bg-single

คณะทหารหนุ่ม (56) | การรวมตัวภายใต้รหัส 0143 ตำนานการรวมรุ่นนายทหาร ทบ.

21.09.2023

รุ่น 0143

ต้นปี พ.ศ.2524 ขณะที่ จปร.7 กำลังเบ่งบานทั้งการเมืองและการทหารจนนำไปสู่ความหวาดระแวงและความไม่พอใจของนายทหาร จปร.รุ่นพี่ที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะ จปร.5 นั้น ปรากฏข่าวของกลุ่มนายทหารที่เรียกตัวเองเป็นรหัสว่า “0143” ซึ่งหมายถึงการรวมตัวอย่างเหนียวแน่นของนายทหารบก นายทหารเรือ และนายทหารอากาศ โดยมีทหารบก จปร.5 เป็นแกน

“01” หมายถึงปี พ.ศ.2501 ที่นายทหารทั้งสามเหล่าทัพรุ่นนี้จบการศึกษาออกรับราชการพร้อมกัน

“4” หมายถึง ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ

“3” หมายถึง 3 สถาบันการศึกษา คือ โรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ

จปร.5 ขณะนั้นมีความสนิทสนมอย่างยิ่งกับ พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ผ่าน พ.อ.วิโรจน์ แสงสนิท แกนนำ จปร.5 ซึ่งควบคุมเครือข่ายทหารปืนใหญ่ในกรุงเทพมหานครจนอาจถือได้ว่าเป็นการคานอำนาจกับคณะทหารหนุ่ม

ขณะที่ พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก คือหัวหอกเปิดการรณรงค์สนับสนุนการต่ออายุราชการของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนเป็นผลสำเร็จ แต่ถูกโยกย้ายไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อตุลาคม พ.ศ.2523

 

รวมรุ่นธรรมเนียมใหม่

ในประวัติศาสตร์กองทัพไทย แม้นายทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อยจะมีรุ่นการศึกษาที่ชัดเจนและมักมีการรวมตัวกัน แต่ที่ผ่านมาก็มิได้เป็นการรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองใดๆ เป็นเพียงเรื่องของการพบปะสังสรรค์ย้อนความทรงจำ เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีของเพื่อนร่วมรุ่น รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเพื่อนๆ

การรวมตัวของ จปร.7 ในนาม “คณะทหารหนุ่ม” ที่เริ่มด้วย “กลุ่มนินทาเจ้านาย” จึงถือได้ว่าเป็นการเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ของประเพณีการรวมรุ่นที่นำไปสู่อำนาจต่อรองทั้งทางทหารและทางการเมืองในที่สุด

การรวมตัวของ จปร.5 การรวมตัวภายใต้รหัส 0143 หรือการรวมตัวหลวมๆ ของ จปร.1-8 เว้นรุ่น 7 ล้วนเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอันสืบเนื่องจากการรวมตัวของ จปร.7 ทั้งสิ้น

และจะกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของการรวมรุ่นนายทหารในกองทัพบกในเวลาต่อมา

 

พล.ต.ชวลิต เลือก จปร.5

พล.ต.ชวลิต ยงใจยุทธ จปร.1 เมื่อ พ.ศ.2523 เป็นนายทหารที่ได้รับการยอมรับในความรู้ความสามารถจากนายทหารในกองทัพบกและเริ่มมีบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นตามลำดับ อีกทั้งยังมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในการผลักดันคำสั่ง 66/23 ให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จนเป็นที่ยอมรับของสังคมไทยในขณะนั้น

นอกจากนั้น จปร.1 ยังเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นแรกหลังการปรับปรุงหลักสูตรตามโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์ของสหรัฐ และเป็นรุ่นแรกที่โรงเรียนได้รับพระราชทานชื่อ “โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จปร.1 จึงมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนนายร้อย จปร.ยุคใหม่ โดยยอมรับกันว่า จปร.1 คือ “พี่ใหญ่” ของนักเรียนนายร้อยหลักสูตรใหม่

วาสนา นาน่วม บันทึกไว้ใน “กำเนิดและอวสาน รสช.” อีกตอนหนึ่งว่า

“ความสัมพันธ์ของ พล.อ.ชวลิต กับ พล.อ.สุจินดา และนายทหาร จปร. 5 แน่นแฟ้นกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ พล.อ.ชวลิต ต้องเลือกที่จะอยู่ข้าง พล.อ.สุจินดา และ จปร.5 แทนที่จะเลือกข้างนายทหาร จปร.7 ของ พล.ต.มนูญ รูปขจร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เมื่อ พล.อ.สุจินดา ไม่พอใจที่ จปร.7 จะข้ามหัวรุ่นพี่ในการขึ้นนั่งตำแหน่งสำคัญในกองทัพ จึงจัดงานเลี้ยงรุ่น จปร.ทุกรุ่นและไม่เชิญ จปร.7 ซึ่งความขัดแย้งของ พล.อ.สุจินดา กับ จปร.7 นี้ พล.อก.สุจินดากล่าวว่า

‘ผมจะจัดงานเลี้ยงและผมจะแสดงให้รู้ว่าผมต่อต้านรุ่น 7 โดยเชิญทุกรุ่นยกเว้นรุ่น 7 พี่จิ๋วก็บอกไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วหรือ ผมบอกไม่มี เรายังบอกเลยว่าแล้วพี่จิ๋วจะเอาฝ่ายไหนล่ะ’

เมื่อถึงสถานการณ์ที่จะต้องเลือกข้าง พล.อ.ชวลิตเลือกฝ่าย จปร.5 ขณะเดียวกัน พล.อ.สุจินดา และ จปร.5 ก็เลือกเป็นฝ่าย พล.อ.ชวลิตเช่นกัน

อีกท่านหนึ่งที่ได้แสดงทัศนะต่อต้าน จปร.7 อย่างชัดเจนคือ พล.ต.ยุทธศักดิ์ คล่องตรวจโรค ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย จปร. อดีตนักเรียนเตรียมทหารบกรุ่น 5 “รุ่น 5 ใหญ่” รุ่นเดียวกับนายทหารที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นคือ พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก และ พล.ต.เทียนชัย ศิริสัมพันธ์ ฯลฯ ก็ให้สัมภาษณ์เมื่อปรากฏข่าวการพบปะสังสรรค์นักเรียนนายร้อยรุ่น 1-6 และรุ่น 8 โดยไม่เชิญ จปร.7 ไปร่วมครั้งนี้ว่า

“ชอบใจที่ พ.อ.เลิศ พึ่งพักตร์ (เลขานุการ จปร.5) แถลงข่าวการประชุมของ จปร.รุ่น 1 ถึง 6 และ 8 ที่ระบุว่า ทหารไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ยินดีที่ทหารไม่ออกนอกแถว นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ท่านเล่นการเมืองอยู่แล้ว ทหารอื่นไม่ควรไปเล่นการเมืองอีก”

ต้นปี พ.ศ.2524 อุณหภูมิความขัดแย้งในกองทัพจึงร้อนแรงขึ้นตามลำดับ…

 

ทหารหนุ่มสลายตัว?

พ.ท.รณชัย ศรีสุวรนันท์ หนึ่งในคณะทหารหนุ่ม บันทึกสถานการณ์ที่เริ่มพบกับแรงเสียดทานที่มากขึ้นจากนายทหารรุ่นพี่ จปร.เมื่อต้นปี พ.ศ.2524 ไว้ว่า

“ในต้นปี 2524 อันเป็นปีที่มีการต่ออายุราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกให้กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พี่จำลองก็อยู่บนหอคอยที่ทำเนียบกับป๋าแล้ว บทบาทของกลุ่มทหารหนุ่มกลับซบเซาลงอย่างน่าพิศวง มีอาการเหมือนเป็นใบ้ไปตามๆ กัน พี่นูญยิ่งเงียบหนักเข้าไปอีก เพราะโดยนิสัยแล้วพี่นูญไม่ชอบที่จะเปิดเผยตัวต่อสาธารณชนเหมือนกับสมาชิกคนอื่นๆ ความจริงงานของพี่นูญในระยะนั้นก็ค่อนข้างจะล้นมือครับ เพราะกรมทหารม้าที่ 4 กำลังอยู่ในระหว่างจัดตั้งหน่วย และยังต้องปฏิบัติภารกิจชายแดนอีกด้วย แถมพี่นูญยังต้องดูหนังสือสอบในหลักสูตรปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์ที่ ม.เกษตรอีก”

“ในห้วงเวลานั้นก็ได้มีการพูดถึงการสลายตัวของกลุ่มทหารหนุ่มกันบ้างแล้วนะครับ และต่อมาก็ได้มีการประกาศสลายตัวของทหารหนุ่มออกมาเป็นทางการ แต่ก็ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติกันมากนัก”

“การสลายตัวของกลุ่มทหารหนุ่มนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่งเพราะจะเป็นการเปิดเผยเจตนาที่ดีไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดกันว่าเป็นการตั้งกลุ่มเพื่อต่อรองกับผู้บังคับบัญชาครับ”

บันทึก “การปฏิวัติ 1-3 เมษายน 2524 กับข้าพเจ้า” ของ บุญชนะ อัตถากร ก็มีบันทึกเกี่ยวกับข่าวการสลายตัวของคณะทหารหนุ่มเช่นเดียวกันว่า

“คุณประมาณ อดิเรกสาร รองนายกฯ เคยบอกว่า เมื่อกลุ่มยังเติร์กประกาศสลายตัวเมื่อก่อนตุลาคม 2523 นั้นมีผลทำให้คุณเปรมในฐานะรัฐมนตรีกลาโหมแต่งตั้งให้นายทหารในกลุ่มนี้ยังคงมีตำแหน่งหน้าที่บังคับบัญชาอยู่ในระดับเดิมทุกประการ”

 

แกล้งแพ้?

การประกาศสลายตัวของคณะทหารหนุ่มเมื่อใกล้วาระการโยกย้ายนายทหารประจำปี ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจจริงหรือเป็นเพียงกลยุทธ์ “แกล้งแพ้” เพื่อผลต่อคำสั่งโยกย้ายประจำปี แต่คำสั่งแต่งตั้งนายทหารประจำเมื่อตุลาคม พ.ศ.2523 ที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ลงนามนั้น คณะทหารหนุ่มต่างขยับขึ้นคุมหน่วยกำลังสำคัญรบระดับกรมกันทั่วหน้า ภาพความใกล้ชิดของคณะทหารหนุ่มกับ “ป๋า” จึงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และดูเหมือนจะยิ่งตอกย้ำความเชื่อในความเป็น “ลูกป๋า” ให้กับสังคมมากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้วยเหตุนี้ ปลายปี พ.ศ.2523 ถึงต้นปี พ.ศ.2524 พลังอำนาจแฝงและอิทธิพลของคณะทหารหนุ่มจึงมิได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด แม้จะมีการประกาศสลายตัวแต่ก็เป็นไปตามบันทึกของ พ.ท.รณชัย ศรีสุวรนันท์ ที่ว่า “แต่ก็ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติกันมากนัก”

ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวณิช ยังบันทึกไว้อีกด้วยว่า “พวกเขาสามารถต่อรองตำแหน่งให้แก่สมาชิกของกลุ่มอย่างเป็นระบบ สามารถคุมตำแหน่งสำคัญระดับกรมเกือบทั้งหมด ตลอดจนสามารถขจัดนายนายทหารระดับสูงจำนวนหนึ่งมิให้ได้รับตำแหน่งสำคัญทางทหาร”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การย้ายกลับโคราชของ พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก ก็ดี การขึ้นยกแผงของคณะทหารหนุ่มก็ดี ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากหมึกที่ปลายปากกาของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบกทั้งสิ้น

แต่ความไม่พอใจ จปร.7 ของ จปร.1 ถึง จปร.8 ยังคงดำรงอยู่และทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ฟ้าผ่ากลางมหาดไทย! ทลายแก๊งโกงสอบ ขรก. ซื้อขาย ‘เก้าอี้’ มโหฬาร 4 พัน ล.โยง ‘บิ๊ก’ สายแข็ง
เหยี่ยวถลาลม | มูลค่าของเกียรติยศ
“ศุภมาส” นำ พ.ร.บ. Lemon Law ประเดิมกฎหมายแรกยุค “อนุทิน 2” ของชำรุดต้องเปลี่ยนได้ ไม่ต้องพิสูจน์เอง
E-DUANG | ภาพสะท้อน การพลิกเปลี่ยน ของ โจ ชัยวัฒน์ “โค้งสุดท้าย”
วิชา ‘วรรณกรรมแห่งความสิ้นหวัง’ ชั้นเรียนยอดนิยมใน ‘ไอวีลีก’
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (4)
เชลยศึกสงครามลาว (36)
‘ตู้เย็น’ ในเรื่องสั้นไทยร่วมสมัย
รากฐาน ความคิด ยุค กุหลาบ สายประดิษฐ์ รากฐาน สังคม
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (181)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักญี่ปุ่นนิยมสู่อาชญากรสงคราม (19)
E-DUANG | จากย้าย”ผู้ว่าฯ” ที่ “ภูเก็ต” ถึง ทุจริต สอบ ข้าราชการ