bg-single

ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : ราชาธิปไตย (3)

28.02.2026

คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ

นักคิดขวาจัดใหม่อเมริกันหลายคนรวมทั้งเคอร์ติส ยาร์วิน, มหาเศรษฐีซีอีโอไฮเทค ปีเตอร์ เธียล, และรองประธานาธิบดี เจ. ดี. แวนซ์ ชมชอบเทียบเคียงอเมริกาปัจจุบันกับสถานการณ์ในประวัติศาสตร์บ่อยๆ ในแบบคิดง่ายและลำเอียง

พวกเขาออกจะหมกมุ่นกับประวัติศาสตร์โบราณโดยเฉพาะยุคโรมันด้วย (ครอบคลุมปี 753 ก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ.476) โดยมักอ้างอิงถึงวิกฤตของสาธารณรัฐโรมันในศตวรรษท้ายสุดก่อนคริสตกาลซึ่งถูกแก้ไขให้ตกไปด้วยการหันไปใช้ระบอบราชาธิปไตย รวมทั้งช่วงการสร้างจักรวรรดิโรมันแผ่ขยายออกไปตามลำดับ โดยเฉพาะการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในศตวรรษที่ห้า ซึ่งพวกเขาอธิบายว่าเกิดจากความสึกกร่อนอ่อนแอลงของค่านิยมดั้งเดิมตามประเพณีอันเกิดจากการผสมพันธุ์ของผู้คนข้ามเชื้อชาติ

ข้ออ้างอิงเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์เหล่านี้นำไปสู่กำเนิดของทฤษฎี “ลัทธิซีซาร์แดง” (Red Caesarism) อันเป็นการอ้างอิงถึงสีของพรรครีพับลิกันในอเมริกา รหัสนี้เป็นที่เข้าใจกันในหมู่ฝ่ายขวาอเมริกันว่าหมายถึงทางออก แบบอำนาจนิยมเพื่อหลีกเลี่ยงความล่มสลายของสหรัฐอเมริกา (https://www.theguardian.com/world/2023/oct/01/red-caesar-authoritarianism-republicans-extreme-right)

ตามนัยนี้ทรัมป์จะต้องรับบทเป็นเสมือนออกุสตุส ซีซาร์ (Augustus Caesar) ผู้กอบกู้ฟื้นฟูสาธารณรัฐโรมันพร้อมทั้งเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นจักรวรรดิแทน โดยตัวเองขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์แรกช่วง 27 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ.14 (https://www.walksofitaly.com/blog/art-culture/interesting-facts-about-caesar-augustus)


ตัวการนำเสนอและปกป้องความคิด “ลัทธิซีซาร์แดง” นี้ ได้แก่ ไมเคิล แอนทอน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการเมืองของรัฐบาลทรัมป์, สมาชิกสถาบันแคลร์มอนต์อันเป็นคลังสมองอนุรักษนิยมฝ่าย MAGA ในพรรครีพับลิกันที่ทรงอิทธิพล, ผู้เขียนหนังสือ The Stakes : America at the Point of No Return (2020), และหนึ่งในสถาปนิกหลักแห่งยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ปี 2025 ของสหรัฐที่หันมาเล็งเป้าหลักใส่ยุโรปโดยตรง (https://www.whitehouse.gov/wp-content/uploads/2025/12/2025-National-Security-Strategy.pdf)

ทฤษฎีอำนาจนิยมทำนองนี้ยังได้รับการโปรโมตโดยบรรดาปัญญาชนชาตินิยมคริสเตียนชาวอเมริกันเช่นกัน อย่างเช่น สตีเวน วูล์ฟ ผู้เขียนหนังสือ The Case for Christian Nationalism (2022) ซึ่งตีความลัทธิซีซาร์แดงโน้มเอียงไปในทางเทววิทยาและเรียกร้อง “เจ้าคริสเตียน” อย่างเปิดเผยให้มาปกครองสหรัฐ

ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใดที่เมื่อเดือนกรกฎาคม ศกก่อน จู่ๆ เคอร์ติส ยาร์วิน ก็ออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “ข้ามแม่น้ำรูบิคอนเสีย” ด้วยการทำรัฐประหารในบัดดล (https://legrandcontinent.eu/fr/2025/07/19/trump-yarvin-coup-detat/)

(อนึ่ง สำนวน “ข้ามแม่น้ำรูบิคอน” หมายถึงตัดสินใจทำการใหญ่ในลักษณะทำแล้วทำเลย ไม่อาจย้อนทวนหวนกลับได้ เหมือนกรณีประวัติศาสตร์โรมโบราณเมื่อครั้งขุนพลจูเลียส ซีซาร์ ตัดสินใจนำทัพข้ามแม่น้ำรูบิคอน-อันเป็นข้อห้าม-เพื่อเข้ามายึดอำนาจในกรุงโรมจากสภาซีเนตที่เป็นปฏิปักษ์กับตน)


ย้อนหลังไป เอาเข้าจริงต้นตอบ่อเกิดของแนวคิดลัทธิซีซาร์ ได้แก่ เจมส์ เบิร์นแนม (1905-1987) ประธานคณะปรัชญา มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก อดีตผู้นิยมลัทธิทรอตสกี้ในทศวรรษ 1930 แล้วสวิงกลับมาเป็นนักทฤษฎีผู้ทรงอิทธิพลของฝ่ายขวาอนุรักษนิยมในอเมริกา

