bg-single

ผู้หญิงญี่ปุ่นมุ่งสู่โตเกียว

01.05.2026

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

โตเกียว มหานครศูนย์รวมแห่งความเจริญสูงสุดทุกด้าน คนญี่ปุ่นหลั่งไหลเข้ามาทำงาน มาเรียนหนังสือและพักอาศัยเพิ่มมากขึ้น(東京一極集中)นอกจากช่วงระยะเวลาที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีคนจำนวนไม่น้อยย้ายกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดในชนบท โดยสามารถทำงานแบบเวิร์คฟรอมโฮมหรือเรียนออนไลน์ได้

หลังจบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วงตั้งแต่ปี 2022 ผู้คนก็หวนกลับมาโตเกียวกันอีก ที่น่าสนใจคือ หากดูจำนวนผู้หญิงและผู้ชายจากทั่วทุกภูมิภาคที่มุ่งสู่โตเกียวตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชายอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 2024 มีจำนวนผู้หญิงเกือบแตะ 8 หมื่นคน ผู้ชายมีจำนวนต่ำกว่าเล็กน้อย และที่เห็นเด่นชัด คือ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงสาววัย 20 ต้น ๆ

เพราะเหตุใดผู้หญิงสาวจากภูมิภาคต่าง ๆ จึงมุ่งหน้าสู่โตเกียว?

คำตอบคือ ทุกคนมาเพื่อทำงาน เรียน และใช้ชีวิตที่โตเกียว

นักศึกษาสาวจากจังหวัดนางาซากิ ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู บอกว่า “ใผ่ฝันมาโดยตลอด อยากใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียว” สาวจากจังหวัดยามานาชิที่มีทิวทัศน์ภูเขาฟูจิ บอกว่า “อยากอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีสีสันเจิดจ้า มีกิจกรรมต่าง ๆท้าทายชีวิต” อีกสาวหนึ่งจากโอซากา ซึ่งนับว่าเป็นเมืองใหญ่ มีความเจริญครบถ้วนอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากมาอยู่โตเกียวด้วยเหตุผลว่า “อยากลองใช้ชีวิตอยู่ในที่ ๆไม่คุ้นเคย จะได้พยายามสู้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่”

ฮานาโกะ พนักงานบริษัทสาววัย 25 ปี จากจังหวัดนางาโนใกล้ฝั่งทะเลญี่ปุ่น เผยความในใจที่รู้สึกได้ถึงความไม่เท่าเทียมชายหญิงญี่ปุ่นตลอดมา บอกว่าไม่อยากเดินตามรอยคุณแม่ ที่ถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาภายใต้ค่านิยมโบราณที่ด้อยค่าผู้หญิงแบบ “สังคมชายเป็นใหญ่”(男尊女卑)หรือขีดเส้นแบ่งแยกหน้าที่ชายหญิงอย่างเคร่งครัดแบบ “ผู้ชายทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงดูแลงานบ้านและเลี้ยงลูก” อีกทั้งคุณย่าที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เป็นผู้หญิงเกิดในยุคโชวะ (ปี1926 – 1989) ที่ปฏิบัติตามธรรมเนียมโบราณต่อคุณแม่ที่เป็นสะใภ้อย่างเข้มงวด น้องชายจะได้กินข้าวก่อนและได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษในฐานะผู้สืบต่อตระกูล

บัดนี้ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 แล้ว สังคมญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปมากเกินกว่าที่คุณย่าจะเข้าใจได้แล้ว ฮานาโกะรู้สึกมาตลอดว่าน่าจะมีสังคมอื่นที่ไม่ใช่สังคมแบบที่แวดล้อมตัวเธออยู่ สังคมกว้างใหญ่ที่ให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่อยากทำได้ด้วยตัวเอง ด้วยเห็นตัวอย่างจากคุณแม่ที่ไม่มีอิสรภาพ ไม่มีสิทธิ์เลือก ก้มหน้าทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติสมาชิกในครอบครัวอย่างดี จนลูกๆโตขึ้น อีกไม่นานจะถึงเวลาที่ต้องดูแลเฝ้าไข้คุณย่าผู้ชราต่อไป คุณแม่สรุปสถานะของตัวเองเป็นเพียง “คนรับใช้” ประจำบ้านเท่านั้น

ฮานาโกะ ตัดสินใจออกไปเผชิญโลกกว้างที่โตเกียว ไปตามหาความฝันตามแบบเพื่อนร่วมชั้นอีก 2 คนที่ได้งานทำและใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียวแล้ว ได้ฟังคำบอกเล่าจากเพื่อนว่า ชีวิตสะดวกสบาย ทันสมัยและปรับตัวเข้ากับโตเกียวได้ไม่ยากเลย มิหนำซ้ำยังมีโอกาสให้พวกเธอที่อยู่ในวัยสร้างครอบครัวได้พบคนถูกใจ แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างถาวร ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็วิเศษมาก!

มิชิโกะ วัย 23 ปี จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดฮิโรชิมา ได้เข้าเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกียวโตหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของญี่ปุ่นในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ผลิปีนี้ มุ่งหวังว่าเรียนจบแล้วจะหางานทำที่โตเกียวทันที คุณแม่ให้การสนับสนุนเต็มที่ในการเรียนต่อระดับสูงขึ้นของลูกสาว นับเป็นคุณแม่ผู้มีหัวก้าวหน้าแบบผู้หญิงสมัยใหม่ที่ยังมีไม่มากนัก เห็นลูกสาวเฉื่อยชา หงอยเหงา ไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิตที่ฮิโรชิมา อยากสนับสนุนให้ลูกได้เห็นโลกกว้าง มีอิสระ ได้ประสบการณ์ใหม่ ได้พบผู้คนหลากหลายอาชีพในเมืองใหญ่ ๆ มากกว่าเก็บตัวอยู่ในชนบท

แต่…เมื่อปรึกษากับคุณพ่อเรื่องเรียนต่อและการหางานทำที่โตเกียว

เกิดการโต้แย้งอย่างเผ็ดร้อนในครอบครัว “ผู้หญิงเรียนสูงๆ มีความรู้มากขึ้นก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร” มิชิโกะถามว่า “ผู้หญิงมีความรู้แล้วไม่ดีตรงไหน?” คุณพ่อโต้กลับว่า “อย่าทำอวดดีว่าเป็นผู้หญิงเรียนสูง มีความรู้แล้วทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้หรือ?” “ผู้หญิงต้องเดินตามผู้ชายวันยังค่ำอยู่ดี ผู้ชายที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวสิเป็นคนสำคัญ” …ลึก ๆ แล้ว มิชิโกะเชื่อว่าคุณแม่ก็ไม่ได้ไม่ยอมรับความคิด “ชายเป็นใหญ่” ของคุณพ่อเสียทั้งหมด ดูได้จากคนรุ่นคุณปู่ คุณย่าผู้ยึดมั่นในธรรมเนียมปฏิบัติและบรรทัดฐานของสังคมที่ส่งต่อมารุ่นสู่รุ่นอย่างเคร่งครัด ชนบทญี่ปุ่นจึงยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองมาจนทุกวันนี้ได้

แต่ด้วยความรักและอ่อนโยนของคนเป็นแม่ที่อยากให้ลูกสาวได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และมีความสุข จึงสนับสนุนให้ออกจากบ้านเกิดสู่เมืองใหญ่ ส่วนผู้หญิงยุคใหม่อย่างมิชิโกะคิดว่าฮิโรชิมาเป็นสถานที่ที่ฉันเกิดและเติบโต ฉันรู้สึกผูกพัน แต่…คงไม่ใช่ที่ที่ฉันจะอยู่จนตาย!

คนวัยหนุ่มสาวจึงละทิ้งชนบทและมุ่งสู่โตเกียว เมืองใหญ่ที่มีโอกาสมากมายรออยู่อย่างไม่ลังเล ชนบทจึงเหลือแต่พ่อแม่ผู้สูงวัยรอวันที่ลูก ๆกลับมาเยี่ยมบ้านช่วงปีใหม่

การสำรวจของสำนักนายกรัฐมนตรี(内閣府)พบว่ากว่าร้อยละ 40 ของผู้หญิงสาวที่มาจากทั่วภูมิภาคและอาศัยอยู่ที่โตเกียวและปริมณฑล ต่างก็ตระหนักว่าที่บ้านเกิดของตน “งานบ้าน การเลี้ยงลูก การดูแลผู้สูงวัยในครอบครัวเป็นหน้าที่ของผู้หญิง”

ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงพากันมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ เพราะอยากมีทางเลือกที่เลือกได้ด้วยตัวเอง หากมีหน่วยงานที่เข้าใจผู้หญิง และให้โอกาสผู้หญิงก็คงจะดี

เร็น ยามาโมโตะ วัย 26 ปี หัวหน้า “โครงการเพื่อผู้หญิงในภูมิภาค” ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้หญิงที่อยู่ในภูมิภาคในปี 2025 และเข้าร่วมงานสัมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อเสนอต่อหน่วยงานท้องถิ่นช่วยยกระดับสถานภาพของผู้หญิง ได้เสนอความเห็นว่า ควรฟังความคิดเห็นของผู้หญิงในฐานะผู้มีส่วนในการสร้างสังคมภูมิภาคที่น่าอยู่สำหรับทุกคน และไม่ควรยอมรับหน้าที่ที่ผู้ชายเป็นคนกำหนดให้ผู้หญิงทำแต่ฝ่ายเดียวมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน แต่ทั้งหญิงและชายสามารถช่วยกันสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ใช่ด้วยความอดทนของผู้หญิงฝ่ายเดียว

ไม่ใช่สังคมชายเป็นใหญ่ แต่เป็นสังคมชายหญิงเท่าเทียม…

————————————



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตในไทย-ใส่ออปชั่นเต็มเหนี่ยว
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
มะระแม้ว ของดีเพื่อชาวโลก
กำกับและตัดต่อ
ข้าวหมูทอดทงคัตสึ
‘บราซิล’ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง!