
Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์
วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
www.facebook.com/bintokrit
โครงการกากเต้าหู้
มักมาคู่กับคอร์รัปชั่น
“โครงการกากเต้าหู้” ถูกพูดถึงแพร่หลายในไทยตลอด 5 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ริกเตอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ช่วงเวลาประมาณ 13.20-13.25 น. โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา
คำว่าโครงการกากเต้าหู้มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Tofu Dreg Project หรือ Tofu Dreg Construction หมายถึงโครงการก่อสร้างที่อาคารอ่อนแอ เปราะบาง ไม่มั่นคง ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม
เป็นสิ่งก่อสร้างที่ขาดความปลอดภัย เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ส่งผลร้ายแรงไปสู่ทั้งผู้ที่กำลังทำการก่อสร้างอยู่และผู้ที่จะเข้ามาใช้สอยอาคารเมื่อสร้างเสร็จแล้ว
นับเป็นภัยจากน้ำมือมนุษย์ที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัวที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน
บทความนี้อาศัยข้อมูลอ้างอิงจากงานเขียนของอีฟ แครี (Eve Cary) เรื่อง “China’s Dangerous Tofu Projects : Corruption and graft have created a significant problem with many Chinese construction projects.” ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ The Diplomat เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คือวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 ทางลิงก์ https://thediplomat.com/2012/02/chinas-dangerous-tofu-projects/
จะเห็นได้ว่าปัญหานี้เป็นที่รับรู้กันในต่างประเทศมานานแล้ว แต่คนไทยอาจยังเห็นเป็นเรื่องไกลตัว เพราะไม่มีประสบการณ์เรื่องแผ่นดินไหวมากนัก และโครงการกากเต้าหู้ก็ยังระบาดมาไม่ถึง หรืออาจมาถึงแล้วแต่ยังไม่ส่งผลให้เห็นได้ชัด จึงไม่ได้ตระหนักถึงปัญหานี้
ข้อมูลอีกแหล่งหนึ่งที่ใช้อ้างอิงคือบทความในเว็บไซต์ Volume Concrete ชื่อว่า “Tofu Dreg Construction” ซึ่งเผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2567
ตามลิงก์ https://volumeconcrete.com/tofu-dreg-construction/
โครงการกากเต้าหู้เริ่มปรากฏขึ้นในจีนมาหลายทศวรรษแล้ว เริ่มเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ พ.ศ.2541 หรือเมื่อ 27 ปีก่อน จากคำพูดของจู หรงจี นายกรัฐมนตรีจีนในสมัยนั้น ที่วิจารณ์เขื่อนกั้นแม่น้ำแยงซีหรือแยงซีเกียงแห่งหนึ่งว่าดูเปราะบางและมีรูพรุนไปทั่วเหมือนกากเต้าหู้
ทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แต่กว่าที่เรื่องนี้จะเป็นกระแสร้อนแรงในหมู่ประชาชนอย่างจริงจังก็ต้องรออีกสิบปีต่อมา เมื่อผลพวงของการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานเริ่มออกฤทธิ์รุนแรงเป็นที่ประจักษ์ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ณ มณฑลเสฉวน พ.ศ.2551 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ซึ่งสร้างความเสียหายย่อยยับเหลือคณานับ โดยมีผู้เสียชีวิตมากถึงราวๆ 70,000 คน จำนวน 20,000 คนในนั้นเป็นเด็กนักเรียนที่ถูกอาคารเรียนพังถล่มลงมาทับ
การที่สิ่งก่อสร้างทลายลงมามากมายจนคร่าชีวิตผู้คนมหาศาลก็เป็นเพราะอาคารเหล่านั้นสร้างไม่ได้มาตรฐาน
หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นโครงการกากเต้าหู้นั่นเอง
อันที่จริงแล้วหายนะจากโครงการกากเต้าหู้แสดงตัวให้เห็นตั้งแต่ก่อนเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เสฉวนแล้ว แต่เนื่องจากความเสียหายยังไม่ใหญ่โตโอฬาร จึงยังไม่ได้จุดกระแสมหันตภัยจากอาคารกากเต้าหู้ในวงกว้างได้เท่ากับความวินาศที่เกิดขึ้นในเสฉวน
ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์สะพานในมณฑลหูหนานเกิดการถล่มระหว่างก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2550 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 64 คน
เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นจากความรีบเร่งทำงานให้เสร็จทันกำหนด จนละเลยมาตรฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ กระทั่งนำมาสู่โศกนาฏกรรมในที่สุด
ลักษณะโครงการกากเต้าหู้คือ
1. ใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน เช่น เหล็ก คอนกรีต เป็นต้น
2. แบบในการก่อสร้างไม่ถูกต้องหรือไม่ได้มาตรฐาน
3. วิธีการก่อสร้างไม่ถูกต้องหรือไม่ได้มาตรฐาน
4. การควบคุมงานก่อสร้างไม่ถูกต้องหรือไม่ได้มาตรฐาน
ลักษณะดังกล่าวนี้แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งก็สามารถนำไปสู่อาคารอ่อนแอที่ไม่ได้มาตรฐานทั้งสิ้น
ส่วนสาเหตุนั้นบางครั้งมาจากการก่อสร้างที่เร่งรีบจนเกิดความหละหลวมขึ้น และก็มีบ่อยครั้งที่มาจากการลดคุณภาพของวัสดุเพื่อลดต้นทุน
ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีผู้รู้เห็นเป็นใจปล่อยผ่าน หรือสมรู้ร่วมคิดเป็นขบวนการ
ดังนั้น โครงการกากเต้าหู้จึงมักมาคู่กับการทุจริตคอร์รัปชั่น
ในยามปกติที่ไม่มีภัยพิบัติรุนแรงมาเป็นตัวกระตุ้น ตึกรามบ้านช่องด้อยคุณภาพเหล่านี้มักไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่แสดงตัวออกมาเป็นความเสียหายย่อยๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เจ้าของอาคารต้องสูญเสียเงินทอง เวลา และทรัพยากรไปเป็นจำนวนมากกับการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาต่างๆ อยู่เป็นระยะ
ความเลวร้ายที่สุดก็คือเมื่อใดก็ตามที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้น อาคารปะผุพวกนั้นก็จะพังครืนลงมาโดยง่าย
หากย้อนกลับไปดูสถิติเรื่องนี้ในจีนก็เห็นได้ชัดว่าปัญหานี้สร้างความเสียหายร้ายกาจขนาดไหน
หลังจากแผ่นดินไหวในเสฉวนเมื่อปี 2551 พอปีถัดมาก็เกิดเหตุอาคารโลตัสริเวอร์ไซด์คอมเพล็กซ์ (Lotus Riverside Complex) ในเมืองเซี่ยงไฮ้ถล่มลงมา
ตึกนี้เป็นอพาร์ตเมนต์สูง 13 ชั้นที่ล้มลงโดยไม่ได้กระจุยเป็นผุยผง แต่พังเพราะรากฐานอ่อนแอจากการขุดลึกลงไปทำที่จอดรถใต้ดินแล้วก่อสร้างอย่างไม่มีคุณภาพ
แม้รัฐบาลจีนจะเล็งเห็นถึงมหันตภัยจากโครงการกากเต้าหู้และเริ่มทำการกวาดล้างก็ตาม แต่ผลพวงจากวัสดุก่อสร้างที่กระจายไปทั่วยังคงส่งผลวิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้ว่าสามปีหลังจากเหตุการณ์ที่เซี่ยงไฮ้ก็ยังคงเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกแทบทุกปี
โดยในปี พ.ศ.2557 เกิดเหตุที่มณฑลเจ้อเจียงในโรงเรียนมัธยมต้นที่ชื่อว่า Fenghua เมื่อหลังคาอาคารกีฬาถล่มลงมาทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ปีถัดมาจากเหตุการณ์ที่เจ้อเจียงก็เกิดเหตุดินถล่มที่เสิ่นเจิ้นในปี พ.ศ.2558 ซึ่งมีสาเหตุมาจากกองขยะและของเสียจากการก่อสร้างที่ได้รับการจัดการอย่างไม่ถูกต้อง กระทั่งทลายลงมาทำให้เกิดดินถล่มพังทับอาคารบ้านเรือนต่างๆ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 69 คน
หลังจากเหตุการณ์ที่เสิ่นเจิ้นก็เกิดเหตุอีกในปีต่อมา คือ พ.ศ.2559 ที่ฮาร์บิน ในเหตุการณ์โรงแรมถล่มระหว่างกำลังก่อสร้าง ทำให้มีคนงานเสียชีวิตถึง 10 ราย
ผลที่ตามมาจากการปราบปรามโครงการเต้าหู้ยังส่งผลให้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานถูกระบายออกมายังประเทศข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย
มีข่าวว่าบางบริษัทย้ายโรงงานมาผลิตและจำหน่ายในไทยด้วย ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าสินค้าอันตรายพวกนี้กระจายไปอยู่ในอาคารไหนบ้างแล้ว และอาคารเหล่านั้นจะพังทลายลงมาหรือไม่? เมื่อไหร่?
นอกจากนี้ยังเกิดการจับมือระหว่างทุนจีนกับทุนไทยในการเข้าไปรับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ในโครงการภาครัฐเป็นจำนวนมาก ทำให้มีช่องทางลำเลียงโครงการเต้าหู้แพร่ระบาดมาสู่ดินแดนไทยได้เต็มที่ และเกิดวงจรของการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการก่อสร้างขึ้น ทำให้เกิดการลดสเปก (specification) ของวัสดุหรือสอดไส้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในโครงการ
จะเห็นได้ว่าหากไม่มีการสมรู้ร่วมคิดจากทั้งผู้จ้างและผู้ว่าจ้างเสียแล้ว โครงการเต้าหู้ที่เอาชีวิตผู้คนมหาศาลเข้าเสี่ยงเช่นนี้ย่อมไม่มีทางเกิดได้
แม้ว่าทุนจีน ทุนไทย ตลอดจนข้าราชการที่มีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบทางจริยธรรม และทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการจะมีอยู่มากมายก็ตาม
แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมีบางส่วนที่ทำธุรกิจสีเทาหรือมีนอกมีใน โดยอาศัยช่องโหว่ต่างๆ เข้ามาฉกฉวยหาผลประโยชน์เข้าตัว ผ่านหน่วยงานภาครัฐบางส่วนที่สมประโยชน์กัน นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นอันก่อหายนะตามมาให้เห็นในภายหลัง
อาฟเตอร์ช็อกที่แท้จริงหลังเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาและประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงความเสียหายจากตึกรามบ้านช่องต่างๆ เท่านั้น
แต่คือการเผยให้เห็นความเน่าเฟะที่ซ่อนลึกอยู่ภายในจอมปลวกของสังคมไทย ที่ภายนอกดูแข็งแรงสวยงาม แต่ข้างในกลับกลวงเปล่าและเปราะบางอย่างยิ่ง จากการถูกกัดแทะอยู่ตลอดเวลาของบรรดาปลวก
ที่ชอนไชกินเงียบไปทั่วแต่จับตัวไม่ได้
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
