bg-single

ลี กวนยู กับกลยุทธ์ ถ่วงดุลอำนาจจีน-ตะวันตก

23.07.2025

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

จังหวะนี้การเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศเล็กและกลางๆ ในการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ

ด้านหนึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ บอกพวกเอ็งอย่าคบค้ากับจีน มาเป็นพวกฉันเสียดีๆ และต้องช่วยกดดันปักกิ่งด้วย

หาไม่แล้ว ทรัมป์ขู่ (และไม่ลังเลที่จะทุบหัวสั่งสอน) ว่าถ้ายังแสดงตนเป็นพวกเดียวกับจีน ก็เตรียมตัวรับจดหมายขึ้นภาษีศุลกากรได้

ฝ่ายจีนก็คำรามใส่ประเทศที่เล็กกว่าว่าอย่าไปยอมตามเงื่อนไขของวอชิงตันจนมีผลกระทบต่อจีน

ไม่งั้น ปักกิ่งจะตอบโต้อย่างแสนสาหัสกันเลยทีเดียว

นโยบายแบบ “ลู่ตามลม” หรือ “ต้นไผ่” ที่เคยใช้ได้ผลแต่โบร่ำโบราณก็ชักจะไม่ใช่อาวุธประจำกายที่จะช่วยเราได้อีกต่อไป

เพราะเมื่อทรัมป์เล่น “เกมคนบ้า” หรือ Mad Man’s Strategy เราต่างก็งงงันไปทั่ว

เพราะ “ยุทศาสตร์คนบ้า” แปลว่าเราคาดการณ์ไม่ถูกว่าทรัมป์จะอาละวาดเมื่อไร และจะมีอารมณ์เอาใจเราเมื่อไร

สามวันดีสี่วันไข้คือปรากฏการณ์ที่เราไม่เคยได้สัมผัสกับผู้นำสหรัฐในช่วงเวลาที่ผ่านมา

พอดีวันก่อนได้อ่านบันทึกความทรงจำที่เล่าเรื่องลี กวนยู แห่งสิงคโปร์ ที่เคยต้องบริหารความสัมพันธ์กับจีนเพื่อได้ประโยชน์โดยไม่เสียจุดยืนของตัวเองกับมหาอำนาจตะวันตก

เป็นการเล่าเรื่องเบื้องหลังความสัมพันธ์จีน-สิงคโปร์ ที่ไม่ได้มีแค่จับมือถ่ายรูป แต่มีบุหรี่ กระโถน และหัวใจที่เคารพกัน

ถ้าจะมีใครสักคนที่เข้าใจวิธีคุยกับจีนแบบไม่ให้ใครเหนือกว่าใคร ก็คงหนีไม่พ้น “ลี กวนยู” ผู้นำและผู้สร้างสิงคโปร์คนนี้

เรื่องนี้ถูกเล่าแบบเจาะลึกในหนังสือบันทึกความทรงจำเล่มใหม่ของ “จอง ยิบ เซ็ง” (Cheong Yip Seng) อดีตบรรณาธิการใหญ่ The Straits Times ที่คลุกคลีอยู่กับวงการข่าวและการเมืองมา 40 ปีเต็ม

เขาเขียนเล่าแบบถึงลูกถึงคนในเล่ม Ink and Influence : An OB Markers Sequel ว่า ความสัมพันธ์จีน-สิงคโปร์มันไม่ได้มีแค่ท่าทางทางการทูตแบบทื่อๆ และว่ากันตามพิธีกรรมเท่านั้น

แต่มันมีรายละเอียดที่สะท้อนถึงการให้ความเคารพต่อกัน ความเข้าใจอารมณ์และวัฒนธรรมของอีกฝ่ายหนึ่ง

อีกทั้งห้ามมองข้ามรายละเอียดเป็นอันขาด

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ใครก็ไม่เคยนึกถึง… อย่างเช่น “กระโถนกับที่เขี่ยบุหรี่” ก็มีส่วนกำหนดว่าการทูตสำเร็จหรือล้มเหลวได้

ลีกวนยู ไม่ใช่ญาติ… แต่จีนก็รักเขา

ปี 1976 ลี กวนยู ไปเยือนจีนครั้งแรก จีนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนญาติมาเยี่ยมบ้าน แต่ในฐานะนักการเมืองมือเก๋า เขาต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีนเพราะเกาะสิงคโปร์เป็นคนจีนส่วนใหญ่

และตัวลีเองก็มีเชื้อจีนเต็มตัว ชื่อแซ่ก็ฟ้องอยู่เต็มๆ

แต่ลีพูดชัดเลยว่า “เราไม่ใช่ญาติกันนะครับ”

ไม่ได้เสียหลักการทูตด้วยภาษาตรงๆ แต่ลีต้องการให้จีนรู้ว่า สิงคโปร์คือสิงคโปร์ ไม่ใช่ “ลูกจีนพลัดถิ่น” ที่กลับบ้าน

อีกด้านหนึ่ง ลีก็ให้เกียรติจีนสุดสุด

ยกตัวอย่างตอนเติ้ง เสี่ยวผิง มาเยือนสิงคโปร์ในปี 1978 ลีรู้ว่าเติ้งติดบุหรี่หนักมาก เลยจัดที่เขี่ยบุหรี่กับกระโถนไว้ให้แบบเนียนๆ ในทำเนียบอิสตานา

แต่พอเติ้งเห็น และทำการบ้านเรื่องเจ้าของบ้านไม่ชอบให้ใครมาสูบบุหรี่ต่อหน้า ก็ไม่หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเลย

เพราะรู้ว่าลีไม่ชอบกลิ่นบุหรี่

คนใกล้ชิดลีกระซิบว่าด้วยวิธี “เคารพกันคนละนิด โลกก็สงบสุขแล้ว”

แต่ลียืนหยัดในหลักการว่าสิงคโปร์จะไม่ยอมเป็นเบี้ยในเกมใคร

จองเล่าว่า ตอนที่ลีไปจีน จีนพยายามเทของขวัญอย่างหนังสือ India’s China War ให้ ซึ่งเล่าเรื่องสงครามจีน-อินเดียในมุมจีนแบบจัดเต็ม

ลีรับมา… วางไว้ข้างตัว… แล้วพูดเบาๆ แต่มีพลังว่า “อันนี้เวอร์ชั่นของคุณนะ แต่สงครามนี้มันยังมีอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง”

เจ็บนิ่มๆ แต่จี๊ดถึงใจ จะเรียกว่า “การทูตแบบใจถึงใจ” ก็ไม่ผิด

จีนเลยรู้ทันทีว่า ลีไม่ใช่คนที่ใครจะมาชี้นิ้วให้คิดแทนได้

สิงคโปร์มีคนเชื้อจีนถึง 75% แต่ต้องรักษาจุดยืนเป็นกลางระหว่างมหาอำนาจ

ยิ่งในช่วงสงครามเย็น ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก ที่คนเชื้อสายจีนเยอะมาก เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียกับอินโดนีเซียเลยค่อนข้างระแวงว่า สิงคโปร์จะเป็น “จีนเบอร์สาม” หรือเปล่า

ลีเลยต้องวางตัวให้ชัดว่า “เราไม่ใช่ตัวแทนจีนนะ (โว้ย)”

เพื่อให้ภูมิภาคนี้สมดุลต้องไม่โดนบีบจากทั้งจีนและตะวันตก ยุคเหมากับยุคสี จิ้นผิง ไม่เหมือนกัน

สมัยเหมา เจ๋อตุง ยังประกาศเลยว่า คนจีนโพ้นทะเลควรจงรักภักดีต่อประเทศที่ตัวเองอยู่

แต่พอมายุคสี จิ้นผิง จีนเริ่มพูดว่า “เชื้อสายจีนก็คือครอบครัวเดียวกัน”

ฟังดูอบอุ่นใช่ไหม? แต่พออยู่ในโลกความจริง มันไม่ง่ายขนาดนั้น

สิงคโปร์ถึงกับต้องออกกฎหมายปี 2021 ว่า ถ้าใครมีสายสัมพันธ์การเมืองกับต่างประเทศ ต้องรายงานตัว

โดยเฉพาะถ้าได้เงินหรือผลประโยชน์อะไรเกิน 10,000 ดอลลาร์ สื่อเองก็โดนสายตาจับจ้อง

ปี 2005 บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ถูกเรียกเข้าทำเนียบนายกฯ เพราะมีบทความที่ดูอวยจีนเกินไป บางบทความเขียนโดยนักข่าวที่มาจากจีนเลยด้วยซ้ำ

นายกฯ ลี เซียนลุง ไม่พอใจ บอกว่าแบบนี้มันกระทบนโยบาย “เป็นกลาง” ของประเทศเต็มๆ

ประวัตินักสู้ของลี กวนยู จะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่เอ่ยถึงความเป็น นักอ่านตัวยง และนักคิดตลอดชีวิต

คนเขียนบันทึกเล่มนี้บอกว่าลีไม่ได้เก่งเพราะโชคช่วย เขาอ่านหนังสือเป็นร้อยๆ เล่ม เดินทางทั่วโลก เจอผู้นำมานับไม่ถ้วน

เขาชอบแชร์บทความต่างๆ กับบรรดาบรรณาธิการสื่อ

บางทีก็ส่งบทความไปพร้อมกับข้อความว่า “อ่านนี่นะ มันจะช่วยให้นักข่าวคุณเข้าใจประเด็นนี้ได้ดีขึ้น”

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ลีส่งบทความอังกฤษให้กับนักเขียน, นักหนังสือพิมพ์ และนักวิชาการเยอะมาก เพราะกลัวสิงคโปร์จะกลายเป็นรัฐสวัสดิการแบบอังกฤษที่ล้มเหลว

บรรณาธิการเขียนเล่าว่าวันหนึ่ง The Straits Times ลงบทความบ่นค่ารักษาพยาบาลแพง และเสนอว่ารัฐควรช่วยจ่าย

ลียัวะ! หาว่าสื่อกำลังชี้นำประชาชนไปในทาง “รัฐสวัสดิการ” ที่เขาไม่เห็นด้วย

ลีเริ่มต้นการเมืองเป็น “นักสังคมนิยม” แต่พอได้อำนาจกลายเป็น “หัวหน้าทุนนิยมสุดสุด”

คนไม่ชอบลีจะเรียกเขาเป็น “เผด็จการบ้าอำนาจ”

คนชอบเขาบอกว่าลีคือนักการเมืองที่พร้อมลุยและเสี่ยง พร้อมจะถูกด่าเพื่อสร้างสิงคโปร์จากประเทศโลกที่ 3 เป็นโลกที่ 1

ลีมักยกตัวอย่างศรีลังกา ที่เลือกทางการเมืองแบ่งแยกเชื้อชาติ หลังได้เอกราชปี 1948

มีการออกกฎหมายที่กีดกันชาวทมิฬ เปลี่ยนภาษาราชการ ตัดสิทธิ์การศึกษา ผลลัพธ์คือสงครามกลางเมือง 26 ปี

แต่ปี 2024 ศรีลังกาเริ่มเปลี่ยนไป กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มสร้างภาพใหม่ให้ประเทศ แถมเลือกผู้นำที่ไม่เล่นการเมืองเชื้อชาติอีกด้วย

ลีจึงมักจะเตือนคนสิงคโปร์ว่าอย่าเดินตามแนวศรีลังกาก่อนหน้านั้น

บก. จองสรุปว่า ลีสร้างสิงคโปร์ได้ด้วย 3 สิ่งนี้ :

มองโลกแบบ Geopolitics เข้าใจการเมืองระหว่างประเทศ

มี “คลังข้อมูลชีวิต” ที่มหาศาล

ไม่หยุดเรียนรู้

เรียนภาษาจีนทุกวันจนวันสุดท้ายของชีวิต

ลี กวนยู ไม่ได้แค่สร้างชาติ แต่เขาสอนคนรุ่นต่อไปว่า “ประเทศเราเล็ก… แต่ต้องเล็กแบบมีศักดิ์ศรี รู้จักเล่าเรื่องของตัวเอง ไม่งั้นเดี๋ยวคนอื่นจะเล่าแทน”

ถ้าอยากเข้าใจว่า ทำไมจีนถึงนับถือลี กวนยู

อ่านหนังสือของจอง ยิบ เซ็ง เล่มนี้ แล้วจะเข้าใจเลยว่า การทูตที่แท้จริงอาจไม่ได้เริ่มจากโต๊ะประชุม แต่มาจากความเคารพเล็กๆ ที่คนสองคนมีให้กัน

และบางที… “กระโถนบุหรี่” ก็อาจเปลี่ยนเวทีโลกได้จริงๆ ก็ได้!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่?
ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก