bg-single

‘การปลดปล่อยจิตสำนึกประวัติศาสตร์ชาติจากรัฐ’ (จบ)

22.10.2024

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

 

‘การปลดปล่อยจิตสำนึกประวัติศาสตร์ชาติจากรัฐ’ (จบ)

 

ตัวอย่างที่ขอนำเสนอเพื่อช่วยความเข้าใจคืองานเขียนของนักปรัชญาและนักการเมืองชาวแคนาดาชื่อ Michael Ignatieff, “14. The Consolations of Witness”, On Consolation : Finding Solace in Dark Times, 2021. ซึ่งเป็นหนังสือที่ศาสตราจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ผู้ล่วงลับ ได้ริเริ่มชักชวนเพื่อนพ้องลูกศิษย์ลูกหาให้แบ่งบทช่วยกันแปลก่อนท่านจากไป

ในบทนี้ เขาเขียนถึงเรื่องราวและผลงานของกวีสามคนในอดีตผู้ได้ประสบพบผ่านเป็นประจักษ์พยาน Holocaust คือการที่พวกนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และ/หรือเผด็จการเบ็ดเสร็จของสตาลินในโซเวียตรัสเซีย ได้แก่ Anna Akhmatova กวีหญิงชาวรัสเซีย (1889-1966), Primo Levi กวีชาวอิตาเลียน (1919-1987), Mikl?s Radn?ti กวีชาวฮังกาเรียน (1901-1944) ด้วยความมุ่งหมายว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และสังหารหมู่อย่างโหดร้ายเหล่านั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก (Never Again!) ในอนาคต

ดังภาพประกอบ

ไมเคิล อิกนาตีเอฟ เขียนว่า (pp. 209-210) :

“ประวัติศาสตร์ไม่มีคำปลอบโยนใดจะหยิบยื่นให้เพราะมันไม่เคยจบลง และความหมายของมันก็ไม่เคยลงตัว แม้จะโดยฝีมือของสักขีพยานที่วีระอาจหาญดังเขาเหล่านี้ก็ตาม

ประวัติศาสตร์อาจไม่มีคำปลอบโยนใดจะหยิบยื่นให้ ทว่า มันก็ทิ้งหน้าที่ไว้ให้แก่เรา เนื่องจากพวกเขาศรัทธาในตัวเรา เราจึงควรธำรงรักษาศรัทธาในตัวพวกเขาและร่วมกันปกป้องสัจธรรมที่พวกเขาส่งทอดไว้ให้แก่เรา

ตอนบั้นปลายชีวิต ปรีโม เลวี ได้เขียนบันทึกความทรงจำอันหาที่เปรียบมิได้เรื่องพวกที่จมหายไปกับพวกที่ได้รับการกู้ชีพไว้ อันว่าด้วยการเป็นสักขีพยาน มันขึ้นต้นด้วยบุพวาทะจากโคเลอริดจ์ว่า :

แต่นั้นมายามใดไม่รู้แน่

ความปวดร้าวหวนแผ่เข้าซึมซ่าน

จนกว่าเล่าเรื่องสยองท่องนิทาน

ย่อมร้อนร่านลวกใจไม่รู้วาย”

จะเห็นได้ว่าคุณค่าทางจริยธรรมของประวัติศาสตร์นิพนธ์และนักประวัติศาสตร์บังเกิดขึ้นในกระบวนการความสัมพันธ์สามเส้าฯ นี้นั่นเอง

ถึงจุดนี้อาจสรุปข้อสังเกตเกี่ยวกับเงื่อนไขของการเกิดเรื่องเล่าใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ได้ว่าประกอบด้วย

– โครงสร้างโอกาสทางวัฒนธรรม (Cultural opportunity structure) :

หมายถึงสภาพเงื่อนไขภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป มีแนวคิด-วาทกรรมใหม่ถูกแปล/แปรเข้ามาปะทะประสาน เกิดความเสื่อมของพล็อตเรื่องเดิม เรื่องเล่าเดิม อำนาจนำเดิม มันไม่ make sense อีกต่อไป มันอธิบายปัจจุบันไม่ได้ มันชี้ทางอนาคตไม่ออก มันไม่ตอบรับโครงสร้างความรู้สึกใหม่ของคนรุ่นใหม่ เช่น ช่วง 14-6 ตุลาคม, กระแสปฏิวัติวัฒนธรรมในม็อบเยาวรุ่น 2563

– เหยื่อ-ผู้เล่าเรื่องที่เคยถูกปิดปาก/ขับไสไปอยู่ชายขอบ/อุ้มหาย (the silenced/marginalized/ disappeared victim-cum-narrator) :

ปรากฏตัวและเอ่ยปากเล่าออกมา แล้วมัน make sense, อธิบายปัจจุบันได้, ชี้อนาคตได้ ขานรับเปล่งโครงสร้างความรู้สึกใหม่ออกมา

ดังเช่นประติมานุสรณ์ 6 ตุลาฯ ที่อยู่ได้แค่ชายขอบสนามหลวงในรั้วธรรมศาสตร์, หมุดรวมทั้งอนุสาวรีย์อื่นๆ ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ที่ถูกอุ้มหายไปแล้วปรากฏขึ้นใหม่ในรูปแบบอื่น, เพลงแร็พประเทศกูมี, สารคดี Breaking the Cycle อำนาจ ศรัทธา อนาคต เป็นต้น

ท้ายที่สุดนี้ ผมใคร่ขอยกตัวอย่างผลงานวิชาการทางประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งในระยะใกล้ที่ผมได้มีโอกาสค้นอ่านพบเจอเพื่อสาธิตให้เห็นกระบวนการปลดปล่อยจิตสำนึกประวัติศาสตร์ชาติจากรัฐรูปแบบและมิติต่างๆ ดังนี้ :

ข้ามพ้นภูมิกายาไทยทางเทศะ (Transcending the Thai Geobody Spatially)

 

วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของคุณกนกวรรณ เปี่ยมสุวรรณศิริ เรื่อง “กุหลาบ สายประดิษฐ์ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (พ.ศ.2501-2517)”, 2565. ศึกษาการก่อตัวและปฏิบัติการทางการเมืองวัฒนธรรมของประชาชาตินิยมทวนกระแสที่ปฏิวัติของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ช่วงปัจฉิมวัย ในพื้นที่นอกภูมิกายาไทยที่สาธารณรัฐประชาชนจีนและเวียดนาม ผ่านทางวิทยุปักกิ่ง สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย และกิจกรรมสากลอื่นๆ

ข้ามพ้นภูมิกายาไทยทางกาละ (Transcending the Thai Geobody Temporally)

แทนที่คติที่มองเวลาอย่างว่างเปล่ากลมกลืนแบบสมัยใหม่ (homogeneous, empty time) ที่ซึ่งความเป็นเหตุเป็นผลดำเนินจาก [อดีต–>ปัจจุบัน] แบบ causality (มันเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยต่างๆ ก่อนหน้านั้น…)

ปรากฏการประเมินค่าอดีตแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 & การฆ่าหมู่และรัฐประหาร 2519 & การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใหม่โดยม็อบเยาวรุ่น ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตวิเคราะห์วิจารณ์และศึกษาวิจัยโดยคุณธนาพล อิ๋วสกุล (https://www.the101.world/the-rebirth-of-2475-spirit/), รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ (https://www.bbc.com/thai/thailand-54491617) และอาจารย์ ดร.พนารัตน์ อานามวัฒน์ (https://www.iseas.edu.sg/articles-commentaries/trends-in-southeast-asia/generational-divides-in-understanding-thailands-history-grow-amid-political-polarization-by-panarat-anamwathana/)

เหล่านี้สะท้อนระนาบเวลาแบบพระผู้ช่วยให้รอดหรือ (messianic time) ที่ซึ่งความเป็นเหตุเป็นผลดำเนินจาก [ปัจจุบัน–>อดีต] แบบ teleology/finality หรือพรหมลิขิต (กล่าวคือ เราผู้จุติมาทีหลังคือผู้ให้เป้าหมาย, ความหมาย, หน้าที่แก่อดีต หากไม่มีเรา อดีตจะหมดสิ้นความหมายไป)

การคลี่คลายสลายตัวของภูมิกายาไทย (The unraveling of the Thai Geobody)

 

เราอาจพิจารณาสุขภาวะของสถาบันสำคัญต่างๆ ของชาติได้จากความสัมพันธ์ระหว่างโครงการแห่งชาติกับโครงการส่วนตัวของปัจเจกบุคคลทั้งหลาย (the national project & the individual projects

เมื่อสุขภาวะสถาบันชาติดี โครงการแห่งชาติกับโครงการส่วนตัวของปัจเจกบุคคลทั้งหลายก็จะสอดคล้อง กลมกลืนคลี่คลายขยายตัวไปด้วยกัน

ทว่า ถ้าหากสุขภาวะสถาบันชาติไม่ดี โครงการแห่งชาติกับโครงการส่วนตัวของปัจเจกบุคคลทั้งหลายก็จะกลับเครียดขึงปีนเกลียวคลี่คลายสลายตัวออกจากกันไป

ดังสะท้อนออกมาให้เห็นในความเปลี่ยนแปลงซึ่งบันทึกและวิเคราะห์ไว้ในหนังสือของ พรชัย นาคสีทอง, ชาติเมื่อวายชนม์ : อุดมการณ์รัฐไทยในอนุสรณ์ผู้ดับสูญ, 2567; และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข, ยุทธการอุ้มฆ่า : ผู้ลี้ภัยการเมือง 2557, 2566. เป็นต้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่?
ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก