ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
ชีวิตเซ็กซ์ของเหล่าสรรพสัตว์นั้น บอกเลยว่าค่อนข้างโลดโผน และ exotic จนแบบคาดไม่ถึงงงงง…
เชื่อหรือไม่แบคทีเรียหลายชนิดสามารถยืดท่อสืบพันธุ์ที่เรียกว่าท่อคอนจูเกชั่น (conjugation tube) มาจุ๊บกับแบคทีเรียอีกเซลล์หนึ่งเพื่อส่งต่อสารพันธุกรรม (และอาจจะมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย) ไปให้
ในขณะที่คนมีแค่ 2 เพศ ชายและหญิง แบคทีเรียมีแค่ + กับ – ยีสต์ขนมปังก็มีแค่ เอ กับ อัลฟา (a & ) แต่โปรโตซัวเตตระไฮมีนา (Tetrahymena) กลับมีถึง 7 เพศ (กว่าจะหาคู่กันเจอ คงเล่นเอามึน) แต่ถ้าว่ากันตามทฤษฎีของชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) เรื่องเซ็กซ์ ยังไงก็เป็นเรื่องสำคัญของชีวิต เพราะถ้าไม่มีเซ็กซ์ สปีชีส์ก็อาจถึงกาลอวสาน
และนั่นคือสาเหตุที่ทำไมสิ่งมีชีวิตหลายชนิดจึงยอมสละได้แม้ชีวิต เพื่อมีเซ็กซ์!!!
แมงป่อง ยอมสลัดหาง (และรูก้น) จนต้องทนทรมานกับการท้องอืดตาย แต่ไม่ยอมขาดหายจากโอกาสที่จะได้มีเซ็กซ์กับเพศตรงข้าม เผื่อว่าจะได้มีทายาทไว้สืบต่อเผ่าพันธุ์
ปลาตกเบ็ด (Angler fish) ตัวผู้ที่มีขนาดเล็กที่อยู่ใต้ทะเลลึก พอตามกลิ่นเจอเจ้าสาวที่เปล่งแสงอยู่วิบวับ จะรีบพุ่งเข้าไปดูดติดกับหญิงสาวที่มีขนาดใหญ่กว่าแทบจะในทันที และจะค่อยๆ ลดรูปละทิ้งตัวตนของตัวเองไป จนกลายเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งบนตัวของหญิงสาว เป็นแค่ถุงอัณฑะสร้างสเปิร์มที่ติดอยู่บนตัวเมีย เช่นเดียวกัน เพื่อที่จะได้มีโอกาสได้สืบต่อเผ่าพันธุ์
…ที่แสบคือโดยส่วนมาก แม้ตัวผู้จะยอมทุ่มจนหมดตัวเสียขนาดนั้น หญิงสาวปลาตกเบ็ดก็อาจจะไม่ได้มีตัวผู้แค่ตัวเดียวมาเชื่อม
เพราะงั้น ตัวไหนจะได้สืบพันธุ์ต้องลุ้นเอาอีกที
เคยมีรายงานการสำรวจในปี 2010 โดยโทชิโร ซารุวาตาริ (Toshiro Saruwatari) จากสถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (Ocean Research Institute, The University of Tokyo) ที่เผยว่าตัวเมียหนึ่งตัว อาจมีตัวผู้เกาะติดอยู่ได้ถึง 8 ตัวเลยทีเดียว … ชีวิตช่างลำบากลำบน ออกลูกมาที บอกยากเลยทีเดียวว่าลูกใคร
แมลงหลายชนิดยอมเสี่ยงตายที่จะเข้าหาว่าที่เจ้าสาวที่ดุดันราวยักษ์ขมูขี ที่พร้อมจะขย้ำ ขม้ำ และเขมือบพวกเขาเข้าไปทั้งร่าง บางทีก็ก่อนจะได้ปฏิบัติกามกิจเสียด้วยซ้ำ
อย่างเช่น แมงมุมนกยูง (peacock spider) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อแมงมุมเต้นรำ (dancing spider) จากดินแดนดาวน์อันเดอร์ ที่จะยกก้นที่มีลวดลายอันวิจิตรตระการตา สีสันสวยงาม ราวกับงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซของจิตรกรฝีมือดี และขาที่ยืดยาวอีกสองข้าง เต้นเริงระบำส่ายก้นที่งดงามราวกับนกยูงรำแพนดุ๊กๆ ดิ๊กๆ เพื่อกระตุ้นให้แมงมุมตัวเมียหันมาสนใจอยากมีเซ็กซ์ด้วย
ถ้าลองเสิร์ชดูในยูทูบ ระบำเกี้ยวพาราสีของแมงมุมนกยูงคือ ตราตรึงมาก ลีลาราวนางโชว์จากพาเหรดคาร์นิวัล…แต่ในทุกสเต็ปการเต้นรำของมัน คือความเสี่ยงของชีวิต เพราะถ้าแม่ยอดยาหยีไม่ไยดี แต่หิวอยู่ แทนที่จะได้สืบทอดเผ่าพันธุ์ อาจจะได้เป็นอาหารให้สาวเจ้าได้อิ่มหมีพีมันแทน
มีรายงานว่าแมงมุมนกยูงหนุ่มบางตัวสามารถแดนซ์…โชว์ก้น (และขา) ดุ๊กดิ๊กได้ยาวนานเกือบชั่วโมง เพื่อยั่วเย้าแมงมุมตัวเมีย กว่าจะสำเร็จและได้สืบพันธุ์ และแน่นอนว่าบางตัวที่แห้วก็อาจจะต้องสังเวยชีวิตให้แม่หญิงจอมโหดไปตามระเบียบ

อยู่คนเดียวแม้จะเปล่าเปลี่ยวเอกา แต่ทว่ามันคุ้มหรือที่จะต้องยอมเสี่ยงชีวิตขนาดนั้น
แล้วทำไมสัญชาตญาณสุ่มเสี่ยงเช่นนี้จึงยังมีอยู่ในส่วนลึกในใจของมัน?
เพราะถ้ามองว่าทฤษฎีการคัดเลือกทางธรรมชาติของดาร์วินจะเน้นเรื่องการเอาตัวรอด พฤติกรรมเช่นนี้จะลดโอกาสในการอยู่รอดของพวกมันจนแทบไม่เหลือมิใช่หรือ
คำตอบนั้นค่อนข้างชัดเจน เพราะการดำรงอยู่ของสปีชีส์นั้นอาจจะไม่ขึ้นอยู่กับแค่การเอาตัวรอดของปัจเจกเท่านั้น แต่ต้องดูถึงการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ หรือการอยู่รอดของสปีชีส์
และสิ่งที่จะทำให้สปีชีส์ดำรงคงอยู่ต่อไปได้ แม้ปัจเจกจะตายแตกดับไปนานแสนนานแล้วก็คือ ทายาทรุ่นต่อไป และทายาทของทายาทของรุ่นต่อไป และทายาทของทายาทของทายาทของรุ่นต่อไปอีก
ซึ่งหมายความว่าถ้าแมงมุมนกยูงหนุ่มดุ๊กดิ๊กสามารถผสมพันธุ์กับแม่สาวแมงมุมที่ดุร้ายราวกับรากษสได้สำเร็จ ในไม่ช้าไม่นาน พันธุกรรมของมันจะได้รับการสืบต่อ และจะคงอยู่ต่อไป แม้ตัวมันจะวางวายไปเนิ่นนานก็ตาม
กระซิบว่าหลังจากที่ภารกิจการสืบพันธุ์สำเร็จ ชะตากรรมของแมงมุมนกยูงหนุ่มนั้นมักจะไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะโดยมากก็จะถูกแม่สาวจอมโหดคู่ของมันเด็ดหัวรับประทานเป็นอาหารบำรุงครรภ์ไปอย่างโหดร้าย
แต่ไม่ช้าไม่นาน แม่สาวจอมโหดก็จะให้กำเนิดลูกๆ แมงมุมดุ๊กดิ๊กออกมาเป็นพรวน แม้จะน้อยเมื่อเทียบกับแมงมุมชนิดอื่น แต่สำหรับตัวผู้ ภารกิจนี้คือภารกิจแห่งการเซฟเผ่าพันธุ์ของพวกมันให้ดำรงอยู่ต่อไปได้
สำหรับแมงมุมนกยูง และแมลงอีกหลายชนิด ภารกิจมีเซ็กซ์เพื่อสืบต่อทายาทอาจจะเป็นอะไรที่คุ้มกับการสังเวยชีวิต แต่ถ้าทำได้โดยไม่ต้องบูชายัญตัวเองจะดีกว่ามั้ย

แมลงหลายชนิดมีออปชั่นอื่นให้ตัวเมีย อย่างเช่น แมลงสาบบางชนิด แมลงวันแมงป่อง (scorpion fly) จิ้งหรีด หรือแม้แต่ตั๊กแตนตำข้าวที่จะเอาสินสอดหรือที่บางคนจะเรียกว่า ของขวัญวิวาห์ (Nuptial gift) เช่น ก้อนสารอาหาร เหยื่อที่มันล่าได้ สารคัดหลั่งบางประเภท หรือแม้แต่ถุงสเปิร์ม (spermatophore) มากำนัลให้แฟนสาวของมัน เพื่อที่สาวเจ้าจะได้ง่วนอยู่กับบุฟเฟ่ต์ที่เอามาให้ จะได้ไม่หันมากินสามีที่กำลังพยายามที่จะสืบพันธุ์ (แต่ก็อยากที่จะมีชีวิตรอด) ด้วย
แต่สินสอดไม่ได้การันตีว่ามันจะอยู่รอดปลอดภัยไปตลอดรอดฝั่ง แค่ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะรอดและเพิ่มโอกาสที่จะผสมพันธุ์ได้สำเร็จเท่านั้น
ก็ถ้าให้น้อยไป กินไม่อิ่ม บางทีก็อาจจะกินสามีแถมไปด้วยอยู่ดี
ดังนั้น ถึงแม้ว่าตัวผู้จะหาสินสอดมาให้ตัวเมียได้เอนจอยแล้ว ก็ยังไม่แน่ว่าจะรอดหลังเสร็จกิจ หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้น อาจจะโดนสวบไป ตั้งแต่ก่อนจะเสร็จกิจก็เป็นไปได้ ถ้าตัวเมียกินเหยื่อเสร็จไวเกิน
และนั่นเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ในกรณีของตั๊กแตนตำข้าว (praying mantises) ตัวผู้อาจจะหาสินสอดมาปรนเปรอตัวเมียให้อิ่มหนำสำราญ เบิกบานหัวใจ จนยินยอมให้พวกมันได้มีโอกาสสืบพันธุ์ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่สินสอดจะหมดก่อน ซึ่งก็หมายความว่าชีวิตของตัวผู้ก็ยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่ดี
แล้วจะทำยังไงเพื่อให้อยู่รอดหลังเสร็จกิจ ไม่ต้องกลายไปเป็นของว่างหลังเซ็กซ์ให้กับแม่ตั๊กแตนสาวจอมโหด … แม้ว่าส่วนใหญ่ พวกมันจะต้องลุ้นเอาเองตามยถากรรมว่าจะรอดชีวิตไปได้มั้ย
ซึ่งก็ขึ้นกับลีลา การล่อหลอก การกระตุ้นความสนใจ และจังหวะการหนี
และนั่นคือสิ่งที่ โรแบร์โต บัตติสตัน (Roberto Battiston) ภัณฑารักษ์นักธรรมชาติวิทยา ประจำพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ “จี. ซานนาโต” เมืองมอนเตกกีโอ มัจโจเร ประเทศอิตาลี สนใจหลังจากที่เขาได้พบเห็นพฤติกรรมที่พิลึกกึกกือของตั๊กแตนตำข้าวแคระกลุ่มหนึ่งที่ออสการ์ ไมโยกลิโอ (Oscar Maioglio) เพื่อนร่วมงานของเขาเจอที่ใกล้ๆ ชายฝั่งบนเกาะซาร์ดิเนีย (Sardinia island)
ในฤดูร้อนของปี 2024 ในขณะที่ออสการ์กำลังพักร้อนอยู่บนเกาะ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นตั๊กแตนตำข้าวแคระอยู่บนพุ่มไม้ “ดูเหมือนจะเป็น Ameles andreae แต่ดูปีกจะสั้นไปหน่อย” ออสการ์คิด ไม่แน่ใจว่าตัวอะไร เขาเลยจับตั๊กแตนที่เจอไปสองสามตัวเอาไปเลี้ยงที่แล็บของเขา
โรแบร์โตเล่าว่า ในตอนแรกที่เขาเห็นพวกมัน เขาไม่รู้เลยว่าตั๊กแตนตำข้าวตรงหน้าจะมีอะไรที่น่าสนใจ บางทีอาจจะเป็นสปีชีส์ที่คนเขารู้จักกันหมดแล้วอย่าง Ameles andreae ก็เป็นได้ แค่ปีกสั้นกว่าเฉยๆ อาจจะเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมบางอย่างบนเกาะซาร์ดิเนีย แหล่งที่อยู่ของพวกมัน ที่บีบให้พวกมันต้องปรับตัว จนปีกหดสั้นลงมานิดหนึ่ง
แต่เมื่อเขาได้เห็นพฤติกรรมการจับคู่ที่แสนจะพิสดารของมัน เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าตั๊กแตนที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ตัวอะไรที่พวกเขาเคยรู้จักมาก่อน นี่เป็นสปีชีส์ใหม่อย่างแน่นอน

ที่จริง บนโลกนี้มีตั๊กแตนตำข้าวที่เรารู้จักกันแล้วอยู่ราวๆ 2,500 สปีชีส์ คริสโตเฟอร์ อูฟิเอโร (Christopher Oufiero) นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยทาวสัน (Towson University) ในรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกาเผย แมลงในกลุ่มนี้มีความหลากหลายมาก และเป็นหนึ่งในตองอูเรื่องการพรางตัว สามารถเลียนแบบได้ตั้งแต่ใบไม้ กิ่งไม้ ดอกไม้ และอีกสารพัด
และด้วยกลยุทธ์การพรางตัวที่เหนือชั้นของมัน แค่มองหาก็ยากแล้ว ทำให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกมันจริงๆ ในธรรมชาติยังมีอยู่น้อยมาก และการเริงระบำของตั๊กแตนตำข้าวจิ๋วจากเกาะซาร์ดิเนียก็ทำให้โรแบร์โตตื่นเต้น
“เรารู้ดีว่าตั๊กแตนตำข้าวบางชนิดแสดงพฤติกรรมเกี้ยวพาราสี” โรแบร์โตกล่าว “แต่ที่เราเคยเห็น ไม่มีตัวไหนเลยที่ทำอะไรได้พิสดารเช่นนี้”
เมื่อม่านบนเวทีแห่งรักได้เปิดขึ้น หนุ่มน้อยตั๊กแตนตำข้าวก็จะเริ่มสวมบทแดนเซอร์ พวกมันเริ่มส่ายท้องเป็นจังหวะ ด้วยปีกที่สั้น ทำให้ส่วนท้องของมันสะบัดได้อย่างอ่อนช้อยและอิสระ
ซึ่งจากที่สังเกต ท่วงท่าการเต้นดูจะซับซ้อนและมีหลายรูปแบบ บางช่วงก็สะบัดซ้ายขวาเป็นลอนคลื่นคดเคี้ยว มองผ่านๆ ดูละม้ายคล้ายการเคลื่อนที่เลื้อยไปมาของงู แต่บางครั้งก็มีเหมือนกันที่มันหยุดและกระตุกก้นเป็นจังหวะ เหมือนกับการเขย่าหางของพวกงูหางกระดิ่ง
และด้วยพฤติกรรมการล่อลวงแฟนสาวด้วยท่วงท่าที่พิลึกกึกกือแต่เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ ทำให้โรแบร์โตและทีมมั่นใจว่านี่คือตั๊กแตนตำข้าวสปีชีส์ใหม่ และตัดสินใจขนานนามพวกมันตามท่าเต้นที่ดูคล้ายอสรพิษว่า Ameles serpentiscauda ซึ่งแปลว่า “ตั๊กแตนตำข้าวหางงู”
“แต่ละสปีชีส์ก็มีภาษารักของมันที่ต่างกัน และได้วิวัฒนาการวิธีในการสื่อสารที่แตกต่างกัน” โรแบร์โตกล่าว
ซึ่งน่าอัศจรรย์ใจมากสำหรับสัตว์ที่ชอบอยู่แบบเดี่ยว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร แต่แล้วทำไมต้องมีพฤติกรรมที่แสนประหลาดอย่างเช่นการสะบัดก้นไปมาเหมือนงูเลื้อยด้วย และบางทียังมีท่าอื่น เช่น ท่าเขย่าแบบงูหางกระดิ่งอีก
บางทีการเต้นที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้จะทำให้ตัวเมียรับรู้ว่าที่เข้ามานี่ คือว่าที่สามีที่เป็นสปีชีส์เดียวกัน ไม่ใช่เหยื่อ … แต่ก็ไม่แน่ นี่อาจจะเป็นกลอุบายแพรวพราวที่พวกมันใช้หลอกล่อและสะกดตัวเมียสายสวบให้งุนงง นะจังงัง นานพอที่จะให้พวกมันได้ลอบเข้าไปสืบต่อทายาทและผละหนีออกมาได้ก่อนที่ฉากรักจะกลายเป็นฉากสยองขวัญ
อย่างไรก็ตาม ในเชิงวิทยาศาสตร์ สังเกตแค่นี้คงไม่พอ จะต้องมีการออกแบบและทดลองอย่างเป็นระบบต่อไปเพื่อพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วพฤติกรรมนี้มีไว้เพื่ออะไรกันแน่ แต่สำหรับโรแบร์โตแล้ว ระบำหางงูน่าจะเป็นกลอุบายที่ใช้เบี่ยงเบนความสนใจของอิสตรี เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดหลังการผสมพันธุ์ในมิชชั่นที่เดิมพันด้วยชีวิตนี้
ซึ่งเป็นไปได้ เพราะจากเท่าที่เขาเห็น ในบรรดาตั๊กแตนตำข้าวหางงูที่เขาเลี้ยงไว้ในแล็บ แทบไม่มีตั๊กแตนตำข้าวตัวผู้ตัวไหนเลยที่ต้องจบชีวิตลงหลังมีเซ็กซ์เพราะโดนตัวเมียสวบ
แน่นอนว่าในเชิงชีววิทยา เรายังไม่อาจสรุปได้ว่าแท้จริงแล้ว ระบำหางงูนี้มีบทบาทอย่างไรในการสืบพันธุ์ เป็นการเลียนแบบสัตว์อันตราย เป็นสัญญาณเกี้ยวพาราสี เป็นกลไกเบี่ยงเบนความสนใจ หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของท่าร่ายรำบอกรักที่วิวัฒนาการขึ้นมาอย่างซับซ้อน แต่ที่ชัดเจนก็คือ ธรรมชาติยังมีลูกเล่นอีกมากมายที่เราเพิ่งจะมีโอกาสได้เห็น และน่าจะมีอีกมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ
ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ตั๊กแตนตำข้าวชนิดนี้มีรายงานพบเฉพาะบนเกาะซาร์ดิเนียเท่านั้น แม้ถิ่นอาศัยส่วนใหญ่ของพวกมันจะอยู่ภายในเขตอนุรักษ์ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบนเกาะที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาวะโลกร้อน สภาพอากาศแปรปรวน การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว และการขยายตัวของชุมชนเมือง
ทำให้ยากยิ่งที่จะคาดการณ์ได้ว่า อนาคตของแมลงตัวเล็กๆ ชนิดนี้จะเป็นเช่นไร
ท้ายที่สุด ก็ได้แค่เพียงหวังว่าความอัศจรรย์แห่งชีวิตเหล่านี้จะยังคงอยู่บนโลกนานพอให้เราได้เห็น ได้ศึกษา และได้ประหลาดใจ ก่อนที่พวกมันจะสูญหายไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล ด้วยฝีมือมนุษย์