เก่ากว่าเบิร์นแนมขึ้นไป บูรพาจารย์ทางปัญญาที่ยาร์วินเคารพนับถือยังมีโธมัส คาร์ไลล์ (1795-1881) ปราชญ์ใหญ่ทางปรัชญาและประวัติศาสตร์ชาวสกอตสมัยวิกตอเรียของอังกฤษ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ในชั้นหลังว่า งานปรัชญาของเขาเป็นกองหน้ากรุยทางให้แก่ลัทธิฟาสซิสต์ในกาลต่อมา

และจอร์จ เฟตซ์ฮิวจ์ (1806-1881) นักทฤษฎีสังคมอเมริกันยุคก่อนสงครามกลางเมือง ผู้มองคนผิวดำว่าเป็นแค่ “เด็กเล็กที่โตแต่ตัว” จึงชอบแล้วที่จะให้ระบบทาสของอเมริกาภาคใต้ช่วยคุ้มครองไว้ให้มั่นคงทางเศรษฐกิจและศิวิไลซ์ทางศีลธรรม ซึ่งยังดีกว่าชะตากรรมของคนดำเสรีภายใต้ระบบทุนนิยมของอเมริกาภาคเหนือเสียอีก ทำให้เขาถูกนักประวัติศาสตร์บางคนมองว่ามีโลกทัศน์ฟาสซิสต์ยุคแรกเริ่ม

ทั้งนี้ เว้นไว้ไม่นับอาริสโตเติล ซึ่งยาร์วินชอบอ้างอิงถึงแต่เอามาตีความตามใจจนเลอะเทอะไปหมดเลยทีเดียว


นอกจากยาร์วินจะพึ่งพาอาศัยปรัชญาโบราณของกรีกมาให้ความชอบธรรมแก่ลัทธิเผด็จอำนาจตะวันออก ที่มีเปอร์เซียเป็นตัวแทนในประเด็นทาสโดยธรรมชาติแล้ว เขายังรื้อฟื้นการจำแนกระบอบการปกครองของอาริสโตเติลออกเป็น 3 รูปแบบมาเวียนใช้ด้วย

กล่าวคือ เขาถือว่ามันเป็นปฏิทรรศน์ (ย้อนแย้งกันในตัว) ที่วิธีเดียวในการพิชิตระบอบคณาธิปไตยที่เป็นจริงลงไปคือ บรรลุการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้ได้กษัตริย์มาปกครองในระบอบราชาธิปไตย ซึ่งเขาถือว่าเป็นระบอบอันทรงไว้ซึ่ง “อำนาจหน้าที่อันเป็นเอกภาพโดยมีผู้นำคนเดียวเป็นหัวหน้า” นี่นับเป็นนิยามที่ยึดกุมหัวใจของแนวคิดราชาธิปไตยซึ่งพวกปฏิกิริยาใหม่พากันปกป้องทีเดียว

กล่าวโดยสรุป จะเป็นลัทธิ neocameralism ของเคอร์ติส ยาร์วิน, บรรษัทอธิปไตยของฮันส์-แฮร์มาน ฮอพเพอ, ยุครู้แจ้งสนธยาของนิค แลนด์, หรือลัทธิซีซาร์แดงของไมเคิล แอนทอน ก็ตามที

จุดร่วมของแนวคิดเหล่านี้หาได้มีเพียงวิสัยทัศน์มองสันดานมนุษย์ในแง่ร้าย, ลักษณะนิยมชนชั้นนำอย่างแรงกล้า และการปรับเปลี่ยนไปหาระบอบอำนาจนิยมเท่านั้นไม่

หากยังรวมถึงการรังเกียจเดียดฉันท์ลัทธิเสมอภาคนิยมและลัทธิสากลนิยม อันมีคุณค่าของยุครู้แจ้งและระบอบประชาธิปไตยเป็นตัวแทนด้วย


นี่เป็นเหล่าพลังความคิดที่ไม่เคยหายไปจากยุคร่วมสมัยปัจจุบัน มันอยู่พ้นเกินไปจากวาทกรรมเรื่องราชาธิปไตย จักรวรรดินิยมหรือเผด็จการเบ็ดเสร็จ และตั้งตรงใจกลางของแนวคิดปฏิกิริยาแบบดั้งเดิมตามประเพณี ลัทธิอนุรักษนิยมของเอ็ดมันด์ เบิร์ค และลัทธิฟาสซิสต์

บัดนี้ มันหวนกลับมาอย่างทรงพลังภายใต้หน้าฉากของทฤษฎีเพื่อประสิทธิภาพที่บรรดานักเทคโน-อำนาจนิยมแห่งซิลิคอนแวลลีย์ทั้งหลายพากันดาหน้าปกป้อง ด้วยความฝันใฝ่ทะเยอทะยานว่าพวกตนจะได้กลายเป็นพระราชาองค์ใหม่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ด้วยแรงสนับสนุนค้ำจุนของพวกขวาจัด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่?
ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก