บทความพิเศษ |สุภา ปัทมานันท์
รัฐสภาญี่ปุ่นเปิดประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 220 วันที่ 23 มกราคม 2026 นาย ฟุคุชิโร นุคางะ(額賀福志郎)ประธานรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนสังกัดพรรคแอลดีพี(自民党)อ่าน “ประกาศ ยุบสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7” แล้ว ในช่วงบ่ายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเร่งด่วน รัฐบาลกำหนดประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งวันที่ 27 มกราคม และลงคะแนนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ รวมเวลาเพียง 16 วันหลังประกาศยุบสภาฯ ถึงวันลงคะแนน เป็นช่วงเวลาสั้นที่สุดที่เคยมีมา
ประวัติศาสตร์การประกาศยุบสภาฯระหว่างวาระของนายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกเป็นต้นมา ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 แต่หากนับการประกาศยุบสภาในวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง ไม่เคยเกิดขึ้นมา 60 ปีแล้วหลังจากปี 1966 นายเอซากุ ซาโต้(佐藤栄作)(1901-1975) นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 63 ช่วงปี1964-1972 ส่วนอีก 3 ครั้ง เป็นการยุบสภาในวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ กล่าวคือ
ปี 1986 นายยาสุฮิโร นากาโซเน(中曾根康弘)นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 71 72 และ 73
ปี 1996 นายริวทาโร ฮาชิโมโต(橋本龍太郎)นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 82 และ 83
ปี 2017 นายชินโซ อาเบะ(安倍晋三)นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 90 และ 96-98
ทั้งนี้หลังการยุบสภาฯในอดีตทุกครั้งที่กล่าวมา พรรคแอลดีพีสามารถคว้าชัยชนะได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะสมัยนายนากาโซเน พาส.ส.เข้าสภาฯได้ถึง 300 ที่นั่ง มากที่สุดที่เคยมีมา
การเลือกตั้งครั้งที่แล้ววันที่ 27 ตุลาคม 2024 ใช้เวลา 18 วันหลังนายกรัฐมนตรี นายชิเงรุ อิชิบะ ประกาศยุบสภาฯ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้อยู่ในวาระไม่ถึง 1ใน 3 ของวาระ 4 ปี เพียง 454 วันจนถึงวันที่ 23 มกราคม ครั้งนี้สมัยนางซานาเอะ ทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เป็นครั้งที่สองที่ยุบสภาฯสมัยสามัญซึ่งเปิดประชุมในเดือนมกราคม เดือนแรกของปี ไม่เคยเกิดขึ้นมา 36 ปีแล้ว หลังจากเดือนมกราคม 1990 สมัยนายกรัฐมนตรี นาย โทชิคิ ไคฟุ(俊樹海部)นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 76 และ 77
นางทาคาอิชิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่อาศัยเสียงของพรรคร่วมที่ดึงมาจากฝ่ายค้าน พรรคอิชิน(日本維新の会)พรรคฝ่ายค้านอันดับสองมาแทนเสียงของพรรคร่วมเดิมพันธมิตรมา 26 ปี คือ พรรคโคเม ที่ถอนตัวออกไปกะทันหันก่อนการโหวตเลือกนาง ทาคาอิชิ การทำงานที่ผ่านมาจึงต้องอาศัยการประสานสิบทิศ เจรจาผ่อนปรนในนโยบายด้านต่าง ๆ รวมถึงการจัดทำงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2026 ซึ่งยังไม่ลงตัวจนเดือนมกราคมขณะนี้ แต่กระนั้นคะแนนนิยมนายกฯหญิงก็สูงมาก ไม่มีตกเลย
การเลือกตั้งครั้งที่แล้วเดือนตุลาคม ปี 2024 พรรคแอลดีพีภายใต้การนำของ นายชิเงรุ อิชิบะ ไม่สามารถคว้าที่นั่งได้เกินกึ่งหนึ่ง มิหนำซ้ำในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในเดือนกรกฎาคม ปี 2025 ก็แพ้อีก หมดยุคที่พรรคแอลดีพีครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย(立憲民主党)พรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่งแม้จะได้ที่นั่งมากขึ้นอย่างโดดเด่น แต่ก็ไม่มีพรรคใดที่ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
นางทาคาอิชิ ล้างไพ่ล้มกระดานทางการเมือง เน้นให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแสดงเจตจำนงของประชาชนว่าอยากได้รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ “ทาคาอิชิ” หรือ “โนดะ” หรือ “ไซโต” หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค คือ พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยและพรรคโคเมที่เพิ่งร่วมกันตั้งพรรคใหม่วันที่ 16 มกราคม ชื่อพรรค “พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง”(中道改革連合)(อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “การเมืองญี่ปุ่น ว่าด้วยการเลือกตั้ง” มติชนสุดสัปดาห์ 23 มกราคม 2569)
น่าสังเกตว่า ทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคแอลดีพี เร่งชูนโยบายด้านค่าครองชีพ เพื่อชนะใจประชาชนที่กำลังแบกภาระหนักจากข้าวของแพง ค่าครองชีพสูงขึ้นมากในขณะนี้ ด้วยการยกเลิกหรือลดภาษีผู้บริโภค(消費税)พรรค “พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง” ประกาศนโยบายยกเลิกภาษีผู้บริโภคให้เป็น 0% สำหรับสินค้าอาหาร ไม่มีกำหนดเวลา เรียกว่านโยบาย “ผู้ดำรงชีวิตเฟิร์สต์”(生活者ファースト)ส่วนพรรคแอลดีพีสู้กลับด้วยการประกาศพิจารณาอย่างเร่งด่วนลดภาษีผู้บริโภคเหลือ 0% สำหรับสินค้าอาหารเป็นเวลาเพียง 2 ปี แต่เบื้องหลังที่ไม่มีใครพูดถึงคือแหล่งที่มาของงบประมาณที่จะมาอุดหนุน
ส่วนพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(国民民主党)พรรคฝ่ายค้านอันดับสาม ไม่ชูนโยบายภาษีผู้บริโภค แต่มีหลายนโยบายช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน เน้นการเพิ่มรายได้ ขึ้นค่าแรง การขยายเพดานเงินได้สุทธิเพื่อยกเว้นการเสียภาษีเงินได้ เป็นต้น การพยายามรักษาจุดยืนของพรรค ไม่โน้มเอียงไปทางพรรคแอลดีพีหรือพรรคฝ่ายค้านอื่น ซึ่งจุดนี้อาจจะทำให้ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นได้
ขณะนี้ไม่ได้มีแต่เพียงปัญหาด้านค่าครองชีพเท่านั้น พรรคที่จะมาเป็นรัฐบาลยังมีเรื่องใหญ่อื่น ๆ อีก อาทิ นโยบายด้านความมั่นคงด้วยการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่น การเตรียมรับมือกับนโยบายต่างๆของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นโยบายต่างประเทศ และยังมีปัญหาคนต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น ทั้งด้านอาชญากรรม การถือครองอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น อีกทั้งพรรคแอลดีพียังมีชนักปักหลังว่าด้วยเรื่อง เงินไม่โปร่งใสภายในพรรค ที่ยังไม่ได้แก้ไขอย่างจริงจัง ซื้อเวลามาเรื่อย ๆ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และถูกโจมตีจากพรรคฝ่ายค้านมาตลอด
ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา คะแนนนิยมนางทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรี สูงต่อเนื่องถึง 78% ไม่ลดลง ดังนั้น ขณะนี้จึงมาถึงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นต้องตัดสินใจว่าอยากได้นายกรัฐมนตรีชื่อ “ทาคาอิชิ” ต่อไปอีกหรือไม่?
ถ้าอยากได้นายกรัฐมนตรีหญิงชื่อ นางซานาเอะ ทาคาอิชิ อีกครั้ง
8 กุมภาพันธ์ โปรดเลือกพรรคแอลดีพีให้ชนะอย่างถล่มทลาย!
————————————
