การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ
‘ลาทีปี 2025’
“นี่เป็นยุคสมัยแห่งความป่าเถื่อน การไม่ต้องรับผิดและเพิกเฉยดูดาย”
นี่เป็นคำกล่าวตอนหนึ่งของทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการด้านกิจการมนุษยธรรมและผู้ประสานงานการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินแห่งสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ในการแถลงรายงาน ภาพรวมสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมทั่วโลกสำหรับปี 2026, เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2025 (https://news.un.org/en/story/2025/12/1166526)
มันสะท้อนสภาพที่ผู้คน 239 ล้านคนทั่วโลกจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินทางมนุษยธรรมในปี 2026 ซึ่งเรียกร้องต้องการงบประมาณโดยรวมถึง 33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่า รอบปี 2025 ที่ผ่านมานั้น มีเค้าลางน่าวิตก เพราะนานาชาติระดมเงินช่วยเหลือมาได้เพียง 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันเป็นยอดต่ำสุดในรอบทศวรรษ ท่ามกลางภาวะทุพภิกขภัย โรคระบาด ระบบการแพทย์สาธารณสุขล่มสลายเนื่องจากสงครามฆ่าฟันไม่รู้จบในกาซา ซูดาน ฯลฯ
ในบางแง่บางระดับคำบรรยายเดียวกันนี้ก็ประยุกต์ใช้ได้กับสภาพการณ์เมื่อปีที่แล้วของเมืองไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เช่นกัน
เราประสบงานก่อสร้างทางยกระดับพังถล่มซ้ำซาก แผ่นดินไหว ตึกสูงยุบทลาย เงามืดของทุนเทากับสแกมเมอร์ข้ามชาติแผ่แทรกซึมข้างรั้วและทั่วบ้าน สงครามชายแดนสองรอบ การเปลี่ยนนายกฯ กับรัฐบาล ถนนยุบ มหาอุทกภัย มีผู้บาดเจ็บล้มตายเรือนร้อยเรือนพัน ทรัพย์สินเสียหายหลายหมื่นล้านบาท
ขณะที่การผลักดันปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองการปกครองให้เป็นประชาธิปไตยตามหลักสิทธิเสรีภาพและหาทางออกให้นักโทษการเมือง-ความคิดติดแหง็กชะงักงัน การฟื้นฟูยกเครื่องสู่เส้นทางใหม่ในการยกระดับเศรษฐกิจได้แต่พูดมากกว่าทำ
อำนาจตำแหน่งอามิสสินจ้างมิจฉาทิฐิดูดประเทศไทยติดเหนียวแน่นหนึบเหมือนทรายดูด สังคมไทยไม่มีกำลังวังชา สติปัญญา พลังโกรธ และเจตจำนงเด็ดเดี่ยวพอที่จะยกเท้าก้าวเดินให้หลุดพ้นและเดินหน้าออกไปได้
ชาติไทยกำลังกินบุญเก่า แก่ตัวลง ท่องบ่นคำขวัญเดิมๆ ปลอบใจและหลอกตัวเองขณะร่างทรุดคู้เข่าลงไปเรื่อยๆ…
ที่คนเขียนกาพย์กลอนพอทำได้คือบันทึกความป่าเถื่อน การไม่ต้องรับผิดและเพิกเฉยดูดายที่เห็นรอบตัวไว้ในบทกวี เพื่อสื่อถึงเพื่อนร่วมชะตากรรมในสิ่งที่พวกเราประสบ เป็นความทรงจำและหมุดหมายในใจให้ร่วมด้วยช่วยกันดิ้นรนต่อไปในปีใหม่นี้

กาซามหานรก
ปิดกั้นอาหารไว้ให้อดอยาก
ครั้นเขาหิวโหยมากก็แจกจ่าย
พอยื้อแย่งชุลมุนกันวุ่นวาย
ก็กราดยิงเขาตายทุกวี่วัน
มองเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา
นึกจะฆ่าก็ฆ่าสยองขวัญ
นึกจะยิงก็ยิงอย่างเมามัน
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันเลือดเย็น
ไม่มีศาสนาไหนให้คุณทำ
จิตใจช่างตกต่ำไม่เคยเห็น
ความเป็นคนใดใดไม่เหลือเป็น
โลกแล้งทุกข์ขุกเข็ญพระเจ้าครวญ
พระเจ้าไม่ฆ่า
พระเจ้าไม่ฆ่าใครที่ไม่เชื่อ
มนุษย์มีเลือดเนื้อนั่นแหละฆ่า
อ้างพระเจ้าตนเชื่อเพื่อบูชา
สังเวยผู้ทายท้าความเชื่อตน
รูปทิฐิมนุษย์สมมุติสร้าง
เทิดศรัทธาทุกอย่างเหนือเหตุผล
รักและชังช่วยและฆ่าทั่วสากล
โทมนัสอัสสุชลเปื้อนพระพักตร์
ลูกไม่ต้องการสงคราม
แม่จ๋า
แม่อย่าทิ้งลูกทุกข์สิ้น
สงครามเคียดคลั่งพังภินท์
กลืนกินชีพลูกทุกวัน
ลูกอยากสุขตามประสา
วิ่งย่ำทุ่งหญ้าพาฝัน
อยากเบิกบานผลินิรันดร์
เหมือนดอกไม้อันงามตา
อยากเติบใหญ่กล้าปรากฏ
เริงร้องเพลงบทเสน่หา
สงครามคามคุกรุกมา
แม่จ๋าช่วยป้องผองภัย
ร่างลูกย่อยยับดับฝัง
เสียงลูกก็ยังสดใส
กลางซากถ่านเถ้าเผาไฟ
หญ้าใหม่จะยืนชื่นบาน
ระฆังมรณะย่ำแล้ว
เสียงแว่วเยือกหนาวร้าวฉาน
แม่โปรดช่วยเหลือเจือจาน
ลูกไม่ต้องการสงคราม
ชะตาไทย
สูดฝุ่นพิษแต่เช้า
ประจำ
ปลาทอดหมอคางดำ
กับข้าว
โทรศัพท์รับคำ คอลฯ
กล่อม เกลี้ยงเฮย
ไทยจุกอกปวดร้าว
ตุ่มเท้าทำเฉย
นรกพระรามสอง
ตายแล้วตายเล่าเฝ้าแต่ตาย
ชีวิตพวกเขาคล้ายไม่มีค่า
ถล่มซากถล่มซ้ำย้ำเรื่อยมา
สังเวยคำโฆษณาขอไปที
ไทยพม่าลาวเขมรเป็นคนงาน
เจ็บตายพิกลพิการอยู่คาที่
อำนาจต่อรองใดก็ไม่มี
ถูกปล่อยตายเปล่าปลี้แล้วกี่คน
ไม่รู้ไม่ชี้ไม่มีผิด
เขาตายไปขณะท่านนั่งเก้าอี้
ท่านไม่รู้ไม่ชี้ไม่มีผิด
ทำตามกฎหมดแล้วทุกชนิด
กฎเฮงซวยชีวิตตายเป็นร้อย
ตรวจแผ่นดินตรวจไงให้ตึกถล่ม
ยังลอยหน้าปากคมคารมถ้อย
ท่านไม่ผิดท่านไม่รู้ท่านตัวลอย
ข้าราชการง่อยไม่ตรวจตน
ขวานเทา
ซ้ายก็โจรขวาก็โจรโหนต่องแต่ง
ล้วนศูนย์กลางของแก๊งสแกมเมอร์
สีเทาเปรอะเลอะต้องขวางทองเบลอ
เทาในไทยก็เจอจะเอ๋จม
ไทยไม่เทาเหงาเปลี่ยวเหี่ยวหัวอก
มือถือดังใจตกฟกช้ำขม
ส่งทั้งเน็ตทั้งไฟล์ให้งายงม
สแกมไทยผสมสแกมเทา
ชอช้างกลางห้อง
ยืนใหญ่เบียดเสียดห้องมองไม่เห็น
กลิ่นสาบกลบตลบเหม็นหาบ่นไม่
ขี้กระเด็นเปื้อนหน้ามิว่าไร
จนโดนเหยียบเข้าให้จึงแผ่วคราง
ชอช้างอยู่กับเราแต่เก่าแก่
เอกลักษณ์ของแท้ต้องสืบสร้าง
ขืนล่ามโซ่ล้อมต้อนเซาะกร่อนซาง
ห้องเราอยู่คู่ช้างจงเจริญ
ตุ๊กตาหน้าไฟ
จึงอาบน้ำเช็ดตัวแล้วประแป้ง
หวีเกล้าผมจัดแต่งชุดหรูให้
ยื่นกระดานชนวนครบถ้วนไป
เพื่ออ่านไทยแถลงกันหน้าชั้นเรียน
ยืนเรียงแถวพร้อมพรั่งหลังคุณหนู
นายฝากให้ช่วยดูรับศึกเสี้ยน
ตุ๊กตาหน้าไฟในสังเวียน
เหยื่อสแกมเมอร์เฮี้ยนกุนขแมร์
วาทกำ
กำขี้ดีกว่าคว้า
ลมผาย
กำตดหลงงมงาย
โง่แท้
กำวาทกรรมคาย
ถุยขาก
เสลดเปื้อนมือแม้
หมั่นล้างยังเหม็น
ซอมบี้แบก
ตอนร่วมค้านดูดีมีเหตุผล
พอดีลดลอำนาจวาสนา
สองบ่าแบกมือโหนโพนทะนา
สติแตกแบกบ้าบัดเดี๋ยวนี้
ที่เคยพูดหันมาด่าที่เคยพูด
ท้าพิสูจน์ลดเลี้ยวลิ้นเบี้ยวหนี้
กลับหลังหันขาวเป็นดำชั่วเป็นดี
คนกลายเป็นซอมบี้ไล่กัดคน
ยึดประโยชน์ของตัวเป็นที่ตั้ง
คำสัญญาสังคังย่อมไร้ผล
พูดอะไรก็ได้ตามใจตน
ปลาไหลใส่ล้อบนเลนน้ำลาย
สุญนิยมหลักใดไม่ยึดติด
ข้างเราถูกมันผิดไอ้อิ๊บอ๋าย
ปั้นน้ำเป็นตัวอมแล้วถ่มคาย
วาทกรรมแปลงกายกลืนความจริง
อิทธิฤทธิ์อินฟลูฯ
เงาบนจอจากแก้ว
เกิดเงา
เชิดชักชุบชีพเลา
โลดเต้น
แยกเขี้ยวยักคิ้วเอา
อำนาจ อวดเฮย
ข่มขู่คาดคั้นเค้น
เคี่ยวให้เต้นตาม
เงาบังคนมืดครึ้ม
คลุมตา
เดินติดตามเงาครา
คลั่งไคล้
ประชิดขอบหุบผา
พาโดด
รอดหลุดจากเงาได้
ดีดดิ้นโดยไฉน
ปลุกชาติให้เกลียดชัง
พร้อมกันถ่อยต้อยต่ำขั้นดำน้ำ
อาศัยสื่อยีย่ำกระทำเถื่อน
ในนามชาติอนุญาตให้บิดเบือน
สบประมาทฟาดเฟือนหลงลำพอง
คิดว่าถูกทำไปไม่ยั้งคิด
เพื่อชาติละเมิดสิทธิ์หื่นจองหอง
เห็นคนไม่เป็นคนก่นคะนอง
ลากชาติลงท้องร่องน้ำลายชัง
ช้างสารกับหญ้าแพรก
ช้างสารคบค้ากับช้างสาร
รู้สันดานขาวดำไม่รบฆ่า
หญ้าแพรกกับหญ้าแพรกธรรมดา
ไม่รู้หน้าค่าตามาฆ่าฟัน
มันคือธรรมชาติของสงคราม
ช้างชนช้างงางามไม่อาสัญ
ที่แหลกคาสนามรบศพกองกัน
คือหญ้าแพรกเผ่าพันธุ์สามัญชน
โลกสวย/โลกจริง/โลกมืด
พวกโลกสวยเห็นโลกห่วยที่เป็นอยู่
จินตนาการดูความแตกต่าง
พวกโลกจริงจำนนปัดหนทาง
รับโลกห่วยสมอ้างว่ามันจริง
พวกโลกสวยฝันหาอนาคต
ไม่ให้โลกมืดหมดหรือหยุดนิ่ง
พวกโลกมืดถอดใจไม่ท้วงติง
เล็งหาทางเต้นวิ่งชิงกำไร
เมล็ดพันธุ์
จำหลักโทษอาญาตราบัญญัติ
โซ่ตรวนมัดใส่กรงลงกลอนขัง
สักใบหน้าประกาศชวนชาติชัง
แล้วกลบฝังเธอไว้ใต้ผืนดิน
ชีพจรแผ่วเต้นเพ็ญพิสุทธิ์
ลมหายใจไม่หยุดไม่สุดสิ้น
เหยียดต้นอ่อนชูช่อเหนือธรณิน
เป็นความหวังยลยินอยู่ยั่งยืน
บอกลา
เราพบกันตามนัดประวัติศาสตร์
ร่วมเดินทางมุ่งมาดสร้างโลกใหม่
เพื่อคนอื่นอีกมากผู้ยากไร้
ได้เชิดหน้าบ่าไหล่อย่างเสรี
มีทางแยกทางลัดทางพลัดพราก
มีทางหลงหนามขวากการแตกหนี
มีปวดเมื่อยเหนื่อยหนักนั่งพักที
มีน้ำตาไหลรี่ร้าวฤทัย
มีคนจากคนล้มคนสมทบ
มีรื้อคิดรื้อคบรื้อสร้างใหม่
มีเดินหน้าถอยหลังลังเลใจ
มีวิพากษ์และให้อภัยกัน
เหลียวหลังเห็นรอยเท้าเป็นเส้นทาง
คนรุ่นเราก้าวย่างตามใฝ่ฝัน
แลข้างหน้าบอกลาแล้วยืนยัน
ไม่ลืมเลือนเพื่อนขวัญวันก้าวเดิน
