bg-single

สันติภาพไทย-กัมพูชาจะเกิดขึ้นได้ถ้า…

21.11.2025

เทศมองไทย

ไรอัน แคลฟฟีย์ เป็นผู้ช่วยฝ่ายวิจัยประจำโครงการ ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ของศูนย์เพื่อการศึกษาความมั่นคงใหม่อเมริกัน (ซีเอ็นเอส) และเป็นผู้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นว่าด้วย สันติภาพตามแนวชายแดนไทยกับกัมพูชา ภายใต้ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ที่กำลังส่อเค้าว่าจะล่มสลายในชั่วระยะเวลาไม่ช้าไม่นาน ซึ่งปรากฏเผยแพร่อยู่ใน อีสต์ เอเชีย ฟอรั่ม เมื่อ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

แคลฟฟีย์ระบุว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากทำพิธีลงนามในปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างไทยกับกัมพูชา ความไม่แน่นอนในสัมพันธภาพครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นตามมาจนถึงขนาดไทยประกาศ “ระงับ” การดำเนินการตามความตกลงดังกล่าวไว้ชั่วคราว

ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังเกิดเหตุทหารไทย 4 นาย ได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิดเมื่อ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

พร้อมกันนั้นก็ยุติการเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee หรือจีบีซี) ที่เป็นเวทีประชุมร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งตามแนวชายแดนซึ่งกันและกัน

การระงับการดำเนินการตามความตกลงของไทยดังกล่าว ส่งผลให้การปล่อยตัวเชลยศึกชาวกัมพูชา ที่กำหนดไว้ว่าจะมีขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายนก็ค้างเติ่งชะลอออกไปแบบไม่มีกำหนดตามไปด้วย

ผู้เขียนชี้ว่า สถานการณ์การเมืองภายในของทั้งสองประเทศเป็นปัจจัยคุกคามต่อความตกลงสันติภาพครั้งนี้มานานแล้ว แม้ความในปฏิญญาจะห้ามไม่ให้ต่างฝ่ายต่างใช้วาทกรรมใส่ไคล้กล่าวหาซึ่งกันและกัน แต่กลับไม่ได้มีกลไกบังคับใช้ใดๆ ปรากฏอยู่ ทำให้การที่ฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารของทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามนั้นกลายเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ

เขายกตัวอย่างเอาไว้อย่างเช่นตัว อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีเอง ก็ใช้คำเรียกขานกัมพูชาว่าเป็น “ปฏิปักษ์” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงจูงใจทางการเมืองในการกระพือความรู้สึกชาตินิยมขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2026 นี้ได้อย่างชัดเจน

แคลฟฟีย์ระบุว่า กัมพูชาเองก็ต้องดึงความรู้สึกต่อต้านไทยให้ลงมาอยู่ในระดับสมดุล พร้อมกันนั้นก็ต้องจัดการกับปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศตัวเองซึ่งไม่เพียงเป็นประเด็นสำคัญที่ก่อปัญหาให้กับไทยเท่านั้นยังเป็นเรื่องระคายเคืองเรื่องใหญ่ในระดับสากลด้วยอีกต่างหาก

เขาระบุว่า ถ้าหากจะให้สันติภาพคงอยู่ในระยะยาว ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีวินัยในการบริหารจัดการกับเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น การส่งกลับผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม และการจำกัดการกระทำและวาทกรรมใดๆ ที่จะทำให้ความขัดแย้งกลับมาและขยายตัวขึ้นใหม่อีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว

แคลฟฟีย์ย้ำเอาไว้ว่า ความสมานฉันท์นั้นจำเป็นต้องอาศัยทั้งความกล้าและความมุ่งมั่นทางการเมืองจากประดาผู้นำของทั้งสองประเทศ

ผู้เขียนเชื่อด้วยว่า การแทรกแซงจากผู้นำสหรัฐอเมริกาอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ สามารถช่วยสถานการณ์ได้ในตอนเริ่มแรก

แต่ถ้าจะให้ทั้งสองประเทศดำเนินการตามความในข้อตกลงในระยะยาว ทางการวอชิงตันจำเป็นต้องผสมผสานการกดดันทางการทูตเข้ากับการให้การสนับสนุนที่จับต้องได้

อาทิ การเคลียร์ทุ่นระเบิด การให้ที่พักพิงแก่ผู้พลัดถิ่นภายใน การให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และการใช้ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นต้น

แคลฟฟีย์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า หลังจากประกาศระงับการดำเนินการตามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ นายอนุทิน ยังกล่าวเอาไว้แบบห้วนๆ ด้วยว่า ความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาไม่นับว่าสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไทยเองมีทางเลือกทดแทนความสัมพันธ์ดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อทรัมป์ประกาศระงับการเจรจาการค้าทวิภาคีกับไทยในการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายอนุทินเมื่อ 15 พฤศจิกายน น้ำเสียงของนายกฯ ไทยก็เปลี่ยนไป พยายามหาทางฟื้นการเจรจาและขอให้ลดระดับพิกัดอัตราภาษีศุลกากรจากสหรัฐให้มากขึ้นไปอีก

ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า เป็นการสะท้อนถึงอิทธิพลที่สหรัฐอเมริกามีต่อไทย แม้ว่าไทยกำลังพยายามสร้างความหลากหลายทางการทูตอยู่ก็ตามที

แคลฟฟีย์เห็นว่า สหรัฐอเมริกาควรใช้โอกาสนี้ เสริมสร้างความสัมพันธ์กับกัมพูชาให้มากขึ้น เพื่อทำให้แน่ใจว่า กัมพูชาจะดำเนินการตามข้อความที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอย่างเต็มที่ รวมทั้งในเรื่องการเคลียร์กับระเบิดและการระงับวาทกรรมกับการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย

ผู้เขียนระบุว่า การประกาศระงับปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ของไทย แสดงให้เห็นว่า ความขัดแย้งในอนาคตยังสามารถเกิดขึ้นได้

ดังนั้น การเข้ามามีส่วนร่วมของ ทีมสังเกตการณ์จากอาเซียน (เอโอที) จึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

“ความยืนยาวของความตกลงสันติภาพ จำเป็นต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี, ความสำนึกอย่างแท้จริงต่อความเป็นภูมิภาคเดียวกัน รวมถึงแรงกดดัน (ทางการทูต) จากภายนอกอย่างต่อเนื่อง” แคลฟฟีย์สรุปเอาไว้ในที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
เข็นนกขึ้นเขากระโดงระวังเจ๊ง
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี