bg-single

ศธ.คุมเข้ม ‘อาหารกลางวัน น.ร.’ ‘คุณภาพ-โภชนาการ’ ต้องมา!!

25.11.2024

ปัญหาคุณภาพ “อาหารกลางวัน” ของนักเรียน มีให้เห็นเป็นระยะๆ ทั้งที่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดูแล และคุมเข้ม ให้อาหารกลางวันนักเรียนมีคุณภาพ มาตรฐาน และโภชนาการครบถ้วน เพื่อให้นักเรียนมีพัฒนาการทั้งร่างกาย และจิตใจ อย่างเต็มศักยภาพ

แต่ยังปรากฏข่าวคราวอยู่บ่อยๆ ครั้ง เกี่ยวกับอาหารกลางวันนักเรียนที่ไม่มีคุณภาพ ทั้งที่เกิดงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวันที่รัฐจัดสรรให้ “ไม่เพียงพอ” ต่อการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาทำอาหาร หรือกรณีที่ผู้บริหารโรงเรียน หรือครูที่ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน แอบ “ยักยอก” เงินค่าอาหารกลางวันที่มีอยู่น้อยนิด

อย่างก่อนหน้านี้ โลกโซเชียลได้ออกมา “แฉ” เกี่ยวกับ “คุณภาพ” อาหารกลางวันนักเรียนหลายเคส อาทิ เพจ “ร้ายกาจ” ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า

“ผลไม้เน่าให้เด็กกิน เหตุเกิดที่สนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา เด็กน้อยอนุบาลถึง ป.6 ได้กินผักผลไม้เน่าเป็นอาหารกลางวัน แตงกวาเสียขึ้นรา แก้วมังกรเน่าช้ำเปรี้ยว แตงโมเน่าเด็กกินท้องเสียอ้วก มะละกอเสียขึ้นรา แมลงวันตอม ผอ.สั่งปอกให้เด็ก แม่ครัวสงสารเอาทิ้ง แต่ละอย่าง ผอ.สรรหามาราคาถูกๆ ในสภาพใกล้เน่าคาร้าน จากครูน้อยโรงเรียนใกล้ๆ สอบเป็น ผอ.ได้มาลงที่นี่เมื่อตุลา 66 ก็เริ่มเลย”

หรือกรณีที่เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดตรัง ร่วมกับชมรมตรังต้านโกง และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ไปตรวจสอบโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง ซึ่งมีนักเรียนอนุบาล และประถม 132 คน ได้รับเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันจาก ศธ.หัวละ 22 บาท

พบว่า “เมนู” อาหารที่ทางโรงเรียนจัดให้นักเรียน “ไม่ตรงปก”

โดยเมนูอาหารกลางวันของนักเรียนอนุบาล ในวันที่ทีมงานลงพื้นที่ ไม่ตรงกับเมนูที่ระบุในตารางประจำวัน คือ ไข่พะโล้ องุ่นเขียว และปูอัดทอด แต่มีเพียงถั่วงอกผัด 1 อย่าง กับขนมขบเคี้ยว ขณะที่เมนูของนักเรียนประถมในวันนั้น มีไข่พะโล้ ผัดเผ็ดลูกชิ้น และแกงกะทิไก่ใส่มะเขือ แต่กลับไม่ให้นักเรียนอนุบาลกินไข่พะโล้

ซึ่งทางโรงเรียนอ้างว่าตื่นเต้นที่ ป.ป.ช.มาตรวจ เลยลืมเอาไข่พะโล้ให้นักเรียนอนุบาลกิน

ขณะเดียวกัน ก็พบว่าอาหารส่วนใหญ่ นอกจากปริมาณจะ “น้อย” แล้ว ยังไม่ตรงกับโภชนาการที่เด็กๆ ควรได้รับด้วย

 

นอกจากนี้ เพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ยังโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์แห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่จัดอาหารกลางวันนักเรียน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก เพราะนอกจากจะมีแค่ 2 เมนู คือ ไส้กรอกแดง กับผัดคะน้า เมนู “ไส้กรอกแดง” ยังทอดทั้งพลาสติก

แต่การจัดอาหารเพื่อถ่ายรายงานให้เด็กอีกอย่างหนึ่ง คือดูดี ให้นักเรียนกินจำนวนมาก

จากนั้นได้โพสต์เพิ่มเติมว่า “ราดหน้าหมูดิบ ราดหน้าหมูสุกๆ ดิบๆ เศษหมู ฟีลชาบู”

“บางมื้อบางเดย์ หมดเติมได้ บางมื้อบางเดย์ก็ไม่พอจะกิน อาหารนักเรียนราช โรงเรียนกินนอนสำหรับเด็กยากไร้ และขาดโอกาส ป.1-ม.6 จำนวน 570 ชีวิต คุณภาพอาหารเริ่มมีปัญหาขึ้นเมื่อ ผอ.ผู้หญิงคนนี้ย้ายเข้ามา”

ปิดท้ายอีก 1 ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปี ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 6 จ.อุดรธานี ครูปฐมวัยของโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นผู้ดูแลอาหารกลางวันนักเรียน ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.6) ให้ช่วยตรวจสอบเงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน โรงเรียน หรือ Thai school lunch ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564-2566

โดยมีหลักฐานที่ไม่สอดคล้อง หรือตรงตามความจริงกับงบฯ รายหัวอาหารกลางวันที่โครงการอนุมัติ 27 บาทต่อหัวต่อคน นักเรียนมี 90 คน รวม 2,484 บาท แต่ได้รับโอนเงินให้เพียง 1,400 บาท ซึ่งมีเอกสารค่าใช้จ่ายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทั้งสลิปการโอนเงิน คลิปวิดีโอ และภาพถ่ายเด็กๆ นั่งกินข้าว ที่มีอาหาร และภาชนะไม่ได้มาตรฐานตามที่ ศธ.กำหนด

กรณีนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) หนองคาย เขต 1 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนผู้บริหารโรงเรียนปรับเปลี่ยนอาหารกลางวันนักเรียนให้ดีขึ้น และได้มาตรฐานแล้ว

 

ล่าสุด พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้สั่งกำชับโรงเรียนขยายโอกาสทั่วประเทศ ให้จัดอาหารกลางวันที่มีโภชนาการครบถ้วน

ให้นักเรียนได้รับประทานเช่นเดียวกับนักเรียนชั้นประถม หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบฯ อาหารกลางวัน 2,955 ล้านบาท ให้กลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสทุกสังกัด 7,344 แห่ง ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) รวม 575,983 คน ได้รับสูงสุด 36 บาทต่อคนต่อวัน

ซึ่ง “บิ๊กอุ้ม” มองว่า เป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ และผู้ปกครองทั่วประเทศ ที่มุ่งหวังให้บุตรหลานได้รับโภชนาการที่ดี และเพียงพอ เพราะโครงการนี้จะช่วยให้นักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ในโรงเรียนขยายโอกาส มีอาหารกลางวันรับประทานอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับนักเรียนระดับประถม

ส่วนสาเหตุที่ ศธ.เดินหน้าผลักดันโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนขยายโอกาสสำหรับนักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ตั้งแต่ปีก่อน เนื่องจาก ศธ.สำรวจพบว่านักเรียนช่วงชั้นมัธยมต้น ยังขาดแคลนโภชนาการที่จำเป็นในการพัฒนาศักยภาพ ทำให้เด็กๆ มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ และการเรียนรู้ที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ ศธ.จึงเสนอให้ขยายโครงการอาหารกลางวันให้ครอบคลุมชั้น ม.1-ม.3 ในโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล และยังขาดแคลน

“การผลักดันโครงการนี้เกิดจากการร่วมมือของหลายฝ่าย เราสู้เพื่อสิทธิของเด็กๆ ในโรงเรียนขยายโอกาส เพราะตระหนักดีว่าโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเรียนรู้ และการพัฒนาร่างกายของเด็ก ความสำเร็จในครั้งนี้ จึงเหมือนความหวังให้กับทุกครอบครัวที่อยากเห็นบุตรหลานมีชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณทุกฝ่ายที่ผลักดันให้เด็กๆ เข้าถึงอาหารกลางวันที่ดี และเพียงพอ” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

 

ทั้งนี้ ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเงินโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาส เร่งรัดดำเนินการ เพื่อให้งบถึงทุกโรงเรียน ให้จัดอาหารกลางวันตามโครงการได้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2567

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูนได้กำชับไปยังสถานศึกษาทุกแห่ง ว่าขอให้จัดหา และให้บริการอาหารกลางวันอย่างเต็มที่ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง อาหารต้องมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ในปริมาณที่เหมาะสมกับวัย และเพียงพอต่อความต้องการของเด็กๆ โดยย้ำให้สถานศึกษาทุกแห่งใส่ใจในการจัดเตรียมเมนูอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตแข็งแรง พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่

ต้องติดตามว่าจากนี้ ปัญหาคุณภาพ และโภชนาการ “อาหารกลางวัน” ของนักเรียน จะลดลงหรือไม่!! •

 

| การศึกษา

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)