bg-single

การระบาดครั้งใหม่ที่อีแทวอน : การรับมือของเกาหลีใต้ แล้วทำไมถึงมีประเด็นล่าแม่มด LGBTQI+

23.05.2020

การระบาดครั้งใหม่ที่อีแทวอน
เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรการเชิงรุกที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการจัดการที่สั่งการโดยตรงจากรัฐบาลกลางมากกว่าที่จะปล่อยให้องค์กรบริหารระดับท้องถิ่นจัดการ รวมถึงมีการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่คอยสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี นั่นทำให้เกาหลีใต้สามารถควบคุมและหยุดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อในประเทศรายแรกเมื่อต้นเดือนมกราคม แม้จะไม่ได้ใช้มาตรการปิดเมืองหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างเข้มงวดเลยก็ตาม
เกาหลีใต้มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กว่า 10,000 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 200 ราย มีอัตราผู้เสียชีวิตมีไม่ถึงร้อยละ 2 ซึ่งต่ำกว่าอัตราผู้เสียชีวิตเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ร้อยละ 4-5 และยอดผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือไม่ถึงสิบคนต่อวันในเดือนเมษายน ส่งผลให้รัฐบาลเกาหลีพิจารณาลดระดับความเข้มงวดของมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) คนเกาหลีเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ ร้านรวงต่าง ๆ เริ่มกลับมาเปิดกันอย่างคึกคัก ชาวเกาหลีเริ่มออกมาปิกนิกริมฝั่งแม่น้ำฮันเพื่อรับลมฤดูใบไม้ผลิ
“จริง ๆ แล้วสถานการณ์ในเกาหลีไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ ฉันคิดว่าในโซลเริ่มกลับมาเป็นปกติ คนในโซล (Seoulites) ดูเหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรแล้ว (เรื่องโรคระบาด) มีแค่ที่ต่างจังหวัดที่ยังเฝ้าระวังกันอยู่” แดเนี่ยล ลี อัพเดทสถานการณ์ในเกาหลีกับผู้เขียนก่อนหน้าจะเกิดการระบาดที่ไนท์คลับในย่านอีแทวอนเพียง 4 วัน


การผ่อนคลายข้อบังคับเรื่องการเว้นระยะห่างของรัฐบาลกลางทำให้แสงสีในช่วงเวลากลางคืนกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง และย่านอีแทวอนก็เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่า นอกจากจะเป็นย่านนานาชาติอันเป็นที่ตั้งของสถานทูตหลายประเทศแล้ว อีแทวอนยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องราตรีในเกาหลีด้วย และในบรรดาสถานบันเทิงจำนวนมากในอีแทวอนก็มีคลับและผับเกย์แทรกตัวในย่านนี้อยู่หลายแห่ง การระบาดครั้งใหม่ในเกาหลีเกิดขึ้นที่นี่ หลังจากทางการพบว่านักท่องราตรี 2 ราย มีผลตรวจโควิด-19เป็นบวก ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเกินหลักสิบหลังจากพบผู้ติดเชื้อสองรายแรก และส่วนใหญ่มีประวัติเที่ยวสถานบันเทิงในอีแทวอน 6 แห่งในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ทางการออกประกาศโดยการส่งข้อความตรงเข้าโทรศัพท์มือถือของทุกคนให้ผู้ที่เดินทางไปเที่ยวไนท์คลับช่วงวันที่ 24 เมษายน ถึง 6 พฤษภาคม เข้ารายงานตัวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อไวรัสทันที ไม่เฉพาะคนเกาหลีเท่านั้น ชาวต่างชาติที่มีประวัติการเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้นก็สามารถเข้ารับการตรวจฟรีได้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้ย่านต่าง ๆ ที่ผู้คนมักจะไปท่องแสงสีกลับมาเงียบเหงาอีกครั้งจากประกาศของรัฐบาลที่ให้สถานบันเทิงเหล่านี้หยุดให้บริการชั่วคราว
“ตอนนี้คนเริ่มกลับมากังวลอีกครั้งหลังจากเห็นยอดผู้ติดเชื้อกลับมาเป็นหลักร้อยคนต่อวัน หวังว่าคนที่ไปที่เหล่านั้นจะไปตรวจเช็ค (หาไวรัส) นะ” เอช ลี ให้สัมภาษณ์กับผู้เขียนเกี่ยวกับการระบาดระลอกใหม่ที่อีแทวอน “เรากำลังจะยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่าง แต่ดูเหมือนตอนนี้คงต้องทำต่อ”
“สถานการณ์ก็คือ ถึงแม้ว่าผู้คนจะยังกังวลเกี่ยวกับโรค แต่เหมือนพวกเขาจะเบื่อและเริ่มทนไม่ไหวกับการที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาและต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน ฉันเห็นบางคนก็ไม่ได้ใส่แมสก์กันแล้ว นั่นก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล” ลีเสริม “ฉันพยายามไม่รู้สึกตื่นตูม แต่ดูเหมือนคนจะมีความเข้าใจที่แตกต่างกันเกี่ยวกับสถานการณ์และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ เรื่องที่อีแทวอนทำให้ความรู้สึกชนะต่อโรคระบาดของคนเกาหลีต้องถดถอยลง สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกอย่างคือ การล่าแม่มดในอินเตอร์เน็ต”


การระบาดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นอีกครั้งในเกาหลีกลายเป็นความท้าทายและตัวอย่างที่นานาประเทศที่กำลังต่อสู้กับไวรัสโควิด-19ต้องพิจารณาหากจะเปิดหรือผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคระบาดและการเว้นระยะห่างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การวางแผนระบบควบคุมโรคที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพของเกาหลีใต้ก็ทำให้ทางการติดตามให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อจากอีแทวอนเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสได้อย่างรวดเร็วจากการเช็คDigital Footprint เช่น ประวัติการใช้บัตรเครดิต กล้องวงจรปิด เป็นต้น
สิ่งที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดแห่งเกาหลี (KCDC) เป็นกังวลอีกอย่าง คือ นักท่องเที่ยวในย่านอีแทวอนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 20-30 ปี อายุน้อยและร่างกายแข็งแรง ซึ่งแม้ว่าจะมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย แต่บางครั้งและหลายครั้งก็ไม่แสดงอาการให้เห็นว่าติดเชื้อจนกว่าจะเข้ารับการตรวจ ทำให้พวกเขาอาจเป็นพาหะแพร่เชื้อในคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

สถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นยังสร้างความท้าทายทางสังคมในเกาหลีด้วย การระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้นในคลับเกย์ และด้วยความที่สังคมเกาหลีโดยส่วนใหญ่ยังค่อนข้างกระอักกระอ่วนต่อเรื่อง LGBTQI+ ดังที่เรามักจะเห็นวาทกรรมว่า “ประเทศเราไม่มีเกย์” (และจากที่ผู้เขียนได้สัมผัสระหว่างใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเกาหลี คนเกาหลีจำนวนมากยังไม่มีความเข้าใจ (totally have no idea) ต่อเพศสภาพที่ไม่ใช่ชายกับหญิง แม้แต่ในหมู่คนรุ่นใหม่เองก็ตาม) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้นจากคลับที่เป็นแหล่งแฮงก์เอ้าท์ของกลุ่มLGBTQI+ ส่งผลให้อาการเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน (Homophobia) ในเกาหลีกลับมารุนแรงและฉายชัดอีกครั้ง ขณะที่โดยทั่วไปสังคมเกาหลีจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อการมีอยู่ของLGBTQI+ตราบเท่าที่LGBTQI+ไม่ออกมาสู่สปอตไลท์หรือพื้นที่สาธารณะที่มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดการล่าแม่มดบนโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อหาคนที่เอาเชื้อไปแพร่ในผับดังที่เอช ลีบอก

ส่วนหนึ่งที่ส่งผลอย่างมากต่อการล่าแม่มดที่กำลังเกิดขึ้น คือ สื่อสำนักต่าง ๆ ที่เน้นการตีกรอบอธิบายว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคลับเกย์หรือเป็นเพราะเกย์ แทนที่จะอธิบายว่าการผ่อนคลายมาตรการที่ไม่รอบคอบของรัฐบาลส่งผลกระทบอะไรบ้าง และเมื่อเป็นเรื่องเกย์ ระดับการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมก็จะหนักกว่ามาก เพราะผู้คนไม่ได้โจมตีเพียงแค่คนที่ไปเที่ยวคลับ แต่จะโจมตีเกย์คอมมูนิตี้ทั้งหมด ผลกระทบอีกทอด คือ คอมมูนิตี้ก็จะล่าแม่มดผู้ที่นำเชื้อไปแพร่แต่แรกอีกทอดหนึ่ง และสิ่งที่ต้องกังวลอีกประการ คือ การล่าแม่มดต่อกลุ่มเกย์ที่ตอนนี้ยังจำกัดอยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่หากการแพร่ระบาดลุกลามไปมากกว่านี้ การล่าแม่มดอาจเกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นได้

ฝ่ายบริหารของเกาหลีเองก็รับรู้ได้ถึงความเกลียดชังต่อLGBTQI+ระลอกใหญ่ที่กำลังเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ที่อีแทวอน นายกรัฐมนตรีพัคเซ-กยูนจึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “การมุ่งเน้นการควบคุมและป้องกันโรคไปที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะไม่ได้ช่วยหรือเป็นประโยชน์ ส่วนรวมต้องให้ความร่วมมือกันต่างหาก”


 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
เข็นนกขึ้นเขากระโดงระวังเจ๊ง
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี