัย เสาวโกมุท เชิญประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบอัตนัย นัดหมายประชุมวันที่ 20 มีนาคม 2552 เวลา 17.00 น. ที่ห้องปฏิบัติการ อปค. เนื่องจากในวันที่ 22 มีนาคม 2552 นายวงศ์ศักดิ์ติดราชการอื่นต้องเดินทางไปต่างจังหวัด
ก่อนถึงวันประชุม (ระหว่างวันที่ 16-20 มีนาคม 2552 เวลากลางวัน) นายวงศ์ศักดิ์ไปเชิญนายวุฒิชัยเข้าไปพบที่ห้องทำงาน อปค. และแจ้งว่า “ผู้มีอำนาจทางการเมือง” ในกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผ่านมาทางนายครรชิต สลับแสง เลขานุการกรม ว่า ในการสอบคัดเลือก นอ. ครั้งนี้ ผู้มีอำนาจดังกล่าวได้มอบรายชื่อผู้เข้าสอบประมาณ 150 คนมาให้ และแจ้งว่าบุคคลเหล่านี้จะต้องสอบได้ ซึ่งหมายความว่าจะให้นายวุฒิชัยหาทางช่วยเหลือให้สอบได้ นายวุฒิชัยจึงตกลงทำตามคำสั่ง โดยหารือกันว่าในการคัดเลือกข้อสอบจะให้นำข้อสอบที่นายวุฒิชัยออกในวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปมาเป็นข้อสอบเพื่อสะดวกกับการให้คะแนนช่วยเหลือบุคคลตามรายชื่อทั้ง 150 คนได้ นอกจากนี้ นายวงศ์ศักดิ์และนายวุฒิชัยยังรู้จักและสนิทกับนายสำราญ ตันเรื่องศรี ผู้อำนวยการส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยนัดแนะกันจะเลือกข้อสอบที่นายสำราญเป็นผู้ออกในวิชาความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง เพื่อให้นายสำราญช่วยเหลือในการให้คะแนนกับบุคคลตามระบุชื่อดังกล่าวได้
วันที่ 20 มีนาคม 2552 เวลา 17.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบตามนัดหมาย ณ ห้องทำงานของนายวงศ์ศักดิ์ มีผู้เข้าร่วมประชุมคือ นายวงศ์ศักดิ์ นายสุรพล ภาษิตนิรันดร์ นายวุฒิชัย เสาวโกมุท และนายวีรเดช วิษณาภรณ์ ทั้งนี้ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รอง อปค. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากติดราชการอื่น ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมแล้วได้มีเจ้าหน้าที่กองการเจ้าหน้าที่จัดพิมพ์บัญชีลงชื่อผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 5 คนไปให้บุคคลทั้ง 5 คนลงนามในภายหลังโดยระบุวันประชุมเป็นวันที่ 22 มีนาคม 2552 เพื่อให้ตรงกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้โดยได้นำไปให้นายนิรันดร์ลงชื่อด้วย
ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบได้ตกลงเลือกข้อสอบที่นายวุฒิชัยและนายสำราญเป็นผู้ออกข้อสอบ เป็นไปตามที่นายวงศ์ศักดิ์และนายวุฒิชัยตกลงกันล่วงหน้า โดยมีการปรับเปลี่ยนคำตอบของนายสำราญเล็กน้อย แต่ยังคงมีเค้าโครงเดิมอยู่ และเก็บรักษาข้อสอบและคำตอบดังกล่าวทั้ง 2 ข้อไว้ในกล่องเก็บรักษาในความครอบครองของนายวีรเดช ทั้งนี้ กุญแจกล่องดังกล่าวมีนายวุฒิชัยและนายวีรเดชเป็นผู้ถือ
วันที่ 22 มีนาคม 2552 มีการนำข้อสอบทั้ง 2 ข้อ มาพิมพ์และให้ผู้เข้าสอบทำ โดยข้อสอบอัตนัยภาควิชาความรู้ความสามารถทั่วไปใช้สมุดกระดาษคำตอบปกสีเหลือง ภาควิชาความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งใช้สมุดกระดาษคำตอบปกสีชมพู มีข้อสอบ 2 วิชา คือ วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป และวิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
เมื่อสอบเสร็จ กระดาษคำตอบปรนัย มสธ. เป็นผู้นำไปตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วส่งผลการตรวจให้ ปค. ในวันที่ 23 มีนาคม 2552 โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ทุจริตในการตรวจข้อสอบปรนัยแต่อย่างใด
สำหรับกระดาษคำตอบอัตนัย ได้ถูกบรรจุแบ่งออกเป็น 2 กล่อง เป็นสมุดคำตอบปกสีเหลือง 1 กล่อง และสมุดคำตอบปกสีชมพู 1 กล่อง เจ้าหน้าที่กองการเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำไปเก็บไว้ในห้องทำงานของนายวุฒิชัย เสาวโกมุท และปิดล็อคไว้มีเพียงนายวุฒิชัย และเจ้าหน้าที่หน้าห้องอีก 2 คน ได้แก่ น.ส.สรัญญา ใจงาม และนายดุสิต ศิริวราศัย เท่านั้นที่มีกุญแจเปิดได้
วันที่ 23 มีนาคม 2552-24 มีนาคม 2552 นายอรรถพันธ์ สงวนเสริมศรี นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ กกจ. และเจ้าหน้าที่ กกจ. อีก 7 คนช่วยกันนำกระดาษคำตอบทั้ง 2 กล่อง มาลบข้อความหรือเครื่องหมายที่พิสูจน์ตัวบุคคลเพื่อให้ผู้ตรวจไม่สามารถรู้ได้ว่ากำลังตรวจกระดาษคำตอบของผู้ใด โดยใช้วิธีติดหมายเลขรหัสไว้กับปกสมุด 2 ตำแหน่ง ตำแหน่งแรกอยู่กลางปก ตำแหน่งที่สองอยู่หัวมุมขวาด้านบนซึ่งจะมีหมายเลขประจำตัวสอบของผู้เข้าสอบอยู่ จากนั้นจะตัดหัวมุมด้านบนออก แล้วนำมาเก็บแยกต่างหาก โดยนายอรรถพันธ์จะเป็นผู้เก็บรักษารหัสไว้เพียงคนเดียว โดยทำงานเสร็จสิ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2552 เวลาประมาณ 16.30 น. หลังจากนั้นได้เก็บสมุดกระดาษคำตอบทั้ง 2 กล่องกลับเข้าไปยังห้องทำงานของนายวุฒิชัย จากนั้นนายอรรถพันธ์ได้นำรหัสที่ตนเก็บรักษาไว้ใส่ข้อมูลลงในไฟล์คอมพิวเตอร์ซึ่งในไฟล์ดังกล่าวเมื่อเปิดดูจะสามารถรู้ได้ว่าผู้เข้าสอบชื่อใด สังกัดใด หมายเลขประจำตัวสอบใด และรหัสสมุดคำตอบเลขที่ใด
วันที่ 25 มีนาคม 2552 เวลากลางวัน นายวุฒิชัย…ได้เรียกนายอรรถพันธ์เข้าไปพบในห้องทำงานของตน และขอไฟล์รหัสดังกล่าวนายอรรถพันธ์จึงมอบไฟล์ ข้อมูลดังกล่าวให้ไปโดยพิมพ์เป็นกระดาษ เอ 4 ทั้งนี้ นายอรรถพันธ์ไม่เคยทราบมาก่อนว่านายวุฒิชัย เป็น กรรมการตรวจข้อสอบด้วย และต่อมานายอรรถพันธ์ ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้นายวีรเดช วิทยาภรณ์ หัวหน้า ส่วนให้ทราบ แต่นายวีรเดชก็มิได้ทักท้วงแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ทราบว่านายวุฒิชัยเป็นกรรมการตรวจข้อสอบ อัตนัยด้วย
วันที่ 25 มีนาคม-31 มีนาคม 2552 นายวุฒิชัยได้นำกระดาษคำตอบทั้งปกสีเหลืองและปกสีชมพูออก มาตรวจโดยนำรายชื่อที่ได้รับมาจากนายวงศ์ศักดิ์ ประมาณ 150 คน มาช่วยเหลือให้คะแนนสูง ทั้งๆ ที่ เขียนคำตอบได้ไม่ดีหรือเขียนจำนวนน้อยแผ่น แต่ในกรณีของบุคคลอื่นๆ ที่นอกเหนือรายชื่อที่ได้รับมา หากเขียนคำตอบได้ดีมาก นายวุฒิชัยก็จะให้คะแนน มากด้วย แต่คนที่เขียนได้ดีนั้นมีจำนวนน้อย เป็นผล ให้รายชื่อที่ได้รับมาเมื่อนำคะแนนที่ให้ไปรวมกับ ข้อสอบปรนัยแล้ว เป็นผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับการคัดเลือก อย่างไรก็ตาม เมื่อนำรายชื่อดังกล่าวมาเรียงลำดับที่ และลำดับรุ่นแล้วยังไม่เป็นไปตามความประสงค์ของ ผู้สั่งการ นายวุฒิชัยจึงประสานงานกับนายครรชิต สลับแสง เลขานุการ ปค. เพื่อจัดลำดับว่ารายชื่อใดควร อยู่ในลำดับที่และรุ่นใดซึ่งท้ายที่สุดก็ได้ลำดับที่และรุ่นที่ ตามความต้องการของผู้มีอำนาจทางการเมืองใน กระทรวงมหาดไทย
วันที่ 30 หรือ 31 มีนาคม 2552 เวลากลางวัน นายวุฒิชัยได้เชิญนายสำราญ ตันเรื่องศรี มาพบที่ห้อง ทำงานของนายวุฒิชัยจากนั้นได้นำคะแนนที่ตนจัดทำ ขึ้นทั้งกระดาษคำตอบปกสีเหลืองและปกสีชมพู ส่งให้ กับนายดุสิต ศิริวราศัย เลขานุการของนายวุฒิชัย เป็น ผู้เขียนตัวเลข ในแบบฟอร์มลงคะแนนวิชาความรู้ ความสามารถทั่วไป และวิชาความรู้ความสามารถ เฉพาะตำแหน่ง วิชาละ 31 หน้า จากนั้นนายวุฒิชัยได้ ลงนามรับรองคะแนนในแบบฟอร์มวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป ส่วนนายสำราญลงนามรับรองคะแนน ในแบบฟอร์มวิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง โดยไม่เคยนำกระดาษคำตอบปกสีชมพูไปให้นายสำราญตรวจแต่ประการใด จากนั้นได้นำแบบฟอร์ม คะแนนทั้ง 2 วิชาไปให้กับนายวีรเดช และนายอรรถพันธ์ ซึ่งเป็นผู้รวมคะแนนที่ได้รับจาก มสธ. และจาก ปค. ทั้งนี้ คะแนนที่ผู้เข้าสอบทำได้นั้นปรากฏว่า คะแนนจาก มสธ.ของผู้สอบมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้คะแนนจาก ปค.มีผลเป็นนัยสำคัญที่จะตัดสินว่าผู้ใดจะได้รับคัดเลือกเข้าอบรมครั้งนี้ ซึ่งเมื่อ นำไปคะแนนส่วนของ ปค.ไปรวมแล้วเป็นผลให้ผู้ที่มีรายชื่อ 150 คน เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าอบรม นอ.สายผู้สอบคัดเลือก ตรงตามใบสั่งทุกราย
วันที่ 2 เมษายน 2552 ปค.ได้ประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านการสอบข้อเขียน โดยมีรายชื่อผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือดังกล่าว เป็นผู้ผ่านการสอบด้วย
วันที่ 21 เมษายน 2552 ผู้ผ่านการสอบข้อเขียน เข้าสอบสัมภาษณ์ เพื่อจัดอันดับคะแนนในระหว่างรุ่น 68-70
วันที่ 23 เมษายน 2552 ปค.ประกาศผลการคัดเลือกข้าราชการเข้ารับการอบรม นอ.ทั้ง 3 รุ่น คือ รุ่น ที่ 68-70 โดยจัดเรียงลำดับสายสอบคัดเลือก 2 คน ต่อด้วยสายประสบการณ์ 1 คน ต่อด้วยสายสอบคัดเลือก 2 คน ฯลฯ จนครบตามจำนวน 288 คน และนัด หมายให้รายงานตัวในวันที่ 26 เมษายน 2552 ณ วิทยาลัยการปกครอง ส่วนสายผู้มีประสบการณ์นัดมารายงานตัววันที่ 21 เมษายน 2552
วันที่ 21 เมษายน 2552 มีผู้ผ่านการคัดเลือกสายผู้มีประสบการณ์ 2 คน ไม่มารายงานตัว ดังนั้น ในวันที่ 23 เมษายน 2552 ปค.จึงมีประกาศผลการคัดเลือกข้าราชการเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม โดยเลื่อนลำดับผู้มีประสบการณ์ในลำดับถัดมา ได้แก่ นายอดิศักดิ์ ปัญญา และนายชนรัตน์ ชูประสิทธิ์ เป็นผู้ผ่านการคัดเลือกด้วย
ในช่วงเดือนมีนาคม 2552 มีข่าวแพร่หลายว่าผู้บริหารกรมการปกครอง (ปค.) เรียกรับเงินถึง 8 แสนบาท/ราย เพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบคัดเลือกให้สอบได้ โดยลงข่าวในหนังสือพิมพ์ “มติชน” ในวันที่ 25 มีนาคม 2552 และข่าวดังกล่าวได้ส่งถึงคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 คณะกรรมาธิการฯ จึงมีหนังสือลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2552 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เชิญนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง (อปค.) ไปชี้แจงในวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 ซึ่งนายวงศ์ศักดิ์และนายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ (ผอ.กกจ.) ปค. ได้เข้าชี้แจงตามกำหนดนัด และในระหว่างการชี้แจงมีคำถามว่าผู้ตรวจข้อสอบอัตนัยให้คะแนนไปโดยไม่มีการตรวจกระดาษคำตอบ หรือเขียนคำตอบน้อย หรือไม่เขียนกลับได้คะแนนดี ซึ่งทำให้นายวงศ์ศักดิ์และนายวุฒิชัย เกรงว่าจะมีการตรวจสอบกระดาษคำตอบในรายที่ตนให้ความช่วยเหลือ
เมื่อกลับจากการชี้แจงแล้ว นายวงศ์ศักดิ์และนายวุฒิชัย จึงหารือกันที่ห้องทำงานของนายวงศ์ศักดิ์ ณ กรมการปกครอง และมีข้อตกลงที่จะปกปิดความผิดโดยจะดำเนินการปลอมกระดาษคำตอบเนื้อในซึ่งเป็นกระดาษสีขาว ทั้งในเล่มปกสีเหลืองและปกสีชมพู โดยจะนำกระดาษคำตอบเปล่าที่ยังไม่ได้ใช้ที่เก็บไว้ในห้องทำงานของ นายวีรเดช วิญญาภรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาระบบงาน ออกมาจำนวนหนึ่งตามจำนวนรายชื่อที่ช่วยเหลือไว้พร้อมทั้งตรวจดูคำตอบของผู้ได้รับการช่วยเหลือไว้ว่า เขียนข้อความคำตอบได้สมควรกับคะแนนที่ให้ไปหรือไม่ หากรายใดได้คะแนนไม่สมควรก็ให้ดำเนินการปลอมเอกสารต่อไป โดยนำกระดาษคำตอบที่เหลือใช้ไปดำเนินการ
และให้ นายคิม ปรีเปรม เลขานุการของนายวงศ์ศักดิ์ ซึ่งเป็นประธานรุ่นที่ 68 ไปติดต่อให้ตัวแทนรุ่น 3 รุ่น ได้แก่ นายคิม ปรีเปรม รุ่นที่ 68 นายธีรเกียรติ ทะแพงพันธ์ รุ่นที่ 69 นายวิสุทธิ์ โรจินทร์ รุ่นที่ 70 และ นายวัฒนา หัสจันทร์ รุ่นที่ 69 มาพบนายวงศ์ศักดิ์และนายวุฒิชัยที่ห้องทำงานของนายวงศ์ศักดิ์ ในวันหยุดประจำสัปดาห์ในวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์เพื่อนำกระดาษคำตอบเปล่าไปให้รายชื่อบุคคลที่ช่วยเหลือไว้ไปเขียนคำตอบใหม่ โดยให้ตัวอย่างการเขียนที่ทำให้คะแนนได้สูงไปประมาณ 3-4 ตัวอย่าง ให้แต่ละคนไปคัดลอกให้คล้ายตัวอย่างดังกล่าว แล้วนำกลับมามอบให้นายวุฒิชัย ซึ่งตัวแทนทั้ง 3 รุ่น ก็ได้เดินทางมาพบและรับไปดำเนินการตามคำสั่งของนายวงศ์ศักดิ์ดังกล่าว
หลังจากนั้นตัวแทนรุ่นได้นำกระดาษคำตอบเปล่าไปให้ผู้เข้าสอบที่มีรายชื่อรวม 142 คน ดำเนินการเขียนข้อความดังกล่าวเพื่อนำมาใช้สอดแทรกแทนเนื้อในกระดาษคำตอบเดิมทั้งสมุดปกสีเหลืองและปกสีชมพู เมื่อดำเนินการเสร็จตัวแทนรุ่นก็ได้นำกระดาษคำตอบมาส่งให้กับนายวุฒิชัย ซึ่งนายวุฒิชัยก็ดำเนินการปลอมเอกสารกระดาษคำตอบโดยวิธีแกะเนื้อกระดาษคำตอบสีขาวที่อยู่ด้านในของชุดเดิมซึ่งเก็บอยู่ในห้องทำงานของนายวุฒิชัยออก คงเหลือแต่ปกสมุดทั้ง 2 สีไว้ (เนื่องจากปกสมุดมีลายมือชื่อผู้คุมห้องสอบและเลขรหัสกำกับอยู่ ยากต่อการปลอมขึ้นใหม่) จากนั้นได้นำกระดาษคำตอบที่ทำขึ้นใหม่ที่รับจากตัวแทนรุ่นแกะเนื้อกระดาษคำตอบสีขาวที่เขียนขึ้นใหม่ออกมาแล้วสวมเข้ารวมไปกับปกสมุดคำตอบเดิมทั้งนี้ร่องรอยการปลอมนั้นสามารถเปิดสมุดคำตอบในหน้าที่ 4 ถึง 5 ออกมาดูจะปรากฏว่ามีร่องรอยรูตรงจุดรอยเย็บกระดาษเก่าค้างอยู่ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
วันที่ 12 และ 15 มิถุนายน 2552 เจ้าพนักงาน ป.ป.ช. ได้เดินทางไปขอรับกระดาษคำตอบอัตนัยทั้งสมุดจากกองการเจ้าหน้าที่ และได้นำกระดาษคำตอบมาเก็บรักษาไว้
เจ้าพนักงาน ป.ป.ช.ได้จำแนกกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งมีลักษณะการเขียนคำตอบคล้ายกันออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จำนวน 47 ราย กลุ่มที่ 2 จำนวน 36 ราย กลุ่มที่ 3 จำนวน 24 ราย ทั้งนี้ ผลการจำแนกกลุ่มดังกล่าวสอดคล้องกับผลการไต่สวนข้างต้นที่ว่ามีการมอบตัวอย่างประมาณ 3-4 แบบ ให้ตัวแทนรุ่นที่ 68, 69 และ 70 นำไปให้ผู้ได้รับการช่วยเหลือและเป็นผู้เข้าสอบ 142 รายเขียนขึ้นใหม่
เจ้าพนักงาน ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบสมุดคำตอบที่เหลือใช้จากการสอบของกองการเจ้าหน้าที่แล้วผลการตรวจสอบได้ความว่า โดยปกติจะต้องเหลือสมุดคำตอบภาคเช้าปกสีเหลือง 510 เล่ม และภาคบ่ายปกสีชมพู 513 เล่ม แต่กลับเหลือจริงเพียง ภาคเช้าสีเหลือง 299 เล่ม และภาคบ่ายสีชมพู 342 เล่ม ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าสมุดคำตอบที่สูญหายไปได้ถูกนำไปใช้กระทำความผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น
สำนักงาน ป.ป.ช.ได้มีหนังสือ ที่ ปช 0014/6676 ลงวันที่ 9 กันยายน 2552 ถึงอธิการวิทยาลัยการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวก โดยนัดหมายให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ช.พบกับผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นนักศึกษาหลักสูตรนายอำเภอทั้ง 142 คน ในวันที่ 9 กันยายน 2552 และดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 142 คน เขียนข้อความเลียนข้อความในกระดาษคำตอบของกลาง ผลปรากฏว่า ลายมือเขียนเหมือนกันและผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 142 คน ยืนยันรับรองว่าตนเป็นผู้เขียนข้อความในกระดาษคำตอบของกลางด้วยตนเอง
คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของ นายวงศ์ศักดิ์ นายวุฒิชัย นายครรชิต สลับแสง เลขานุการกรม และ นายสำราญ ตันเรื่องศรี ผู้อำนวยการส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ มีความผิดดังนี้
ทางวินัย ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสารกระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้นฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารกระทำการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จประมวลกฎหมายอาญา
ผู้เข้าสอบคัดเลือกอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ปีงบประมาณ 2552 จำนวน 142 คน มีมูลความผิดดังนี้
ทางวินัย ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสารกระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้นฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารกระทำการดังต่อไปนี้ ในการปฏิบัติการตามหน้าที่รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา
คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงขอแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวให้ท่านทราบเพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อไป
องค์คณะการไต่สวนและคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยในการไต่สวนข้อเท็จจริง ได้แจ้งให้ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาทราบ ในการแจ้งข้อกล่าวหาครั้งนี้ด้วยว่า ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาอาจชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโดยทำเป็นหนังสือชี้แจงด้วยวาจาก็ได้ และผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทนายความหรือบุคคลที่ผู้ถูกกล่าวหาไว้วางใจเข้าฟังการชี้แจงหรือให้ปากคำของตนได้ แต่จะทำการชี้แจงแทนไม่ได้ การนำสืบแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเอง หรือจะอ้างพยานหลักฐานแล้ว ขอให้พนักงานไต่สวนเรียกพยานหลักฐานมาก็ได้ โดยถ้อยคำหรือคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันผู้ถูกกล่าวหาในการพิจารณาได้ ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาอันสมควรแต่อย่างช้าไม่เกิน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบข้อกล่าวหา
