bg-single

ความจริง… จากใจมือปืนลอบสังหารนายชินโซ อาเบะ

29.11.2025

บทความพิเศษ

สุภา ปัทมานันท์

สมัยรัฐบาลนายฟุมิโอะ คิชิดะ อดีตนายกรัฐมนตรี เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ช็อกคนญี่ปุ่นและคนทั้งโลก วันที่ 8 กรกฎาคม 2022 เวลา 11.30 น. เมื่อนายชินโซ อาเบะอดีตนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น ถูกคนร้ายลอบยิงจากด้านหลังในระยะประชิดด้วยอาวุธปืนทำเอง ขณะกำลังปราศรัยช่วยผู้สมัครวุฒิสมาชิกของพรรคแอลดีพีหาเสียงที่หน้าสถานีรถไฟเมืองนาระ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเย็นวันเดียวกันนั้น

มือปืนถูกรวบตัวทันทีในที่เกิดเหตุ คือ นายเท็ตสึยะ ยามากามิ วัย 42 ปี เปิดเผยว่าไม่ได้มีสาเหตุจากความคิดเห็นต่างทางการเมือง แต่เขาโกรธแค้นนาย อาเบะ ที่เขาคิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับ “โบสถ์แห่งความเป็นเอกภาพ” ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาพันธ์ครอบครัวเพื่อสันติภาพโลกและความเป็นเอกภาพ” มีสำนักงานใหญ่ที่เกาหลีใต้ แม่ของเขาเป็นสมาชิกและหลงเชื่ออย่างงมงาย บริจาคเงินก้อนใหญ่เกือบทั้งหมดที่มีทำให้มีปัญหาทางการเงิน ล้มละลาย พ่อฆ่าตัวตาย ครอบครัวล่มสลาย พี่ชาย ตัวเขา และน้องสาวต้องดิ้นรนช่วยตัวเองมาตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมต้น

ความจริงนี้ทำให้ทุกคนตกใจมากและเป็นแรงกระเพื่อมไปทั่วประเทศ

ศาลจังหวัดนาระเริ่มกระบวนการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 มีการนัดสืบพยาน และคนในครอบครัว คือ แม่และน้องสาวของจำเลย

แม่ของเขากล่าวว่าอยากขอโทษนายอาเบะ และภรรยา รวมถึงชาวญี่ปุ่นทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าได้บริจาคเงินให้องค์กรดังกล่าวหลายครั้ง ได้ขายบ้านเพื่อนำเงินทั้งหมดไปบริจาคโดยบอกลูกๆ ว่านำเงินไปใช้หนี้เงินกู้ รู้สึกตกใจมากที่รู้ข่าวลูกชายก่อเหตุสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้?

เธอตอบว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทั้งหมด สามีมีปัญหาเรื่องงาน ติดสุราและเป็นโรคซึมเศร้าจนฆ่าตัวตาย ลูกชายคนโตป่วยหนักต้องเข้ารับการผ่าตัด รู้สึกทุกข์ใจมาก ต้องการหาที่พึ่งที่ปรึกษา จนได้ฟังคำสอนและเข้าเป็นสมาชิกโบสถ์แห่งความเป็นเอกภาพเมื่อปี 1991 นำเงินประกันชีวิตของสามีที่ได้รับทั้งหมดไปบริจาค ไม่ดูแลลูกทั้งๆ ที่อยู่ในวัยเด็ก ด้วยความหลงผิดว่าหากมีใจศรัทธา ยิ่งบริจาคเงินจะยิ่งทำให้ครอบครัวคลายทุกข์ลงได้ รวมเงินที่บริจาคไปกว่าหนึ่งร้อยล้านเยน ทั้งที่เงินจำนวนนี้ควรเป็นค่าการศึกษาสำหรับลูกทั้ง 3 คน เธอเป็นเหยื่อของคำสอนที่ล้างสมอง

ลูกชายไม่ใช่คนเลวเลย รู้สึกเสียใจและอยากขอโทษลูก

น้องสาวให้การด้วยน้ำตานองหน้าว่า ไม่อยากนึกถึงความขมขื่น ความโกรธแค้นและทุกข์อย่างแสนสาหัสในอดีตของครอบครัว

แม่สวดมนต์ อ่านคัมภีร์ศาสนาอย่างคร่ำเคร่งทั้งเช้าและค่ำ ไม่สนใจครอบครัวเลยแม้แต่ตอนที่เธอป่วยไข้ขึ้นสูงอยู่คนเดียว

ตอนเด็กมีแต่คุณปู่ที่ช่วยดูแล เคยได้ยินว่าท่านเหลือเงินไว้ให้หลานๆ แต่แม่ก็เอาไปบริจาคอีก

เธอไม่รู้ว่าควรนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหน่วยงานใดเพื่อขอความช่วยเหลือหรือมีข้อกฎหมายใดมาบังคับใช้เพื่อหยุดการกระทำของแม่ได้

พี่ชายสิ้นหวังและเจ็บช้ำน้ำใจมากจึงก่อเหตุขึ้น

วันที่ 20 พฤศจิกายน นายยามากามิ จำเลยขึ้นให้การกับศาลว่า ไม่คิดว่าควรมีชีวิตอยู่มาจนถึงบัดนี้อายุ 45 ปี รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป ยังจำภาพติดตาในวัยเด็ก คุณปู่มีปากเสียงกับแม่ เงื้อมีดในมือจะฆ่าแม่ บังคับให้แม่เลิกเป็นสมาชิกโบสถ์เมื่อรู้ว่าได้นำเงินจำนวนมากไปบริจาค ตัวเองตกใจตัวสั่นงันงก

