bg-single

อภิญญา ตะวันออก : มนตราอาคม ความต่างที่พบพานในยันต์เขมร-ไทย

04.07.2020

ย้อนไปตอนที่วงการหนัง-ละครไทยพาเหรดผลิตผลงานแนวย้อนยุค แลบางเรื่องก็เน้นขายมนตรา-อาคมนั่น

พลันฉันก็นึกได้ว่าเพื่อนนักทำหนังคนหนึ่งเคยมีอีเมลพร้อมภาพยันต์ตัวอย่างมาถามและขอให้ช่วยแกะความหมายให้ด้วย

ผ่าเถอะ! เมื่อลองถอดรหัสนัยดูแล้วก็พบว่าเกือบทั้งหมดเป็นอักขระขอมและคำย่อของบทสวดบาลี ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าอยู่ในอรรถกถาใดบ้าง?

แต่ถึงเรื่องความรู้อาจจะน้อย แต่เรื่องแกะรอยนั้นฉันก็ไม่เคยทิ้ง เพียงแต่อาจจะยากที่หลักฐานฝั่งเขมรดูจะขาดที่มาที่ไป

กระทั่งวันหนึ่งก็ให้บังเอิญพบตำรับที่น่าสนใจฉบับหนึ่ง

กลับไปเรื่องถอดรหัสยันต์ของคนทำหนัง ที่จะไปสู่แผนกศิลปกรรมกองถ่ายหนัง-ละครตอนนั้น อย่าว่าแต่ยันต์เลย สังเกตให้ดี ไม่นานจากนั้น บนเนื้อตัวหนุ่ม-สาวไทยโดยมากก็ถูกเส้นสายลายยันต์อักขระขอมครอบครองเต็มไปหมด

ปกติ อะไรที่อยู่ในศาสตร์พวกนี้ก็โอเวอร์กว่าปกติอยู่แล้ว ยิ่งแนวมนตราอาคมด้วยแล้ว ความพิสดารของศาสตร์ยันต์นานาก็ยิ่งถูกแต่งเติมและเพิ่มอัตลักษณ์เข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นลายบนเรือนร่างของนักแสดงหรือส่วนประกอบฉากอื่นๆ เช่น ผืนผ้า แผ่นไม้ ใบหญ้า

เรียกว่าเล่นกันทั้งแบบลายอักขระขอม อักษรล้านนา เปรอะบ้าง ทับลายบ้าง ก็เป็นวิสัยที่แผนกศิลปกรรมกองถ่ายหนังเขาจะสร้างมูลค่าแก่ตัวละครและฉากประกอบมากกว่าความสมจริง ซึ่งก็พบว่า หลังๆ เรื่อยมา ละครหนังย่านอุษาคเนย์จะไม่ขาดแล้วในเรื่องยันต์ แม้แต่หนังละครเขมรที่ไม่เคยพบว่ามีมาก่อน ก็ไม่น้อยหน้าใคร

โดยไม่รู้หรอกว่า อันยันต์อาคมขอมเขมรที่ว่า ถือกำเนิดแต่ใดมา? และในกัมพูชาเอง สาบานว่า ฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

แต่กว่า 20 ปีแล้ว ที่ฉันได้เห็นการสักยันต์ในกลุ่มขฺมร์เลอ-เขมรชาวเขาซึ่งชาวตุมปวน ชาวจรายในจังหวัดรัตนคีรี

ฝีมือยันต์ของชนกลุ่มน้อยเขมรนี้ ใช่อยู่ที่ความลึกลับหรือพิสดาร หากเทียบกับการสักยันต์ยุคนี้ที่อาศัยวิทยาการสมัยใหม่

พวกเขามักจะสักยันต์เพียงเล็กน้อยบนร่างกายทั้งหญิง-ชาย แต่ก็เป็นจำนวนน้อยกว่าการเจาะหูให้กรูกลวง หรือน้อยกว่าการสูบยาเส้นที่เป็นชีวิตประจำวันทั้งหมดนั้น

ยันต์แขมร์เลอ หามีความพิสดารอย่างใดไม่ กระนั้น ก็ยังอุตส่าห์มีชาวเขมรพื้นล่างดั้นด้นไปหาของดีจากเขมรป่าดงเพื่อประดับเรือนร่าง

ว่าไปแล้ว นอกจากจะเสี่ยงกับการติดเชื้อแล้ว ความที่ชาวตุมปวนอยู่ในโลกชุมชนของตน ยันต์เหล่านั้น นอกจากลายสัตว์พื้นบ้านที่อาจขาดแหว่งไปและแม้จะต้องเดาในรูปร่าง

ความใฝ่ในอัตลักษณ์ด้านอักขระในความเป็นชนชาติของชนกลุ่มน้อยเขมรซึ่งไม่มีอักษรเขียนเป็นของตนเองนั้น จึงไม่ต้องหวังว่า เฒ่าตุมปวนผู้นั้น ก่อนจะลงฝีเข็ม แกจะสวดมนตราหรือคาถาสักบท เพราะนอกจากอัตลักษณ์ที่อยู่ในทุกอณูของแกแล้ว ตุมปวนเฒ่าก็ไม่ทำอะไรที่พิสดารเหนือธรรมชาตินอกจากความเรียบง่าย

ซึ่งเอาเข้าจริง ชาวเขมรทั่วไปก็ไม่สนใจใดๆ ในชาวแขมร์เลอแม้แต่น้อย

เว้นแต่พวกเขมรโพ้นทะเลที่วันดีคืนดีก็พกพาความคลั่งไคล้ในศาสตร์ยันต์มนตราแลเขมรป่าดง

 

แต่นั่นเมื่อย้อนดูหลักฐานร่วมสมัยด้านยันต์อาคม ก็พบว่า ยุคที่กัมพูชาเพิ่งเปิดประเทศ ราวปี ค.ศ.1999 (เขมรนับปีแบบพุทธคือ 2543) นั้น “ประชุมเวทมนตร์และยันต์ศักดิ์สิทธิ์” รวบรวมโดยสุย สิทธี คือสิ่งพิมพ์ฉบับแรกๆ ที่พอจะเป็นหลักฐานว่ามีการรวบรวมบันทึกไว้

ขณะนั้นอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เขมรจะเพิ่งถือกำเนิดใหม่แต่กลับล้าหลังเต็มที แถมไม่นานยังถูกบดขยี้จากสื่อออนไลน์

แต่ “ประชุมเวทมนตร์และยันต์ศักดิ์สิทธิ์” นี่แหละที่พบว่ามีทั้งส่วนมนตราอาคมและยันต์ ที่เพิ่มเติมก็คือ ความเชื่อเกี่ยวกับทศบารมี 10 ประการที่แตกต่างจากพุทธเถรวาทของฝ่ายไทย โดยไม่พบว่าเป็นเรื่องการบำเพ็ญทศบารมี 10 ในอดีตกาลก่อนของพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด

แต่เป็นเรื่องของเทวรูปในองค์พระโพธิสัตว์ยุคต่างๆ ซึ่งประดิษฐานในแอ่งอารยธรรมเขมรที่กระจัดกระจายไปทั่วภูมิภาคทั้ง 10 แห่งของกัมพูชา ดังต่อไปนี้ :

1. บารมีพระองค์ดงแก กรุงพนมเปญ

2. พระองค์โพธิพัน กรุงบาพนม จังหวัดไปรเวง

3. พระองค์วิหาร์สรวง (วิหารสวรรค์) จังหวัดกันดาล

4. พระองค์กระปมชูก จังหวัดกระแจะ

5. พระองค์วัดสวายจรุม จังหวัดสวายเรียง

6. พระนางองค์เจก-พระนางองค์จอม จังหวัดเสียมเรียม (โด่งดังและเป็นที่นับถือมาก)

7. บารมีโลกตาเฆลียงเมือง จังหวัดโพธิสัตว์

8. บารมีวัดเอกรำสี จังหวัดพระตะบอง

9. ทศบารมีวัดกันโถง จังหวัดกำโปด

และ 10. ทศบารมีพระองค์พนมสันฑก (แห่งบารายพนมสันฑก) จังหวัดกำปงทม

 

อุปมาว่า จารึกเก่าแก่ตามแหล่งโบราณสถานเขมรต่างๆ นั้น ไม่ต่างจากมนตราอาคมที่ชาวเขมรยุคหลังนำมาพัฒนาเป็นอักขระจารึกบนร่างกาย

ณ ที่นี้ขอกล่าวเฉพาะแต่อักขระ ยันต์ไทยในคราบอักขระขอมนั้น เจิดด้วยงานศิลป์และรหัสนัยที่ต้องถอดความทั้งแบบเดินหน้าและถอยหลังไปหาความหมายในคำบาลี แลวิสัชนาว่าคืออรรถกถาของบทสวดที่รับความนิยม

แต่ยังไม่ขอถอยไปสู่ปุจฉาในยันต์เขมรและมนตราอาคมอื่นๆ เว้นแต่ฉันจะไปอ่านและถอดความรหัสนัยนั่นเสียก่อน

รวมทั้งในส่วนทศบารมี 10 ฉบับเขมรว่า เหตุใดจึงยกไว้แก่องค์บารมีโพธิสัตว์ร่วมสมัย และมีอะไรให้ถอยหลังไปจากพุทธเถรวาทเสียเช่นนั้น แลเป็นขนบใหม่ในความเชื่อยุคหลัง

ราวกับต้องมนตรา เหมือนคนยุคนี้ที่ใช้เรือนร่างสักจาร ราวกับแทนหินผาคูหาถ้ำ

เพียงแต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจในที่มา ทั้งอักษรและลายศิลป์

 

และอีกครั้งหนึ่ง ที่ความเป็นอาณาจักรโบราณนครวัด-นครธมยังคงครอบคลุมสรรพศาสตร์นานาของกัมพูชา ไม่ว่าจะประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์วิทยา และแน่นอนว่าด้วยมนตราอาคม

กล่าวโดยทั่วไป เอกสารเล่มนี้รวมไว้ซึ่งยันต์และเวทมนตร์คาถา แม้แต่ละคาถาจะไม่ระบุความเป็นมาของคาถาว่าเกี่ยวโยงกับสถาน/สิ่งศักดิ์สิทธิ์และทศบารมี 10 แห่งของกัมพูชา

เป็นความเชื่อใหม่ในยุคหลังที่เกิดจากชุมชนท้องถิ่นในทั่วทุกภูมิภาคของแอ่งอารยธรรมเก่า

อนึ่ง ความเป็นศูนย์กลางแห่งจารึกต่างๆ ของราชอาณาจักรโบราณกัมโพช ตั้งแต่ไม่กี่อักษรไปจนถึง 53 บรรทัด 152 ข้อความ ตามขนบจารึกตั้งแต่เสาหินไปจนถึงผนังปราสาทที่มีความยาวถึง 3 เมตร แลยังเทวรูปปั้นพระโพธิสัตว์ตามเทวสถานปรักพัง

ไม่แปลกเลยที่ปรากฏการณ์รูปปั้น เนียะตา/โลกตา, องค์พระโพธิสัตว์ตลอดจนอารามศาลที่สร้างขึ้นใหม่ในกลุ่มปราสาทต่างๆ จะสอดแทรกเข้ามาเป็นศาสตร์ยันต์และมนตรา อันเกิดจากลัทธิพราหมณ์ที่ผสมผสานกับพุทธมหายานแต่อดีตกาล จนกลายเป็นความเชื่อใหม่ในชุมชนท้องถิ่น

นอกจากความเชื่อทศบารมีที่ต่างกันระหว่างไทย-เขมร และขนบความเชื่อของพุทธพราหมณ์ ไทย-เขมรที่อิงจากลัทธิพราหมณ์สมัยเมืองพระนครที่อักขระขอมในยันต์เขมรนั้น ไม่ขึ้นกับอรรถกถาของบทสวดบาลีดังที่พบในยันต์ไทย

ยันต์เขมรจึงน่าจะต่างยันต์ไทยที่ตรงนี้

ดังที่ปรากฏการณ์ยันต์มนตราและความหมายที่แบ่งย่อยตามความเชื่อและเพศลักษณ์ อาทิ เป็นยันต์ (ผ้า) ที่เขียนขึ้นเพื่อป้องกันโรคทารกบุตร-หลาน ยันต์สำหรับบุรุษและยันต์สำหรับเพศสตรีที่แตกปลีกย่อยกันไป

แต่เรื่องพิสดารในมนตรายันต์ไทยยุคหลัง ก็ใช่ว่าจะขาดแคลนแนวปาฏิหาริย์กับเขาไม่?

ฤๅกันหนักหนาว่าเบื้องหลังที่สโมสรจิ้งจอกสยามได้แชมป์พรีเมียร์ลีก! นั่น!

มาจากยันต์ล้วนๆ!

————————————————————————-
เครดิตภาพ : tatoueurs, tatou?s



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ
ใต้ระอุ ศึกใน-ในกว่า ‘แม่ทัพยูร’ เหนียว ลุ้น นั่งต่อ ตท.26 สับราง ‘แม่ทัพน้อยต่อ’ จ่อ ‘รองคิ้ว’ ตท.28 รอ ‘รองด้วง’ ยังฮอต
E-DUANG | การต่อสู้ ในทาง ยุทธศาสตร์ ระหว่าง ประชาชน ภูมิใจไทย
เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน