บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
หลังจบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ญี่ปุ่นเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสน่ห์ของญี่ปุ่น ทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงาม วัดและโบราณสถาน อาหารอร่อย ผู้คนสุภาพอ่อนโยน บ้านเมืองสะอาดและเป็นระเบียบ ประกอบกับค่าเงินเยนอ่อนตัว ยิ่งจูงใจให้ทุกคนอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลไปเยือนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น(日本政府観光局)รายงานว่าเดือนตุลาคม ปี 2025 เดือนเดียวมีนักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่น 3.89 ล้านคน มาชมความงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบายก่อนที่จะย่างเข้าสู่ความหนาวเย็นของฤดูหนาว ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชีย อาทิ จีน เกาหลี อินโดนีเซีย กล่าวได้ว่าทุกภูมิภาคในโลกต่างพร้อมใจกันมาเยือนญี่ปุ่น
สถิตินักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่นจำนวนมากที่สุด คือ ปี 2024 จำนวน 36.87 ล้านคน คาดว่าปี 2025 จะทำลายสถิตินี้ได้ เพียงแต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากกำลังลดลงจากปัญหาระหว่างประเทศของสองผู้นำ คือนาง ซานาเอะ ทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เคยกล่าวว่าพร้อมใช้กำลังทางทหารหากจีนรุกรานไต้หวัน สร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลจีน และเรียกร้องให้คนจีนงดไปเที่ยวญี่ปุ่น มิหนำซ้ำกระทรวงต่างประเทศจีนเตือนให้พลเมืองระวังความปลอดภัยในขณะอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วย นอกจากนี้ยังมีภัยจากแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ที่จังหวัดอาโอโมริ ทางตอนเหนือเกาะฮอนชู เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2025
ผลสำรวจของเทโคคุ ดาตาแบงก์(帝国デタ―バンク)ธุรกิจ 42.8% ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนลดลง ส่วนอีก 40.8% ไม่มีผลกระทบใด ๆ นับเป็นจำนวนพอ ๆ กันจึงไม่น่ากังวล มีเสียงเรียกร้องว่าไม่ควรพึ่งพิงจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน แต่ควรเร่งขยายตลาดในประเทศอื่น ๆ เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน จำนวนคนญี่ปุ่นที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ปี 2024 มีจำนวน 13.7 ล้านคน แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 35% แต่ก็เป็นจำนวนใกล้เคียงกับเมื่อ 30 ปีก่อน และเป็นเพียง 65% ของจำนวนก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
บริษัทท่องเที่ยว JTB ของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีต่อต้นปีใหม่ 2026 คนญี่ปุ่นจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศราว 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 31% จุดหมายปลายทางประเทศใกล้ ๆในเอเชีย เช่น เกาหลี ไต้หวัน ลดลงเล็กน้อย เทียบกับสถานที่ไกลๆ อาทิ ฮาวาย ยุโรป ที่เพิ่มขึ้นมาก ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนประมาณ 275,000 เยน(ราว 6 หมื่นบาท) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย เนื่องจากระมัดระวังการใช้จ่ายจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงมาก
ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศของคนญี่ปุ่น น่าสังเกตว่ามีแนวโน้มลดลง การสำรวจของกระทรวงการท่องเที่ยว เดือนสิงหาคม ปี 2025 ช่วงวันหยุดฤดูร้อน มี 52.1 ล้านคน ลดลง1.5% เดือนกันยายน มี 41.9 ล้านคน ลดลง1.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2024
เพราะเหตุใดคนญี่ปุ่นจึงท่องเที่ยวในประเทศลดลง?
สาเหตุหลัก คือ สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียง อาทิ โตเกียว เกียวโต นารา ภูเขาฟูจิ ฟุคุโอกะ เกิดความแออัดมากเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติล้นเมือง กลายเป็น “over tourism” คนญี่ปุ่นยังมีภาพจำช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ญี่ปุ่นปิดประเทศไม่รับคนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว ช่วงนั้นถนนหนทาง สะอาด เงียบสงบ แต่ตอนนี้ตรงกันข้าม นักท่องเที่ยวต่างชาติหาความสุขจากการกินอาหาร ชมวัด โบราณสถาน และถ่ายรูปตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ จนหลายครั้งเกินเลยอย่างไม่สมควร ล่วงล้ำ ไม่เคารพความเป็นส่วนตัว หรือก่อให้เกิดอันตราย จนมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น
จากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น จึงแย่งที่พักตามโรงแรมต่าง ๆ ที่คนญี่ปุ่นเคยใช้บริการ ทำให้ราคาสูงขึ้น หรือแทบไม่มีห้องว่าง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ขณะนี้ราคาห้องพักระดับสูงในเมืองท่องเที่ยวมีราคาคืนละเกินหนึ่งแสนเยน (สองหมื่นกว่าบาท) ส่วนบิซิเนส โฮเตล สำหรับนักธุรกิจญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางติดต่อระหว่างเมืองก็ราคาสูงขึ้น สถานการณ์กลับกลายเป็นว่ารายได้ของโรงแรมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติก็รับทรัพย์กันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ไม่จำเป็นต้องลดราคาเพื่อลูกค้าญี่ปุ่น
ส่วนเมืองรองหรือท้องถิ่นห่างไกล ไม่ได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงวันหยุดยาว ปลายปี 2025 มีคนญี่ปุ่นพาครอบครัวไปท่องเที่ยวต่างถิ่นราว 38.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 2% ทั้งนี้ต้องวางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้านานขึ้น ในจำนวนนี้ราว 35% มีแผนท่องเที่ยวสั้น ๆแบบ 2 วัน 1 คืน เนื่องจากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งค่าอาหารและค่าที่พักที่แพงขึ้นราว 1.5 เท่า
หากวิเคราะห์เบื้องลึกสาเหตุที่คนญี่ปุ่นต้องคิดมากเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว อาจเป็นเพราะ “เงินก็ไม่มี เวลาก็ไม่มี” ที่มาจากสภาพเศรษฐกิจซบเซา ชะงักงัน มาตั้งแต่ 10 ปีหลังช่วงฟองสบู่แตกเป็นต้นมา แม้กระเตื้องขึ้นช่วงสั้น ๆ ปี 1999 แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นต่อเนื่อง ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเด็กเกิดน้อย คนแก่เยอะ ขาดแคลนแรงงาน ธุรกิจการลงทุนไม่ขยายตัว ค่าเงินเยนอ่อนลงมาก ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวันจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ เป็นต้น คนญี่ปุ่นต้องทำงานหนักขึ้น วันหยุดน้อยลง ค่าแรงไม่เพิ่ม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น เงินเก็บไม่พอกับอายุที่ยืนยาวขึ้น เครียดมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ สำหรับคนวัยแรงงานมีภาระหาเลี้ยงครอบครัว จะคิดท่องเที่ยวได้หรือ ? แม้อยากไปท่องเที่ยวแค่ในประเทศ ก็ต้องกระเบียดกระเสียรคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างถี่ถ้วน ค่าที่พักแพงขึ้นแน่นอนอยู่แล้วเพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากันมากมาย หากจะเลี่ยงโดยขอวันลาหยุดไปเที่ยวตอนโลว์ซีซั่นก็ทำไม่ได้ การใช้วันลา แม้มีสิทธิ์ก็ทำได้ยาก ต้องเกรงใจเพื่อนร่วมงานมารับภาระงานแทน บริษัทญี่ปุ่นมีวันหยุดต่อเนื่องตามเทศกาล เช่น โกล์เด้นวีค โอบ้ง(ไหว้บรรพบุรุษ) ช่วงสิ้นปี เป็นต้น อยากไปเที่ยว ก็ต้องไปเวลาเดียวกันกับคนอื่น ๆ ซึ่งทุกอย่างพร้อมใจกันแพง!
ดังที่กล่าวตอนต้น ตัวเลขคนญี่ปุ่นที่ไปเที่ยวต่างประเทศมีจำนวน 13.7 ล้านคน แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าแล้ว 35% แต่ก็เป็นจำนวนใกล้เคียงกับเมื่อ 30 ปีก่อน คงเป็นข้อยืนยันถึงความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจได้ดี
การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่บูมมาก ๆเป็นเรื่องน่ายินดีที่จะมีรายได้เข้าประเทศมากขึ้น แต่สำหรับชาวญี่ปุ่น ต้องแลกกับความสงบสุขในชีวิตประจำวันที่ถูกรบกวน และความสุขที่ตัวเองจะได้ไปเที่ยวบ้างในราคาที่ไม่แพงขึ้นมากอย่างขณะนี้
ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่างเพลิดเพลิน
แต่คนญี่ปุ่นจะเที่ยวประเทศตัวเองยังต้องคิด !
ทำไมจึงกลับตาลปัตรไปได้เช่นนี้ !
