คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ

ที่มา
เพื่อนอาจารย์ร่วมและต่างมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 คนบ่นให้ฟังว่าเมื่อสั่งการบ้าน/รายงานให้นักศึกษาไป ทำมาส่ง ปรากฏว่าพวกเขาใช้วิธีให้ AI ทำแทนแล้วคัดลอกเอามาส่งดื้อๆ ทั้งดุ้นอย่างนั้นเอง แต่ก็ทิ้งร่องรอยบางอย่าง ให้อาจารย์ตรวจจับได้
ปัญหาทำนองนี้ทำให้อาจารย์พื้นเสีย ท้อถอยเสียกำลังใจและเสียเวลาไปกับการตรวจจับการใช้ AI ผิดๆ และสั่งงาน/จัดสอบใหม่ ราวกับเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วโดยสารบนรถเรือมากกว่าครูบาอาจารย์
ในทางกลับกัน นักศึกษาแพทย์เฉพาะทางคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่าเขาบอกรับสมาชิกและใช้บริการ AI ยี่ห้อหนึ่งเป็นประจำ เสียเดือนละไม่กี่ร้อยบาท แต่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนทบทวนวิชาและค้นคว้าของเขามาก เขายังเล่าอีกว่าเพื่อนๆ นักศึกษาแพทย์ร่วมชั้นต่างก็ใช้ AI เป็นอุปกรณ์ช่วยเรียนกันอย่างได้ผลดีทั้งนั้น
เอาเข้าจริง ผมเองก็ได้ใช้ AI ยี่ห้อต่างๆ ทบทวนตรวจสอบข้อมูลและจับประเด็นเนื้อหาวิเคราะห์วิจารณ์ เปรียบเทียบให้กระชับตรงเป้าสำหรับเตรียมสอนด้วยเช่นกัน
แน่ละครับว่าความที่มีอาชีพสอนค้นเนื้อหาวิชาเป็นประจำมาตลอดหลายสิบปีทำให้ผมพอใช้ AI ได้อย่างรัดกุมระมัดระวังคอยเปรียบเทียบจับผิดข้อมูลข้อวิเคราะห์ที่ต้องสงสัยได้ตามสมควร
เทคโนโลยี AI มันมาแล้ว ถึงไงก็หนีไม่พ้น ในฐานะคนสอนหนังสือ เราจะรับมือมันยังไงดี เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนการค้นคว้า โดยไม่ทำลายแรงจูงใจและระบบการสอบวัดผลการศึกษา
วิธีการ
อาศัยการที่แอพพ์ MS Teams ที่ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้สอนออนไลน์มี AI แถมมาด้วย ผมจึงค่อยๆ หาทางให้นักศึกษาที่เรียนกับผมได้ลองใช้มันดู (ไม่ได้ยุยงนะครับ แต่ส่งเสริมด้วยการบอกกล่าวให้รู้และเปิดโอกาสให้) เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าเรียบเรียงหาความรู้ในสาขาวิชาที่ผมสอนด้วยตัวเขาเอง
ผมใช้วิธีให้เขาลองตั้งคำถามข้อสอบไล่แบบ tailor-made เฉพาะของตัวเองขึ้นมา แล้วดำเนินการเป็นขั้นตอนดังนี้
– นักศึกษาตั้งคำถามข้อสอบไล่เฉพาะของตัวเองส่งให้ผม
– ผมนำมาคัดกรองตรวจตราเกลาแก้ปรับแต่งรอบหนึ่ง แล้วแจกงานคืนพร้อมผลตรวจคำถามของแต่ละคนว่า : ผ่าน, ผ่านอย่างมีเงื่อนไขให้แก้ไขปรับปรุง, ไม่ผ่านไปตั้งมาใหม่
– นักศึกษาเอาคำถามที่ปรับแต่งแก้ไขนั้นไปหา
1) เค้าโครงหัวข้อคำตอบต่อคำถามนั้นว่ามีประเด็นอะไรที่จะพูดถึงบ้าง เรียบเรียงมาเป็นหัวข้อ ก้างปลา
2) ใส่บรรณานุกรมว่าเพื่อเขียนตอบตามเค้าโครง เขาจะค้นคว้าข้อมูลแนวทางการวิเคราะห์วิจารณ์ จากเอกสารหนังสืออะไรบ้าง
– นักศึกษาส่ง [คำถามปรับปรุงแก้ไข-เค้าโครงคำตอบ-บรรณานุกรม] ให้ผมตรวจแก้ปรับแต่งเพิ่มเติมอีกที ซึ่งผมอาจลบทิ้งบางหัวข้อเพราะไม่จำเป็น เพิ่มเติมบางหัวข้อเพราะขาดพร่องไป เติม/ตัดเอกสารหนังสือที่ควรค้นเพื่อให้ได้เนื้อหาคำตอบตามที่ตั้งมาให้
– ผมส่งงานคืนนักศึกษา ถ้าพวกเขาเห็นด้วยกับ [คำถาม-เค้าโครงคำตอบ-บรรณานุกรม] ฉบับปรับแต่งแก้ไขของผม ก็เอาเลย นั่นแหละข้อสอบไล่ของเขาเฉพาะตัวที่ออกเองแล้วผ่านการปรับแก้ปรุงแต่งของอาจารย์
– ผลคือแต่ละคนได้ตอบคำถามข้อสอบไล่ของตัวตามเนื้อหาที่ค้นคว้าตระเตรียมมา (แต่ห้ามเอากระดาษโพยใดๆ เข้าห้องสอบนะครับ ต้องจดจำเข้าไปเขียน) ส่วนคนที่ไม่ผ่าน ผมก็มีข้อสอบกลางให้ซึ่งเขามีโอกาสไปค้นคว้าล่วงหน้าเองอยู่ แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการข้างต้นที่ว่ามา (ดูภาพข้อสอบไล่ประกอบ)
ประเด็นก็คือในขั้นตอนต่างๆ ข้างต้น พวกเขาอาจใช้ AI ช่วยค้นคว้าได้ แต่ก็ต้องเอางานที่ค้นคว้าเรียบเรียง มาอาศัยผ่านตาผมตรวจสอบอีกที ทำให้พวกเขาอย่างน้อยก็ได้ค้นได้คิดได้ผ่านตาผ่านความจำผ่านความเข้าใจของตัวเองบ้าง ไม่งั้นเขียนตอบไม่ได้หรอก (โดยไม่มีโพย)
ผลลัพธ์
ตัวอย่างคำถามที่นักศึกษาออกเป็นข้อสอบไล่ให้ตัวเองและผ่านการปรับแต่งแก้ไขร่วมกันกับผู้สอน
– ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา (ค.ศ.2016-2015) กระแสประชานิยมฝ่ายขวาเติบโตขึ้นมากในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ปัจจัยใดเอื้อให้เกิดการขยายตัวของกระแสประชานิยมฝ่ายขวา และปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อระเบียบการเมืองโลกเสรีอย่างไร? และหากนำทฤษฎีของนักคิดทางการเมืองจากตัวเลือก ทอมัส ฮอบส์, จอห์น ล็อก, ฌอง-ฌากส์ รูสโซ และจอห์น สจ๊วต มิลล์ พวกเขาจะอธิบายปรากฏการณ์ประชานิยมฝ่ายขวาได้หรือไม่ อย่างไร และมีข้อบกพร่องหรือคำถามใดที่ทฤษฎีของพวกเขาไม่สามารถอธิบายได้?
– ความขัดแย้งทางการเมืองไทยร่วมสมัยหลังปี พ.ศ.2549 แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมการเมืองของชนชั้นกลาง ในไทยช่วงหลังการขึ้นสู่อำนาจของทักษิณ ชินวัตร ส่งผลต่อปัญหาการลงหลักปักฐานของประชาธิปไตยในไทยหรือไม่ อย่างไร? และปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. ที่มีฐานมวลชนสำคัญบางส่วนเป็นชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ และชนชั้นกลางในหัวเมืองภาคใต้ ซึ่งเคลื่อนไหวนำไปสู่การรัฐประหารในปี พ.ศ.2557 สอดคล้องหรือขัดแย้งกับหลักสิทธิความชอบธรรมในการปฏิวัติของจอห์น ล็อกแ ละหลักเจตจำนงทั่วไปของฌอง-ฌากส์ รูสโซ หรือไม่ อย่างไร?
กระบวนการเปิดช่องให้สามารถลองใช้ AI ประกอบการตั้งคำถามคำตอบข้อสอบไล่ของนักศึกษาภายใต้การตรวจสอบปรับแก้ของผู้สอนนั้นจะส่งผลในที่สุดอย่างไร? เหมาะสมหรือไม่? ควรปรับแก้ต่อไปอย่างไร?
คำตอบต่อคำถามเหล่านี้ยังไม่ทราบแน่ชัดหรอกครับ คงต้องค่อยๆ สังเกตตรวจวัดดูผลในระยะยาว
แต่ผมคิดว่าป่วยการไปกลัว AI ทำคนสอนหนังสือตกงาน ก็หาทางอยู่กับมันไปและใช้งานมัน ให้เป็นคุณประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของเราและนักศึกษาอย่างรอบคอบรัดกุมระมัดระวัง จนกว่าเราใช้ไม่ได้แล้วก็เลิกกัน
ผลสอบ
ตรวจข้อสอบไล่ล่าสุด ผมได้เห็นตัวอย่างของนักศึกษารุ่นปัจจุบันที่ฉลาดค้นคว้า จับ-แตกประเด็นได้แยบคาย ลุ่มลึกและคิดเองเป็น ซึ่งไม่จำต้องคิดเหมือนผู้สอนหรือผู้สอนเห็นด้วย
ปัญหาสังคมที่คนรุ่นเขาเจอหนักกว่ารุ่นก่อน แต่ด้วยพลังและคุณภาพการคิดที่มี ก็มีความหวังว่าพวกเขาจะคิดอ่านฝ่าฟันแก้ไขไปได้
(ป.ล. แต่ถ้าปรับปรุงลายมือเขียนบ้างก็จะดีมาก เพราะอย่างที่เป็นอยู่นับว่าสุ่มเสี่ยงอันตรายต่อสายตาผู้ตรวจ)
