เมนูข้อมูล | นายดาต้า
อย่าหมิ่นแคลน ‘ความรู้สึก’
คนเรามักมีข้ออ้างในใจตัวเอง เวลาที่ถูกมอง ถูกพูดถึง หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนอื่นในทางไม่ถูกใจตัวเองว่า เป็นมุมมองที่ใช้ “ความรู้สึก” มากกว่า “เหตุผล” และหากเป็นการพูดถึงในวงกว้างในทางเดียวกันคือที่เรียกว่า “กระแส” คนที่ถูกพูดถึงมักจะอธิบายว่าเป็นความรู้สึกที่ถูกปลุกเร้า กระตุ้นให้ไปในทางเดียวกัน
เหมือนเป็นการอธิบายที่มีเหตุมีผล รู้จักพินิจ พิเคราะห์ แต่หากประเมินถึงคุณค่าของมุมมองแบบนี้พบว่าไม่มีประโยชน์สักเท่าไร เพราะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เมื่อการวิพากษ์วิจารณ์ที่แม้จะกว้างขวางในทางเดียวจนก่อตัวเป็นกระแสถูกเห็นไปในทางว่าไม่อิงอยู่กับเหตุกับผล ความคิดที่จะแก้ไข หรือจัดการกับความรู้สึกรวมหมู่นั้นอย่างคนเข้าใจที่มาที่ไปที่แท้จริงจะไม่เกิด หรือเกิดก็เป็นไปในทางขอไปทีไม่ใช่มาจากความเชื่อว่าจะต้องคิดคลี่คลายอย่างจริงจัง บางคนใช้วิธีตอบโต้ด้วยเห็นว่าเป็น “อคติ” ซึ่งทำให้ไปกันใหญ่
ในอีกมุมหนึ่งหากมองให้ลึกลงไป “ความรู้สึก” นั้นว่าไปแล้วคือศูนย์รวมหลายสิ่งหลายอย่าง หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นในใจ ทุกความคิดไม่ว่าจะเกิดจากฐานใด ผลประโยชน์ ความชอบ ไม่ชอบ ความหวัง ความฝัน ความเบื่อหน่าย ความยินดีปรีดา ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือปรากฏการณ์หนึ่งๆ ย่อมสะสม บูรณาการ และตกผลึกเป็น “ความรู้สึก” ไม่ว่าจะเป็น “รู้สึกดี” หรือ “รู้สึกแย่”
กระแสความพึงพอใจทางการเมืองขณะนี้ ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เกิดความไม่พึงพอใจในรัฐบาลที่สร้างผลงานในทางที่เป็นความหวังว่าชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะดีขึ้นไม่ได้เลย เมื่อกอปรเข้ากับสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่เชิดชูบทบาทของกองทัพ ของทหารให้โดดเด่นขึ้นมา
ผลสำรวจของ “นิด้าโพล” ล่าสุด เรื่อง “มีความหวังหรือหมดหวังกับพรรคการเมือง” ที่ออกมาว่าความหวังของประชาชนต่อพรรคการเมืองที่มี ส.ส.อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน (ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน) ในการแก้ปัญหาของประเทศ ร้อยละ 41.91 หมดหวังแล้ว, ร้อยละ 34.19 ค่อนข้างหมดหวัง มีแค่ร้อยละ 20.92 ค่อนข้างมีความหวัง และร้อยละ 2.98 มีความหวังมาก
และลุกลามถึงขั้นหากให้เลือกใหม่ ในส่วนของ ส.ส.เขต ร้อยละ 50.69 ไม่เลือก, ร้อยละ 25.57 ไม่แน่ใจ, มีแค่ร้อยละ 23.74 ที่เลือก
ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดิมที่เคยเลือกเมื่อปี 2566 ร้อยละ 40.46 ไม่เลือก, ร้อยละ 29.47 เลือก, ร้อยละ 26.95 ไม่แน่ใจ มีร้อยละ 3.12 ระบุว่า ยังไม่เคยไป/ไม่ได้ไปลงคะแนนเสียง
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตามแต่นี่เป็นผลโพลหนึ่งที่หากติดตามการแสดงออกของผู้คนซึ่งทำได้ไม่ยากด้วยเสียงสะท้อนจากสังคมออนไลน์ หรือการพูดคุยเสวนากับคนที่ทั้งรู้จักคุ้นเคย และคนทั่วไป จะสัมผัสได้ถึง “ความคิด” ว่าการหยิบยกเอาพฤติกรรมของนักการเมืองขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ในทางหมดหวังว่าจะทำให้อะไรต่ออะไรดีขึ้นได้รับการยอมรับ เห็นด้วยง่ายขึ้นจากคนฟัง ถูกถกเถียง เห็นต่างน้อยลง หลายคนอาจจะไม่เห็นด้วยแต่พูดไม่ออก ขาดแคลนรูปธรรมที่จะยกขึ้นมาให้เห็นในอีกด้าน
ทั้งที่หากไม่ถูกกระแสกดทับจนไม่เชื่อว่าหากไม่เห็นด้วยแล้วจะมีการรับฟัง มากกว่าอาการใช้อารมณ์โจมตีรวมหมู่แบบที่เรียกว่า “ทัวร์ลง”
นักการเมืองมีเหตุผลไม่น้อย และเอาเข้าจริงต้องรับฟังเสียด้วยซ้ำ
โครงสร้างอำนาจที่ถูกออกแบบไว้ ชัดเจนว่าที่สุดแล้วเป็นอุปสรรคขัดขวางการทำโครงการแก้ปัญหาให้ประเทศพัฒนาไปได้ และให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น
เมื่อนักการเมืองไม่มีอำนาจพอจะคลี่คลายโครงสร้างอำนาจ หรือไม่กล้าที่จะคลี่คลายปลดล็อกการ “แช่แข็งประเทศ” จัดการให้กลไกที่ใช้ในการบริหารอยู่ในร่องในรอย ควบคุมกันไปตามแบบแผนของระบบระบอบได้ การสร้างผลงานตอบสนองความหวังของประชาชนจึงเป็นไปไม่ได้
ในทางกลับกัน เมื่อในสถานการณ์ชายแดนที่เป็นหน้าที่โดยตรงของกองทัพ ซึ่งปฏิบัติการได้อย่างคล่องตัวในทุกมิติ ทั้งในด้านการใช้กำลังและอาวุธ กลไกทีมงานด้านจิตวิทยามวลชน ไม่มีอะไรมาขัดขวาง แต่ทุกองคาพยพความเป็นชาติ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ความสำเร็จที่ตามมาจึงเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้อองคาดเดา
เมื่อประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย ในมิติหนึ่งที่ยังคงอยู่อย่างหนักแน่นจนถึงวันนี้คือ “นักการเมือง” กับ “กองทัพ” ช่วงชิงอำนาจกันมาตลอด และเชื่อว่าจะยังเป็นไป เป็นการต่อสู้ที่ลงลึกถึงการแบ่งฝ่ายอยู่ในใจประชาชนโดยทั่วไป
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝ่ายหนึ่งต้องเผชิญแต่ปัจจัยที่ทำให้กระดิกตัวไม่ได้ และยอมจำนนที่จะอยู่กับความไม่กล้าจะเงยหน้าจากความล้มเหลว ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งมีสถานการณ์สร้างให้เห็นวีรบุรุษผู้เสียสละกอบกู้ชาติ
“ความรู้สึก” ที่เป็นศูนย์รวมความคิดที่เกิดจากเหตุปัจจัยหลายอย่างในใจ จึงก่อเป็นกระแส “สิ้นหวังต่อนักการเมือง”
ค่อยๆ ก่อตัวเป็นเสียงแห่งความหวังที่มีต่อ “กลุ่มอำนาจที่ยืนอยู่คนละฟากกับนักการเมือง”
ความน่าสนใจอยู่ที่ จะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของประเทศและประชาชน หากกระแสเช่นนี้พัฒนาต่อไปโดยฝ่ายนักการเมืองหาทางคลี่คลายไม่ได้
