bg-single

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ / นัยยะแห่งนิเวศวัฒนะวิถี

08.01.2022

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

นัยยะแห่งนิเวศวัฒนะวิถี

 

วิกฤตโลกวันนี้ ปรากฏให้มนุษย์ได้เผชิญมากขึ้น ดังพายุทอร์นาโดถล่มอเมริกาถึงสามสิบลูกเมื่อไม่นานมานี้

ไม่นับ “สงครามโรค” ที่ระบาดไปทั่วโลกยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ศัพท์บัญญัติวิกฤตภัยธรรมชาติจากคำ ไคลเมตเชนจ์ ซึ่งฟังเข้าท่าดีคือภาวะ “โลกรวน”

มนุษย์นี่แหละมีส่วนทำให้ “โลกรวน” อยู่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะการทำลายธรรมชาติ ทั้งโดยจงใจเพื่อเอาประโยชน์โดยตรง เช่น การขุดเจาะสูบน้ำมันจากใต้ดิน และการทำลายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในนามของการสร้างสรรค์ความเจริญทั้งหลาย

โดยไม่คำนึงถึง “นิเวศวัฒนะวิถี”

ท่านเจ้าคุณพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เคยกล่าวว่า เมื่อใดมนุษย์เรียกร้องให้รักษาสิ่งแวดล้อม เมื่อนั้นมนุษย์เริ่มแยกสิ่งแวดล้อมออกจากชีวิตโดยแบ่งแยกธรรมชาติออกจากมนุษย์แล้ว โดยที่ไม่เห็นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมนุษย์กับธรรมชาติแต่อย่างไร

ไม่เห็นว่าเราหายใจกับอากาศเดียวกัน อาหารน้ำเลี้ยงร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกัน เรายิ่งพัฒนาเรายิ่งเหมือนจะลืมหรือมองไม่เห็น ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชีวิตกับธรรมชาตินี้ไปเสียแล้ว

เมื่อ พ.ศ.2400 หัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงที่ซีแอตเติล อเมริกา ได้กล่าวสุนทรพจน์ ตอบข้อเรียกร้องจากประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งขอซื้อดินแดนจากเผ่าอินเดียนแดง สุนทรพจน์มีความหมายลึกซึ้งและคมคายมากจนได้รับยกย่องว่า

“เป็นการบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมที่ประทับใจที่สุดเท่าที่เคยปรากฏทั้งในอดีตและปัจจุบัน”

ปัจจุบันเอกสารนี้เก็บรักษาไว้ ณ กรุงวอชิงตันและที่พิพิธภัณฑ์เมืองซีแอตเติล

 

หัวหน้าเผ่าซีแอตเติลกล่าวว่า

“หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตันได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อดินแดนของพวกเรา ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตรและความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

“เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพของเรานั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่านเพราะเรารู้ว่าถ้าเราไม่ขาย พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึดดินแดนของพวกเราอยู่ดี แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้นเขาซื้อขายกันได้อย่างไร

“ความคิดเช่นนี้เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา หากความสดชื่นของอากาศและความใสสะอาดของธารน้ำนั้นมิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร…ฯ”

“วิญญาณของคนขาวนั้น ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา แต่วิญญาณของพวกเราไม่มีวันรู้ลืมแผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือนเป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

“เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน กลิ่นหอมของดอกไม้นั้นเปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี คือพี่น้องของเรา ขุนเขาและความชุ่นชื้นของทุ่งหญ้าและไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

“ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตันของซื้อดินแดนของเรา จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก…ฯ”

“…ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธารแม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำของชาวอินเดียนแดง…ฯ”

 

นี้เป็นส่วนหนึ่งของวาทะที่หัวหน้าเผ่าซีแอตเติลกล่าวไว้ แม้วันนี้แผ่นดินผืนนี้จะกลายเป็นกรุงซีแอตเติลเมืองงามหนึ่งในสหรัฐอเมริกา แต่ก็มิอาจงามข่มวาทะที่เป็นดังสัจธรรมของหัวหน้าเผ่าเจ้าของแผ่นดินเดิมนี้ได้ โดยเฉพาะสัจวาทะช่วงท้ายคือ

“…เรารู้ดีว่า โลกนี้เป็นของมนุษย์ แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้…”

“…มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้างเส้นใยแห่งมวลชีวิต แต่มนุษย์เป็นเพียงเส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้เขาก็ทำลายตัวเอง”

เรากำลังทำลายตัวเองในนามของความเจริญลงไปมากแล้วเท่าไร

 

ผ่านมา 164 ปีแล้ว บ้านเราวันนี้ก็ยังมีสภาพเหมือน “นกไม่เห็นฟ้า-ปลาไม่เห็นน้ำ” คือไม่เห็นความงดงามความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เรามีอยู่บนผืนแผ่นดินไทยว่าเป็นอย่างไร มีคุณค่ามหาศาลเพียงใด

ยกตัวอย่างชุมชนชาวจะนะโดยเฉพาะชาวตำบลสะกอมที่เขาอยู่กับทะเลจนวิถีทะเลคือวิถีชีวิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวโดยไม่รู้ตัว เช่นครั้งหนึ่งเคยไปเยี่ยมเยือน

ชาวสะกอมเอ่ยชมน้องหญิงในคณะเราว่า

“ท่อนบนน่าแกงส้ม ท่อนล่างน่าต้มกะทิ”

ต้อง “แหลงใต้” แหละจะ “ร่อยนิ”

จะกลับเราถามหาเพื่อนชายว่าอยู่ไหน ชาวสะกอมตอบว่า

“นั่งหัวฟูเป็นกองอวนอยู่นั่น”

คือทุกคำเปรียบเป็นวิถีทะเลไปหมด

 

นี่แหละนายหนังกั้น ทองหล่อ ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับจึงสร้างตัวตลกประจำโรงคือ “สะหม้อ” โดยจำลองเอาความแหลมคมของชาวสะกอมมาถ่ายไว้ในตัวหนังสะหม้อที่ถูกใจชาวใต้เป็นอมตะนิรันดร์กาล

แล้ว “ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่” ใดเล่าที่จะมาซื้อเอาถิ่นทำเลที่เป็นวิถีทะเลและวิถีชุมชนอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้ไปจากชาวจะนะ

อ่าวไทยทั้งทะเลนี่แหละที่เป็นแหล่งงดงามและอุดมสมบูรณ์ที่สุดแทบว่าจะในโลกเลยก็ว่าได้

จะ “รู้รัก” หรือจะ “รวนเละ” ดีครับ

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

 

๐ ฟัาใสทะเลใส

แลคนใสสืบรักษา

พิสูจน์ได้ด้วยเวลา

แลด้วยอารยะวิถี

๐ นี้คือวิถีใหม่

แห่งโลกใหม่ในวันนี้

สงขลาถิ่นธานี

ยังนำทางไม่ห่างเห

๐ ทะเลกำลังแถลง

ผ่านลูกสาวแห่งถิ่นทะเล

จงมนุษย์หยุดเกเร

หยุดรังแกกันและกัน

๐ ให้ทะเลได้สำแดง

พลังแห่งการแบ่งปัน

ธรรมชาติจักจัดสรรค์

สัจธรรมจักนำชัย

๐ ด้วยวิถีความพอเพียง

เป็นอย่างเยี่ยงแห่งยุคสมัย

นำร่องครรลองไทย

นำชัยชนะ เถิดชาวจะนะ!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)