bg-single

เปิดคำพิพากษา ‘คดีล็อตเตอรี่ 30 ล้าน’ ครูปรีชา-หมวดจรูญ ใครจริง-ใครเท็จ

10.06.2019

เปิดคำพิพากษาศาล คดีหวยอลเวง30ล้าน ยกฟ้อง‘จรูญ’ยักยอก ครูปรีชาลุยสู้อุทธรณ์ : แฟ้มคดี – ได้ข้อสรุปกันในระดับหนึ่งแล้ว สำหรับกรณีหวย 30 ล้าน ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างครูปรีชา และหมวดจรูญ จนกลายเป็นที่ติดตามของคนทั่วประเทศ

โดยคดีความดังกล่าว เริ่มต้นที่ครูปรีชาที่อ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะเป็นผู้จ่ายเงินซื้อจากแม่ค้า

แต่ต่อมาทำหล่นหายที่ตลาดที่แวะซื้อ แล้วหมวดจรูญก็มาเก็บสลากดังกล่าว เมื่อปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงนำไปขึ้นเงิน

จึงถือว่ามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวครูปรีชาเป็นผู้ยื่นฟ้องศาลจ.กาญจนบุรี

ต่อเนื่องกับคดีแพ่งฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ที่เชื่อมโยงกัน

ขณะที่กองปราบปราม ที่ได้รับแจ้งความจากหมวดจรูญแล้วดำเนินการสืบสวนจนยื่นอัยการฟ้องครูปรีชาในข้อหาแจ้งความเท็จ

เรียกว่ามีคดีความพัลวันกันอีนุงตุงนังกันทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตามที่สงสัยกันมาตลอดว่าตกลงสลากดังกล่าวเป็นของใครก็เริ่มชัดเจน

เมื่อศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในคดียักยอก

ก็สะท้อนให้เห็นอีกมุมว่าสลากดังกล่าวเป็นของหมวดจรูญนั่นเอง

เปิดคำพิพากษาคดีหวย 30 ล.
บ่ายวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทั้งประเทศต่างใจจดจ่ออยู่กับคำพิพากษาของศาลอาญา โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรีอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1863/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 1416/2562 ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องร.ต.ท.จรูญ วิมูล

โดยระบุในคำฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 31 ต.ค. 2560-3 พ.ย. 2560 วันและเวลาไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยเจตนาทุจริต เก็บเอาสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดที่ 41 ประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 ชุดที่ 04, 07, 14, 15, 22 หมายเลข 533726 จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ที่ซื้อมาจากน.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ที่ตลาดเรดซิตี้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2560 รวม 4 ชุด ในราคา 2,200 บาท

หลังจากรับสลากกินแบ่งจากน.ส.รัตนาพร โจทก์นำมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ แล้วเดินซื้อของในตลาด เมื่อกลับถึงบ้าน โจทก์พบว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล เลข 533726 รวม 5 ฉบับหายไป ต่อมาผลการออกรางวัลเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2560 ปรากฏว่ารางวัลที่ 1 คือ 533726

ทั้งนี้ในระหว่างวันเวลาที่จำเลยเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ไปไว้ในครอบครอง จำเลยเบียดบังเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้ง 5 ฉบับ ซึ่งมีมูลค่าเงินรางวัล 30 ล้านบาท ไปเป็นของจำเลยโดยทุจริต

เหตุเกิดที่ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เกี่ยวเนื่องกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และ 357

ศาลไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าคดีมูล ให้ประทับรับฟ้อง ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่

คดีนี้โจทก์ขอให้ลงโทษในข้อหายักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งโจทก์ทำหาย หรือรับสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์สิน จึงต้องวินิจฉัยก่อนว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 เป็นทรัพย์สินของโจทก์ที่ทำหาย ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบภายนอกสำหรับความผิดตามฟ้องหรือไม่

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาทั้งหมดแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานที่นำสืบเกี่ยวกับการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ดังกล่าว คงมีเพียงพยานบุคคลที่อ้างว่าเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายเท่านั้น

แต่ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนคำเบิกความของพยานบุคคล อีกทั้งคำเบิกความของพยานบุคคลดังกล่าวก็มีข้อพิรุธ และขัดแย้งกันเองหลายประการ ทั้งเรื่องความสามารถของพยานแต่ละคนในการจดจำเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล การโทรศัพท์ติดต่อนัดหมายไปรับสลากกินแบ่งรัฐบาลระหว่างโจทก์กับน.ส.รัตนาพร

การแจ้งความ หลังทราบผลการออกรางวัลและที่สำคัญ คำเบิกความของพยานบุคคลที่โจทก์นำสืบ ล้วนขัดแย้งกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และพื้นที่การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโจทก์ในวันที่ 31 ต.ค. 2560

จรูญเฮ-ชี้ไม่ใช่ของครูปรีชา
เมื่อพิจารณาประกอบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จำเลยนำสืบหักล้างแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจาก น.ส.รัตนาพร ที่ตลาดเรดซิตี้ ในวันศุกร์ที่ 27 ต.ค. 2560 โดยไม่ได้เดินทางไปที่ตลาดเรดซิตี้ ในวันที่ 31 ต.ค. 2560

แต่โจทก์กลับใช้วิธีนำสืบโดยหยิบยกเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. 2560 มากล่าวอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค. 2560

เมื่อปรากฏว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ยังวางขายอยู่บนแผงของน.ส.พัชริดา ในวันที่ 30 ต.ค. 2560 ในขณะที่โจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล จากน.ส.รัตนาพร ในวันที่ 27 ต.ค. 2560 แสดงว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่โจทก์ซื้อไป ไม่ใช่สลากชุดที่ถูกรางวัลที่ 1

แต่เมื่อทราบผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 น.ส.รัตนาพร เห็นภาพถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลบนแผงขายของน.ส. พัชริดา ที่ถ่ายรูปไว้เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2560 ปรากฏภาพสลากเลขที่ 533726 อยู่บนแผง น.ส.รัตนาพร จึงคิดว่าตนซื้อสลากชุด ดังกล่าวไปจากน.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช แล้วนำไปขายต่อให้โจทก์

น.ส.รัตนาพรจึงไปบอกโจทก์ว่าถูกรางวัลที่ 1 โดยในครั้งแรกโจทก์ก็ยืนยันว่าสลากฯที่มีเลข 3 ตัวหน้าไม่ตรงกับรางวัลที่ 1 แต่เมื่อน.ส.รัตนาพรพูดย้ำหลายครั้งว่าโจทก์ถูกรางวัลที่ 1 ทำให้โจทก์เริ่มลังเล จนในที่สุดก็เข้าใจว่าซื้อสลากฯชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 จริงตามที่น.ส.รัตนาพรบอก

แม้ว่าขณะนั้นโจทก์จะไม่มีสลากกินแบ่ง ชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ไว้ในครอบครอง จนกลายเป็นที่มาของการไปแจ้งความว่าโจทก์ทำสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ตกหาย ทั้งที่จริงแล้วโจทก์ไม่ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดดังกล่าวมาตั้งแต่แรก

เมื่อคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่า มีการกระทำความผิดตามฟ้องเกิดขึ้นจริง แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบล้วนแต่มีข้อพิรุธน่าสงสัย และขัดแย้งกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในหลายประการ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 มาจากน.ส.รัตนาพร สลากที่จำเลยนำไปขอรับเงินรางวัล ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

พิพากษายกฟ้อง

ย้อน 3 คดีเตรียมส่งอัยการ
ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายกล่าวว่า คำพิพากษามีความชัดเจน ยืนยันว่าสลากดังกล่าวไม่ใช่ของนายปรีชา นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าศาลรับฟังพยานหลักฐานที่มาจากคลิปเสียงที่บันทึกจากโทรศัพท์มาพิจารณาด้วย จากนี้จะยื่นขอศาลถอนอายัดสลากกินแบ่งของร.ต.ท.จรูญ ที่ถูกรางวัลที่ 1

ด้านนายปรีชาระบุภายหลังรับฟังคำพิพากษาว่า เคารพในคำตัดสินของศาลเสมอ และรู้สึกสบายใจในคำตัดสิน และไม่ขอพูดอะไรต่อ และยืนยันว่าจะขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เรื่องพยานหลักฐานยังไม่ขอให้ความเห็น ขอปรึกษากับทีมทนายต่อ แต่ขอยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

ส่วนที่หลายคนมองว่าตนเป็นคนโกหกหลอกลวงนั้น ตนไม่ได้สนใจ ก่อนหน้านี้หลายคนก็มองว่าตนเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว สุดท้ายแล้วความจริงคือความจริง ตนยืนยันว่าตนได้ไปซื้อหวยในวันที่ 30 ต.ค. 2560 จริงๆ

นายปรีชายังระบุอีกว่า ต้องขอเวลาตั้งสติก่อน เมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้อง ก็ต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม และมีเวลาเพียง 30 วันในการยื่นอุทธรณ์

ด้านพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ระบุว่า คดีหวย 30 ล้าน มีทั้งหมด 3 คดี ประกอบด้วย คดีแรก เป็นคดีที่ร.ต.ท.จรูญกล่าวหา นายปรีชา และนางรัตนาพร หรือเจ๊บ้าบิ่น ในข้อหาแจ้งความเท็จ และกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา

สำนวนคดีที่สองเป็นการดำเนินคดีกับนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน อายุ 46 ปี พนักงานขับรถของธนาคารแห่งหนึ่ง พยานฝั่งนายปรีชา ในข้อหาให้การเท็จ

คดีที่สาม คือการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี ในขณะนั้น ในความผิดปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การในสำนวนคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ สำหรับการสอบสวนทั้ง 3 คดี ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน บก.ป. ดำเนินการจนเสร็จสิ้น โดยส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ต่อมาทางคณะทำงานของอัยการมีความเห็นให้คืนสำนวนคดีกลับมาให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ อีกครั้ง เพื่อให้ส่งสำนวนให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูลความผิด เพื่อส่งให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิจารณาแทน

เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายปรีชา และนางรัตนาพร เป็นความผิดต่อเนื่องกันกับคดีของ พล.ต.ต.สุทธิ เช่นเดียวกัน

ต่อมา ป.ป.ช.มีมติให้ใช้อำนาจตามมาตรา 89/2 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 ส่งสำนวนคดีดังกล่าว คืนให้กับกองปราบฯดำเนินการต่อ เตรียมส่งให้อัยการสั่งฟ้อง อีกครั้ง

เป็นความคืบหน้าของหวย 30 ล้านที่ใกล้ถึงบท สรุป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | เส้นทาง TH-AI Passport จากรุกเป็นรับ จากรับเป็นรุก
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น