เมนูข้อมูล | นายดาต้า
‘โอกาส’ มาแล้วหายไป
ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันด้วยกองกำลังและอาวุธสงครามกับกัมพูชา มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่พอเห็นได้ว่าประเทศมีความหวัง
ความพยายายามแต่งตั้ง “วิทัย รัตนากร” เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยประสบความสำเร็จ แม้จะมีแรงต้านจากนักเศรษฐศาสตร์สายอนุรักษนิยมที่เน้นการดูแลธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่สร้างผลกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยมากกว่าธุรกิจการผลิตโดยเฉพาะระดับเอสเอ็มอี แต่รัฐบาลสามารถฟันฝ่าคนผลักดัน “วิทัย” ขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ
ก่อให้เกิดความหวังว่าจะบริหารการเงินให้สอดคล้องและเอื้อต่อนโยบายด้านการคลังในทางส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้รับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า ไม่ปล่อยให้แบงก์พาณิชย์ทำกำไรท่วมหูท่วมหัว ขณะที่ธุรกิจอื่นไปไม่รอดด้วยแก้ปัญหาเรื่องเงินทุนไม่ได้ เพราะแบงก์ชาติเอาแต่กังวลเรื่องหนี้เสียจนกลายเป็นอุปสรรคการปล่อยกู้
อีกเรื่องที่เป็นความหวังคือ ข้อกล่าวหาว่านักการเมืองไทยที่ต้องทำหน้าที่บริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตยที่ให้โอกาสกับผู้มาจาก “อำนาจประชาชน” ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดมีความรู้ความสามารถไม่พอที่จะมารับมือกับประเทศที่เกิดวิกฤตรอบด้านอย่างประเทศไทยนั้น ไม่น่าจะจริง
เพราะหลังจากมีการจัดเวทีให้ “ผู้นำทางการเมือง” หลายคนแสดงวิสัยทัศน์ในการกอบกู้ประเทศ พบว่าแต่ละคนล้วนแสดงให้เห็นความรู้ความสามารถที่เป็นความหวังได้
ว่ากันเฉพาะ 3 คนทีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก “ดร.ทักษิณ ชินวัตร-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หากติดตามรับฟังความคิดความอ่านต่อมุมมองการจัดการประเทศแล้วจะพบว่า แม้แต่ละคนจะนำเสนอแนวทางและวิธีการที่ต่างกัน แต่ล้วนพอฝากความหวังไว้ได้ทั้งนั้น
ดร.ทักษิณแนวทางแก้ไขเขาเน้นเชิงเศรษฐกิจและบริหารทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น ปลดหนี้ครัวเรือน-จัดตั้ง AMC สำหรับซื้อหนี้ส่วนบุคคล-ลดค่ารถไฟฟ้าให้เป็น 20 บาทตลอดสาย และเชื่อมต่อรถเมล์/รถสองแถวเป็นระบบฟีดเดอร์ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเดินทางได้ง่ายขึ้น-เปิด Sandbox คริปโต เตรียมเปิดโครงการ Sandbox สำหรับสกุลเงินดิจิทัล ทั่วประเทศภายใน 2-3 เดือน ดึงเงินทุนใหม่จากทั่วโลกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยมี ธปท.ควบคุมกฎเกณฑ์
ปฏิรูปราชการเชิงโครงสร้าง : ส่งเสริมแนวคิด “ผู้ว่า CEO” -ส่งเสริม Soft Power และการท่องเที่ยว : จัดงานระดับโลก เช่น F1, คอนเสิร์ต Tomorrowland, Bangkok Fashion Week-เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในเมืองท่องเที่ยว ติดตั้ง AI Camera, ทำประกันนักท่องเที่ยว
ขณะที่ธนาธรเสนอเพิ่มสมรรถนะกองทัพและดึงทหารออกจากการเมือง
สรุปได้ว่า ผู้นำทางความคิดในไทยต่างมีความเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศในมิติแตกต่างกันอย่างลึกซึ้ง และเสนอมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน : เช่น ทักษิณเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และปฏิรูปราชการให้ทันสมัย
“ธนาธร”เน้นหลักประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบกองทัพ และความโปร่งใสทางการเมือง
ขณะที่ “อภิสิทธิ์” เน้นย้ำการรักษากติกา กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ และการสร้างฉันทามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีของสังคมไทยในช่วงนั้น ที่แต่ละฝ่ายช่วยกันนำพาผู้มีบทบาทมาคิดในทางช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ ซึ่งหากดำเนินไปในแนวโน้มที่จะมีความคิดความเห็นของผู้ที่มีความรู้ความสามารถระดมกันออกมาแลกเปลี่ยนและนำเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์ เป็นการเมืองสร้างสรรค์แทนการมุ่งโจมตีทำลายล้างอันชวนเบื่อหน่าย
ด้วยเหตุนี้เองจึงน่าเสียดายอย่างยิ่ง เหมือนกับประเทศไทยตกอยู่ในสภาพเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แนวโน้มที่ดีนั้นมาหายไปหลังเกิดการสู้รบกับกัมพูชา ที่พลิกทิศทางกระแสสังคมมาสู่ความแตกแยกครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยเฉพาะต่อต้านนักการเมือง และเชิดชูกองทัพคืนกลับมาเป็นกระแสนำ
ไม่ว่าแนวโน้มหลังจากนี้ สถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาจะเป็นอย่างไร น่าจะเป็นเรื่องยากเสียแล้วที่โอกาสดีๆ ของการเปิดโอกาสให้นักการเมืองแสดงในทางที่สร้างศรัทธา ความหวังให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย
กระแส “ชาตินิยม” ที่มากับเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้กระชากโอกาสที่จะสร้างศรัทธาต่อประชาชนส่วนใหญ่ลงเหวไปแล้ว
