โดย เกษียร เตชะพีระ
หลังเปิดเสรีบ่อนคาสิโนสำหรับทัวริสต์ต่างชาติหารายได้เข้าประเทศมายี่สิบกว่าปี จู่ ๆ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2519 นายกรัฐมนตรีสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซนก็ลงนามในหนังสือเวียนของรัฐบาลประกาศไม่ต่ออายุใบ- อนุญาตการพนันออนไลน์ทั้งในและนอกราชอาณาจักรที่ออกไปแล้วรวมทั้งปราบปรามการพนันออนไลน์เถื่อนทั้ง หลายด้วย ดังความตอนหนึ่งในหนังสือเวียนว่า:
“อาชญากรต่างชาติบางรายได้อาศัยเข้ามาลี้ภัยในรูปแบบของการพนันที่ว่านี้เพื่อคดโกงและรีดไถเงินจากผู้ ตกเป็นเหยื่อทั้งในประเทศและต่างแดน ซึ่งส่งผลสะเทือนต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและสังคม” (https://www.bangkokpost.com/world/1732447/cambodia-to-ban-online-gambling-cites-threat-to-social-order)
ข้อความข้างต้นบ่งชี้ความเกาะเกี่ยวแนบแน่นทางอาชญากรรมระหว่าง [การพนันออนไลน์กับสแกม ออนไลน์] ในสภาพที่ประชาชนจีนแผ่นดินใหญ่เป็นตลาดใหญ่สุดยอดและฉะนั้นจึงตกเป็นเป้าหมายหลักของปฏิบัติ-การออนไลน์เหล่านี้ จึงเชื่อกันว่าเบื้องหลังการออกหนังสือเวียนเปลี่ยนนโยบายแบบกลับตาลปัตรของรัฐบาลนายกฯ ฮุน เซนตอนนั้นน่าจะสืบเนื่องจากแรงกดดันของรัฐบาลจีนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นายกฯฮุน เซนก็เคยประกาศกร้าวจะปราบธุรกิจการพนัน(เถื่อน)ในกัมพูชามาก่อน แต่แล้วก็ พูดอย่างทำอย่าง เช่น เมื่อธันวาคม 1998 เขาก็สั่งปิดคาสิโนเถื่อนสิบกว่าแห่งในพนมเปญทันทีโดยหาว่าเกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมรุนแรงในเมืองหลวง และเมื่อปี 2009 เขาก็สั่งแบนบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายที่มีสล็อต แมชชีนและเครื่อง เล่นพนันไฟฟ้าต่าง ๆ ชั่วข้ามคืนกว่า 60 แห่งด้วยข้ออ้างว่า “เพื่อรักษาไว้ซึ่งศีลธรรมส่วนรวมอันดี” เป็นต้น (https://www.jstor.org/stable/44874717)
ทว่าข้อต่างของประกาศปราบพนันออนไลน์ 2019 คือมันพุ่งเป้าใส่นักลงทุนต่างชาติชาวจีนและไต้หวันที่หนี การปราบปรามจากประเทศตนแล้วแห่มาเปิดกิจการในกัมพูชาที่ปล่อยปละละเลยกว่าแทน โดยเฉพาะที่เมืองสีหนุวิลล์ ตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 2010 ผลก็คือแม้การปรับเปลี่ยนนโยบายของฮุน เซนรอบนี้ไม่ถึงกับปิดธุรกิจพนันออนไลน์ลง ไปอย่างเด็ดขาด แต่ก็ทำให้มันต้องปรับตัวครั้งใหญ่ กล่าวคือ:
ธุรกิจพนันออนไลน์เจ้าเล็กย่อยที่เปิดอยู่ตามคอนโดกลางชุมชนและบ้านจัดสรรชานเมืองทั้งหลายถูกเจ้า- หน้าที่บุกทลายบ่อยครั้งจนต้องเลิกราหายไปพร้อมกับคนจีนเริ่มหลั่งไหลออกจากกัมพูชา ทว่าพวกที่เป็นหมู่ตึกใหญ่ มี รั้วรอบขอบชิดยามเฝ้าระวังอย่างดียังคงอยู่และกลายเป็นที่หลบภัยและตั้งหลักใหม่ของบรรดาผู้ประกอบการพนันและสแกมออนไลน์แทน โดยมักได้รับการคุ้มครองจากหุ้นส่วนชาวเขมรท้องถิ่น ขณะเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายพากันเอาหู ไปนาเอาตาไปไร่
และแล้วในช่วงจังหวะปลายปี 2019 ต่อต้น 2020 นั้นเองโควิด-19 ก็ระบาดมาถึง…..
อันที่จริงแต่เดิมมาก่อนหน้านี้บ่อนคาสิโนทั้งหลายก็เริ่มรับเอาปฏิบัติการพนันออนไลน์เข้ามาตั้งฐานดำเนินกิจการในออฟฟิศชั้นบนหรืออาคารติดบ่อนพนันที่รับลูกค้าทัวริสต์นักพนันตัวเป็น ๆ กันแล้ว โดยพื้นที่พนันออนไลน์ (ออฟฟิศ+หอพักพนักงาน) นี้แม้จะอยู่ในกลุ่มอาคารเดียวกันกับบ่อนแต่ก็แยกต่างหากเป็นสัดส่วน มียามเฝ้าและผ่าน เข้าได้เฉพาะด้วยคีย์การ์ด
ทว่าพอลูกค้าทัวริสต์นักพนันต่างชาติพากันขาดหายไปอย่างเฉียบพลันเพราะโควิดระบาด ก็ทำให้บ่อนคาสิโน ถูกกฎหมายในกัมพูชาต้องเร่งปรับตัวปักหมุดเน้นหนักช่องทางการพนันและสแกมออนไลน์แทน โดยถ้าไม่เปิด ธุรกิจออนไลน์ของตัวเอง ก็หันมาปล่อยเช่าพื้นที่ให้แก่บริษัทออนไลน์เข้ามาดำเนินงาน (โรงแรมหลายแห่งก็ทำเช่น เดียวกัน) รวมทั้งบรรดาโครงการใหม่ที่เริ่มก่อสร้างอาคารบ่อนหวังรองรับทัวริสต์นักพนันจีนกันก่อนหน้าโควิดด้วย
อนึ่ง การผนวกประสาน [การพนันออนไลน์กับสแกมออนไลน์] เข้าด้วยกันทำได้ง่ายเพราะธุรกิจแฝดทั้งสอง แผนกสามารถปรับแปลงใช้โครงสร้างพื้นฐาน (คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, เครือข่ายอินเทอร์เน็ต, ซิมบ็อกซ์, ซิม-ฟาร์ม ฯลฯ) กับกำลังพนักงาน (พูดภาษาต่าง ๆ ของตลาดกลุ่มเหยื่อเป้าหมายได้)ร่วมกันได้อยู่แล้วเพื่ออำนวยความ สะดวกแก่ทั้งการพนันและสแกม เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มกับเครือข่ายการเงินการธนาคารการค้าและเหรียญคริปโต สำหรับบริการรับจ่ายถ่ายโอนและฟอกเงินข้ามพรมแดนต่าง ๆ
ผลสะเทือนทั้งโดยจงใจและไร้เจตนาของการเปลี่ยนนโยบายมาปราบพนันออนไลน์ของฮุน เซนและโควิด ระบาดในปี 2019 ต่อเนื่องมาจึงทำให้เกิดพื้นที่ใหม่เปิดกว้างออกไปแก่ปฏิบัติการสแกมออนไลน์ในกัมพูชา ซึ่งแม้ อาจยังไม่เหมือนหมู่ตึกสแกมมาตรฐานในเวลาต่อมาเสียทีเดียว แต่วิธีการควบคุมคนงานในบ่อนคาสิโนและโรงแรม แฝงธุรกิจออนไลน์เหล่านี้ก็ละม้ายคล้ายคลึงกัน นั่นคือพวกเขามักถูกจำกัดบริเวณในพื้นที่กำหนดเฉพาะเจาะจงหรือ ห้ามออกนอกอาณาบริเวณล้อมรั้วกำแพงของสถานประกอบการ
ช่วงจังหวะสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อของธุรกิจพนัน+สแกมออนไลน์ในกัมพูชานี้เองที่ผู้ประกอบการจีนบาง รายตัดสินใจขยับย้ายฐานปฏิบัติการไปลาวและเมียนมาเผื่อเหนียวไว้ซึ่งที่นั่นเริ่มมีหน่ออ่อนของธุรกิจทำนองเดียว กันเกิดขึ้นและสภาพแวดล้อมมีเสถียรภาพกว่า
ส่วนในกัมพูชาแม้จะมีคำสั่งแบน แต่ธุรกิจพนัน+สแกมออนไลน์ก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองต่อไปหลังปรับตัว โดยเริ่ม ปรากฏรายงานข่าวอย่างละเอียดเกี่ยวกับสภาพภายในของหมู่ตึกสแกมในสื่อมวลชนท้องถิ่น สื่อทางการจีน รวมทั้งสื่อในระดับภูมิภาคและโลกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ในปีถัด ๆ มา (ดูตัวอย่างเช่น https://globalchinapulse.net/global-china-pulse-1-2024/) ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียภาพลักษณ์และกระแสกดดันทางการทูตหนักหน่วงรุนแรงขึ้นทุกทีให้ รัฐบาลกัมพูชากำราบปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ลุกลามเป็นอุตสาหกรรมสแกมและการค้ามนุษย์
ในที่สุดรัฐบาลฮุน เซนก็ปราบใหญ่หมู่ตึกสแกมอีกรอบตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 ทำให้ปฏิบัติการสแกม จำนวนหนึ่งถูกกวาดล้าง คนงานพนัน-สแกมออนไลน์ถูกจับกุมกว่า 1,200 คน ขณะที่หมู่ตึกสแกมอื่นก็เก็เนื้อเก็บตัว สงบสุ้มเสียง ถูกปล่อยทิ้งโล่งร้างหรือขนย้ายคนงานไปที่อื่น (https://asgam.com/2023/07/26/cambodian-police-arrest-1241-in-first-six-months-of-2023-under-illegal-gambling-crackdown/)
อย่างไรก็ตาม ถึงปลายปี 2022 เรื่องก็เข้าอีหรอบเก่า กล่าวคือการปราบปรามตามกฎหมายลีบเรียวเล็กลง และหันไปเน้นการช่วยเหลือคนงานสแกมชาวต่างชาติที่สามารถส่งข่าวสารมาถึงโทรฯสายด่วนของตำรวจหรือสถาน- ทูตชาติตนแทน มาตรการผ่อนคลายปรากฏเป็นรูปธรรมในคำประกาศของรัฐบาลจังหวัดพระสีหนุเมื่อเดือนตุลาคม 2022 กำหนดให้บ่อนคาสิโนและสถานบันเทิงจำพวกเดียวกันทั้งหลายเลิก “ปฏิบัติการ(ลับ ๆ ล่อ ๆ)แบบปิดประตู” ให้ตั้งป้ายยี่ห้อบริษัทเปิดเผย ประกันให้สถานประกอบการของตัวเข้าถึงได้และมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทั้งกำชับ ห้ามนายจ้างเก็บยึดพาสปอร์ตและเอกสารส่วนตัวต่าง ๆ ของพนักงานเอาไว้เป็นเวลายาวนาน (https://www.instagram.com/phnompenhpost/)
ปรากฏว่าสถานประกอบการพนัน-สแกมออนไลน์หลายแห่งก็ยอมทำตามคำสั่งเหล่านี้อย่างน้อยบางข้อ กระทั่งเปิดให้นักข่าวนักหนังสือพิมพ์เดินข้าไปชมกิจการภายในซึ่งก็เงียบเชียบโล่งร้างลงไปถนัดตาจากที่เคยคึกคักมี พนักงานเป็นพัน ๆ เป็นต้น
แต่แล้วจากปลายปี 2022 ถึงกลางปี 2023 ก็มีการออกใบอนุญาตประกอบการบ่อนคาสิโน “ชั่วคราว” ล็อตใหญ่ซึ่งในหลายกรณีก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าบ่อนพวกนี้ดำเนินกิจการพนัน-สแกมออนไลน์ด้วย การตระเวนดูหมู่ตึก สแกมต่าง ๆ ในเมืองสีหนุวิลล์ที่เคยโดนเจ้าหน้าที่บุกทลายหรือกิจการเงียบงำไปโดยนักข่าวท้องถิ่นก็พบว่าธุรกิจกลับ มาคึกคักคับคั่งอีกครั้ง ประตูรั้วใหญ่หุบปิดลงอีกหรือมียามเฝ้าทางเข้าออก มีการติดตั้งป้ายยี่ห้อกิจการ แต่เห็นได้ชัด ว่ามันไม่ใช่ธุรกิจที่เปิดอ้าออกต้อนรับธารกำนัลแต่อย่างใด
การปราบบ่อนพนัน-สแกมออนไลน์ระยะสั้นแบบไฟไหม้ฟางไม่ว่ากี่รอบจึงไม่ใช่อวสานของหมู่ตึกสแกมใน กัมพูชา มันแค่โดนเขย่าให้ปรับรูปลักษณ์ใหม่ โดยปิดตัวลงในเขตชุมชนหนาแน่นทางนี้ แล้วย้ายไปเปิดทางอื่นอาจ ในลาว, เมียนมาหรือเขตชายแดนไกลปืนเที่ยงของกัมพูชา เช่น เกาะกง, อุดรมีชัย, บาเวต, และปอยเปต แล้วก็ ดำเนินกิจการต่อดังเคยจนปรากฏรายงานข่าวการค้ามนุษย์, กักขังคนงาน ฯให้ต้องเข้าช่วยเหลือกันระลอกใหม่
ถึงแก่ว่าหัวหน้าสแกมเมอร์ที่รู้จักกันดีกลับมาปรากฏตัวเสนอหน้าบริจาคเงินการกุศลให้องค์การกาชาด กัมพูชาเนื่องในโอกาสวันกาชาด-เสี้ยววงเดือนแดงประจำปีเป็นที่เอิกเกริก! (https://globalinitiative.net/wp-content/uploads/2025/05/GI-TOC-Compound-crime-Cyber-scam-operations-in-Southeast-Asia-May-2025.pdf&ved=2ahUKEwiqx8TGwK2RAxUxUfUHHU61PYAQFnoECBoQAQ&usg=AOvVaw3K_J8S4Ygp-fyfFifx-cUS)