เมื่อรู้ว่าแม่ต้องมาให้การในชั้นศาลด้วย เขาบอกว่าเสียใจที่ทำให้แม่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ความเชื่อแบบงมงายของแม่ก็เป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมด แม่ควรรู้สึกผิดด้วย แม่ไม่ใช่คนไม่ดี ถ้าไม่บริจาคเงินจำนวนมากขนาดนั้น พวกเราคงอยู่มาได้อย่างมีความสุข แม่ไม่กล้าปฏิเสธคำเชิญชวนบริจาค บางทีคนที่อยู่รอบตัวแม่คงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอย่างครอบครัวเรา แม่จึงหลงลมปาก และต้องช็อกเมื่อรู้ว่าตัวเองล้มละลาย แต่กระนั้นก็ยังหลงเชื่อว่าได้บริจาคเงินจำนวนมากให้พระเจ้า พระเจ้าต้องช่วยเหลือแน่นอน

แต่…ไม่มีใครช่วยเลย!

ในปี 2005 เขาพยายามฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลได้ติดต่อแม่ของเขาขณะที่ไปร่วมพิธีของโบสถ์ที่เกาหลีใต้ 2 สัปดาห์ แต่แม่ก็ไม่ได้เดินทางกลับในทันที รอจนเสร็จพิธีจึงกลับญี่ปุ่น เขาเสียใจมาก ชีวิตของเขาไม่มีความหมายและไม่สำคัญเท่าความเชื่อของแม่!

เมื่อพี่ชายซึ่งป่วย ได้ฆ่าตัวตาย เขายิ่งรู้สึกหมดอาลัยตายอยากกับสภาพในครอบครัว เขาแตกต่างกับคนอื่นๆ อย่างไรหรือ? จึงมีชีวิตอยู่อย่างมนุษย์ธรรมดาทั่วไปไม่ได้ มีผลการทดสอบทางจิตวิทยาพบว่าเขารู้สึกถูกผู้อื่นทรยศหักหลัง อยากหลีกหนีสังคม ไม่คลุกคลีกับผู้คน

นายฮิโรชิ ยามากุชิ ทนายผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่พ่อแม่เคยเป็นสาวกขององค์กรแห่งนี้ให้การกับศาลว่า คนรุ่นลูกต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการดำเนินชีวิต การทะเลาะกัน การทำร้ายร่างกายและสภาพจิตใจที่ย่ำแย่จนสุดจะทน มีหลายรายเลือกที่จะลาโลกนี้ไปก่อนพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ

ทนายจำเลย ชินอิชิ คามิยา กล่าวว่า จำเลยรู้สึกสิ้นหวัง ไม่มีทางออก ไม่รู้ว่าจะดิ้นรนให้พ้นสภาพเลวร้ายไปได้อย่างไร

ยิ่งเมื่อรู้ว่าโบสถ์ที่เป็นต้นเหตุทำลายครอบครัวและอนาคตของเขา มีนักการเมืองหนุนหลังอยู่!

ทนายคาดหวังว่าจุดนี้เองที่อาจทำให้ผู้พิพากษาเข้าใจจำเลยมากขึ้น

ย้อนกลับไป หลังเกิดเหตุในวันนั้น สื่อทุกสำนักขุดคุ้ยหาความจริง พบว่าองค์กรดังกล่าวมีส่วนช่วยในการหาเสียงและเป็นหัวคะแนนให้ผู้สมัครในการเลือกตั้งทุกระดับของประเทศ

ที่น่าตกใจคือ นักการเมืองในพรรคแอลดีพีหลายคนเคยร่วมกิจกรรมขององค์กร เคยได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน นักการเมืองของพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ต่างกัน

ความจริงเริ่มเผยออกมาว่า ไม่ใช่มีแต่ครอบครัวของนายยามากามิเท่านั้น มีคนจำนวนมากแสดงตนว่าต้องทนทุกข์จากการที่คนในครอบครัวตกเป็นเหยื่อความเชื่องมงายและบริจาคเงินจนเกินกำลัง หมดเนื้อหมดตัว ทำให้เกิดปัญหาภายในครอบครัวเช่นกัน

ความจริงอันน่าตกใจนี้ ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจ ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลและพรรคแอลดีพี คะแนนความนิยมของรัฐบาลลดฮวบลงปลายเดือนกรกฎาคมปีนั้น ทั้งที่เพิ่งคว้าชัยชนะในการเลือกวุฒิสมาชิก นายคิชิดะเร่งฟื้นความเชื่อมั่นกลับคืนมาโดยการปรับคณะรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องออก

แต่นักการเมืองไม่ได้รับโทษทัณฑ์ใด เทียบไม่ได้กับหายนะที่เกิดกับประชาชน!

ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 21 มกราคม 2026



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” ห่วง FTA ไทย–ยูเออี “ได้ไม่คุ้มเสีย” ทำร้ายอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเตือนอย่าใช้ FTA เป็นเครื่องมือการเมืองช่วงซักฟอก
อดีต ปลัด มท.สุทธิพงษ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อสังเกต ผลการตรวจสอบโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ
อนุรักษนิยมไทยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ?
กระทรวงเกษตรฯ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งกังวล “UPOV1991” ยืนยันยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน ลั่น! ต้องปกป้องผลประโยชน์เกษตรกร-คนไทยเป็นหลัก
จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’