บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ จำกัด บริษัทใหญ่เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในกิจการร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น(セブン-イレブン)ในญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งนายสตีเฟน เฮส์ เดคัส (スティーブン・ヘイズ・デイカス) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่
นับเป็นการแต่งตั้งซีอีโอ ซึ่งเป็นคนต่างชาติคนแรกของบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่งทางธุรกิจ หลังจากที่บริษัทปฏิเสธดีลเสนอซื้อกิจการจากบริษัท Couche-Tard ของแคนาดา ซึ่งเริ่มเจรจากันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว?
สตีเฟน เดคัส วัย 64 ปี เป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น คุณแม่เป็นคนญี่ปุ่น ใช้ชีวิตวัยเด็กที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีประสบการณ์ผ่านงานบริษัทใหญ่หลายแห่ง หลายสาขาธุรกิจ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น อาทิ ไพร์ซ วอเตอร์ เฮาส์ มาสเตอร์ฟู้ดส์ เพรซิเดนต์ และบริษัทที่เกี่ยวกับสินค้าในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น เช่น ยูนิโคล่ ร้านซูชิดัง Sushiro เป็นต้น
เขาร่วมงานกับบริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ จำกัด ตั้งแต่ปี 2022 ในตำแหน่งกรรมการ บัดนี้ขึ้นรับตำแหน่ง CEO ของบริษัทค้าปลีกที่มีมูลค่าบริษัท 5.56 ล้านล้านเยน
มีเบื้องหลังที่น่าสนใจคือ เขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องมาก ในวัยเริ่มหนุ่มเขาต้องช่วยงานร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่นของคุณพ่อที่เปิดที่แคลิฟอร์เนีย
ในวันที่รับตำแหน่ง CEO เขาให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาญี่ปุ่นว่า “เวลาผ่านไปเกือบ 50 ปี ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าผมจะได้บริหารงานบริษัทแม่ของร้านสะดวกซื้อที่ผมเคยเป็นลูกจ้าง ผมต้องเข้ากะทำงานในร้านตอนค่ำวันศุกร์และวันเสาร์ ตอนนั้นไม่รู้สึกสนุกกับงานเอาเสียเลย แต่งานนั้นกลับเป็นประสบการณ์ล้ำค่าสำหรับผมในวันนี้”

แซนด์วิชไข่ ของเซเว่น-อีเลฟเว่นสินค้ายอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว(ภาพเอ็นเอชเค)
จากการสำรวจความเห็นผู้ถือหุ้นของเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ ต่างเชื่อมั่นในความสามารถของเขาที่มีประสบการณ์หลากหลาย ในบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง แม้จะเป็นคนอเมริกันแต่ก็มีคุณแม่เป็นคนญี่ปุ่น เข้าใจและรู้จักญี่ปุ่นจนเกือบเป็นคนญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างดีอีกด้วย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นพยายามกดดันให้บริษัทฯ มุ่งเน้นไปที่ร้านสะดวกซื้อให้มากขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรและประสบความสำเร็จมากที่สุด มากกว่าการแตกแขนงธุรกิจไปหลายประเภท ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ธนาคาร ฯลฯ
แต่การที่ไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เด็ดขาด ทำให้ราคาหุ้นถูกประเมินต่ำกว่ามูลค่าจริง จึงดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ อย่างบริษัท Couche-Tard ของแคนาดา มาเสนอซื้อกิจการ เมื่อปฏิเสธดีลนั้นไปแล้ว เขาคิดว่าต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้นของบริษัทให้ได้มากที่สุด จึงเป็นงานท้าทายเขาอย่างมากที่จะนำพาบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลกรวม 19 ประเทศ ต้องปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดรับกับระบบการบริหารงานแบบรวมศูนย์สำหรับบริษัทสาขาต่างๆ ทั่วโลก ไม่ใช่ใช้แบรนด์เดียวกันแต่แยกกันบริหาร
แน่นอนว่าเป็นการบริหารงานใหญ่ระดับโลก ไม่เพียงแต่จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถเท่านั้น แต่แผนงานระยะยาวที่ต้องฝึกอบรมบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อให้เติบโตขึ้นมาและรับช่วงต่อในอนาคตก็สำคัญไม่แพ้กัน
วิสัยทัศน์ของเดคัสที่มุ่งมั่นจะทำให้เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ เป็นบริษัทข้ามชาติ(グローバル企業)ที่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเบื้องต้นคือ กิจการในประเทศญี่ปุ่นเองต้องเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปอีกมากกว่าขณะนี้ เขาประกาศแผนการเพิ่มสาขาในประเทศญี่ปุ่นอีก 1,000 สาขา ภายในปี 2030 หรืออีก 5 ปีข้างหน้านี้
คำถามคือ ปัจจุบันประชากรญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดลง เด็กเกิดน้อยลงต่อเนื่องทุกปี ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โอกาสจะยุบสาขาน่าจะมีมากกว่าเพิ่มสาขามิใช่หรือ?
ในอดีต 10 ปี 20 ปี 30 ปีที่ผ่านมา ในขณะนั้นก็คิดกันว่าเซเว่น-อีเลฟเว่นมีสาขามากเกินไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงก็มีการขยายจำนวนสาขาเพิ่มมากขึ้นมาโดยตลอด ถ้าหากไม่เร่งปฏิรูประบบงานเลย ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่า 10 ปีหลังจากนี้คงไม่สามารถเพิ่มสาขาได้อีกแล้ว
แต่บริษัทฯ กำลังจัดระบบโครงสร้าง และคิดรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในอนาคต
มีข้อมูลว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง มีความต้องการร้านสะดวกซื้อ แต่ร้านสะดวกซื้อยังไปไม่ถึง
หรือตรงกันข้าม ในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่มีคนจำนวนมาก ร้านสะดวกซื้อสามารถอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัทเหล่านั้นได้ จึงเป็นโอกาสให้ปรับรูปแบบเป็นร้านขนาดเล็กลงกว่าเดิม แต่มีสินค้าจำเป็นพื้นฐานที่มีอัตราการหมุนเวียนสูง
เพียงแค่นี้ก็มองเห็นโอกาสที่เคยมองข้ามไปแล้วได้!
CEO เดคัสมีข้อมูลน่าสนใจอยู่ในมือ คำถามคือ นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน แคนาดา ยุโรป และตอนนี้ขยายไปถึงนักท่องเที่ยวเอเชียด้วย ชอบซื้อสินค้าอะไรของเซเว่น-อีเลฟเว่นที่ญี่ปุ่นมากที่สุด?
คำตอบคือ แซนด์วิชไข่(タマゴサンド)
แซนด์วิชไข่ ขนมปังนุ่มๆ สอดไส้ไข่บด รสชาติกลมกล่อม คุณภาพสิบเต็มสิบ และราคาไม่แพง ไม่มีที่ไหนในโลก มีขายเฉพาะที่เซเว่น-อีเลฟเว่นญี่ปุ่นเท่านั้น
เมื่อมีข้อมูลเช่นนี้ ของดีของญี่ปุ่นกำลังจะถูกนำออกไปวางจำหน่ายที่สาขาที่สหรัฐอเมริกาภายในปีนี้ อยากกินแซนด์วิชไข่ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นก็สามารถซื้อได้ที่เซเว่น-อีเลฟเว่น สหรัฐอเมริกา!
เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นในท้องถิ่นอีกด้วย
ทีมงานในบริษัทฯ กำลังพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้บริโภคญี่ปุ่นมีมาตรฐานสูง ต้องเป็นสินค้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง จึงผูกใจคนญี่ปุ่นได้ นักท่องเที่ยวจงใจแวะเข้าร้านเซเว่นฯ เพื่อซื้อสินค้านั้นๆ บ้าง
เพราะฉะนั้นแต่ละผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมภายในประเทศ ย่อมมั่นใจได้ว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีในร้านสาขาที่ประเทศอื่นด้วย
ถ้าสามารถนำนวัตกรรมดีเยี่ยมอื่นๆ ที่เป็นจุดแข็งของญี่ปุ่นขยายออกไปยังสาขาต่างๆ ทั่วโลกได้ ธุรกิจก็ย่อมเติบโตขยายตัวเร็วขึ้นอีกแน่นอน
มองกลยุทธ์ธุรกิจยักษ์ระดับโลก…
สู่ “แซนด์วิชไข่” สินค้าชิ้นเล็กๆ ที่ไม่เล็ก!
