bg-single

สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)

21.06.2026

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

ช่วงปี 2013 – 2026 ชะตากรรมของ Amyris, Zymergen และ Gingko สามบริษัทดาวรุ่งแห่งวงการชีววิทยาสังเคราะห์พุ่งขึ้นพุ่งลงราวกับเล่นรถไฟเหาะ

ทะยานสู่จุดสูงสุดเกือบพร้อมกันท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 และร่วงหล่นจนอาการสาหัสไม่นานหลังจากนั้น

Amyris พี่ใหญ่สุดพลิกโมเดลธุรกิจไปมาแสวงหาตัวเองหลายรอบ

เริ่มจากช่วงปี 2014 ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำ กิจการเรือธงของ Amyris ที่ว่าจะผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพก็ได้รับผลกระทบหนักไปด้วย

เชื้อเพลิงชีวภาพของ Amyris ยังสู้ราคาปิโตรเลียมแบบเดิมไม่ได้
Cr. Peach nom

ในเชิงเทคนิคจุลินทรีย์วิศวกรรมของทางบริษัทสามารถผลิตเชื้อเพลิงคุณภาพสูงออกมาใช้ได้จริง แต่คิดราคาต้นทุนออกมาแล้วอยู่ที่ราวๆ $3,000 – $8,000 ต่อบาร์เรล แพงกว่าราคาน้ำมันในตลาดตอนนั้นประมาณร้อยเท่า ดีลกับ Total บริษัทน้ำมันเจ้าใหญ่ของฝรั่งเศสเป็นอันล่มไป

ส่วน artemisinin ที่ Sanofi บริษัทยาเจ้าใหญ่รับไปผลิตก็เจอปัญหาเรื่องราคาเช่นกัน ช่วงที่ artemisinin แบบดั้งเดิมจากต้นโกฐจุฬาลัมพา (Sweet wormwood) ขาดแคลนจนราคาสูง Sanofi กะว่าการผลิตด้วยชีววิทยาสังเคราะห์จะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดได้ถึงหนึ่งในสาม แต่พอราคาสูง ชาวไร่ชาวสวนก็แห่มาปลูกกันเยอะจนราคาร่วง Sanofi ต้องยอมถอนตัวขายโรงงานทิ้ง

Amyris แก้เกมด้วยการหันไปผลิตสารมูลค่าสูงกลุ่มอื่นแทน

วิถีเมแทบอลิซึมการผลิตยังคงตั้งต้นจากสารชีวเคมีกลุ่ม farnesene จากจุลินทรีย์ปรับแต่งพันธุกรรมซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัท แต่คราวนี้แทนที่ต่อยอดเป็น artemisinin ยาต้านมาลาเรียหรือ farnesane เชื้อเพลิงก็เอามาเป็นสาร เช่น squalane, hemisqualane, patchoulol, และ Reb M ที่ใช้เติมในอาหารและเครื่องสำอาง Amyris ได้ดีลธุรกิจกับยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมกลิ่นและรสชาติอย่าง Givanda, Firmenich, IFF

Amyris เปลี่ยนแนวธุรกิจไปผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ใช้วัตถุดิบจากชีววิทยาสังเคราะห์
Cr. Peach nom

พอถึงปี 2015 Amyris ปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยการออกไปปั้นแบรนด์สินค้าเครื่องสำอางของตัวเองชื่อ Biossance จากนั้นก็มีอีกหลายแบรนด์ดังตามมาที่ไปฟีเจอริ่งกับเซเลบในวงการแฟชั่นอย่าง Costa Brazil (ร่วมกับ Francisco Costa), Rosie Inc. (ร่วมกับ Rosie Huntington-Whiteley), JVN Hair (กับ Jonathan Van Ness), Stripes (กับ Naomi Watts) ฯลฯ

ภายใต้โมเดลธุรกิจนี้ Amyris กะจะกินรวบตลอดห่วงโซ่การผลิต (vertical integration) ตั้งแต่การวิศวกรรมจุลินทรีย์ การหมักขยายสเกล การสกัดและแปรรูป ไปจนถึงการผลิตสูตร ออกผลิตภัณฑ์ ทำการตลาด ขายตรงสู่ผู้บริโภค ฯลฯ ด้วยวิธีนี้บริษัทหวังว่าจะสามารถควบคุมต้นทุนสินค้าและเก็บเกี่ยวผลกำไรได้หมดจด

กลยุทธ์นี้ช่วงแรกๆ ดูจะไปได้ดี ตอนปี 2021 ที่หลายธุรกิจทั่วโลกกำล้งเจ็บหนักจากวิกฤตโควิด-19 ยอดรายได้ของ Amyris ทะลุ 170 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ราคาหุ้นของบริษัทก็ขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ $2 ต่อหุ้นตอนปี 2017 ขึ้นมาเกือบสิบเท่าจนแตะ $20 ต่อหุ้นในปี 2021 Amyris ยังร่วมกับ SuperOrdinary Group ขายกิจการไปเจาะตลาดจีน

ทางบริษัทเคลมว่าสามารถเข้าถึงลูกค้ารวมกว่า 300 ล้านรายทั่วโลกผ่านสินค้ากว่า 20,000 รายการ

Zymergen และ Ginkgo Bioworks เร่งระดมทุน สร้างพันธมิตร ขยายกิจการ
Cr. Peach nom

ข้ามมาที่ฝั่ง Zymergen กับ Ginkgo กิจการก็ดูจะไปได้สวย ทั้งคู่ได้จับมือสร้างพันธมิตรกับบริษัทและหน่วยงานชื่อดังมากมาย สร้างความเชื่อมั่นจนเงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามาจนน่าตกใจ

ได้ทุนมาก็เอาไปไล่ซื้อไล่ฮุบสตาร์ตอัพไบโอเทคที่เล็กกว่ามาเสริมเขี้ยวเล็บให้ตัวเองเข้าไปอีก

Zymergen ได้ดีลกับ Sumitomo Chemical ยักษ์ใหญ่ด้านเคมีภัณฑ์และวัสดุศาสตร์จากญี่ปุ่นที่พร้อมช่วยเปิดตลาดขนาดมหึมาจากเอเชีย ได้อีกดีลกับ DARPA หน่วยงานให้ทุนวิจัยด้านกลาโหมของสหรัฐเพื่อพัฒนางานด้านความมั่นคงทางชีวภาพ และได้ซื้อกิจการอีกหลายสตาร์ตอัพด้านจีโนมและการแพทย์เพื่อปูทางเข้าสู่อุตสาหกรรมยา ฯลฯ

นอกจากนี้ยังระดมทุนอีกหลายรอบรวมมูลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Zymergen และ Ginkgo Bioworks เข้าตลาดหุ้นด้วยมูลค่ามหาศาล
Cr. Peach nom

ส่วน Ginkgo ซึ่งวางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มบริการวิศวกรรมเซลล์ ใช้โมเดลธุรกิจแนวกว้าง (horizontal integration) ทำแต่ส่วนต้นน้ำ ก็ยิ่งต้องมีดีลธุรกิจที่กว้างขวางและหลากหลายกับบริษัทชั้นนำอย่าง Bayer, Roche, Chronos Group ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี spin off ออกมาเป็นสตาร์ตอัพลูกย่อยๆ ที่ทำผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน เช่น Motif FoodWorks (โปรตีนปรับแต่งอาหาร), Joyn Bio (จุลินทรีย์การเกษตร), Allonia (จุลินทรีย์และเอนไซม์บำบัดน้ำเสีย)

มูลค่าประเมินของ Ginkgo ในปี 2019 อยู่ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นสถานะยูนิคอร์นอย่างไม่เป็นทางการ และยังถือว่าเป็นบริษัทไบโอเทคที่มูลค่าสูงสุดนอกตลาดหลักทรัพย์

Zymergen และ Ginkgo สองสตาร์ตอัพดาวรุ่งจากฝั่งตะวันตก (West coast) และตะวันออก (East coast) ของสหรัฐถูกเปรียบเป็นมวยคู่เอกของวงการชีววิทยาสังเคราะห์ ทั้งคู่ขึ้นจุดสูงสุดในปี 2021 ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เช่นเดียวกับ Amyris

เมษายน ปี 2021 Zymergen เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) NASDAQ ระดมทุนไปอีก 530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าป้ายเป็นสตาร์ตอัพยูนิคอร์นอย่างเป็นทางการ ทางบริษัทประกาศชัยชนะผ่านบิลบอร์ดยักษ์ขนาดสองร้อยฟุตกลาง One Times Square ว่า “เราสร้างอนาคต” (“We make tomorrow”) นักวิเคราะห์ประเมินว่า Zymergen กำลังจะเปิดประตูสู่อีกยุคทองของไบโอเทค โอกาสทางธุรกิจมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในกว่า 20 ภาคอุตสาหกรรม

พฤษภาคม 2021 Ginkgo ก็ตามเข้าตลาดหลักทรัพย์ New York ไปอีกเจ้า ระดมทุนไปได้ถึงราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นไปจนหน้าตกใจที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ Ginkgo ยังได้เลือกใช้ตัวย่อ “DNA” สำหรับหุ้นของทางบริษัท มันคือตัวย่อเดียวกับที่ Genentech บริษัทไบโอเทคแห่งแรกของโลกเคยใช้เมื่อคราวเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อสี่ทศวรรษก่อน

ราวกับเป็นการประกาศเชิงสัญลักษณ์ว่าผู้สร้างตำนานแห่งวงการไบโอเทคยุคใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)