bg-single

คุยกับทูต | วิชยันติ เอทิริสิงเห ครบรอบ 78 ปีศรีลังกา ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย (2)

15.03.2026

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

ความสำคัญ

ของการส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมกัน

“การส่งเสริมอัตลักษณ์ “ศรีลังกา” ร่วมกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของเราในทุกๆ วัน ศรีลังกาได้รับการหล่อหลอมจากหลายวัฒนธรรม ภาษา และศาสนามาโดยตลอด และความหลากหลายนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นเรา เมื่อเรามองเห็นและเคารพซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง โดยไม่ยึดติดกับฉลากที่ติดมา มองคนให้เห็นถึงเนื้อแท้ ไม่ใช้ฉลากสังคมมาตัดสินผู้อื่น จะสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าความแตกต่างใดๆ

วันสำคัญอย่างวันประกาศอิสรภาพ ทำให้นึกได้ว่า แท้จริงแล้วพวกเราล้วนเชื่อมโยงกันด้วยความทรงจำ การต่อสู้ และความหวังเดียวกัน

เมื่อเรามารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง ได้รับฟังเรื่องราวของกันและกัน ได้แบ่งปันประเพณี และยืนเคียงข้างกัน ยิ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกว่าเราเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

สำหรับดิฉัน ความสำคัญของช่วงเวลาแห่งการทบทวนหรือการระลึกถึง ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการทางสัญลักษณ์ แต่เป็นโอกาสที่แท้จริงในการเยียวยาจิตใจ (healing) สร้างความเข้าใจร่วมกัน (empathy) และการสร้างความเคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect) เพื่อก้าวเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกัน” คือคำกล่าวของนางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย

การส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมของศรีลังกาที่มีความหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างความสมานฉันท์ ลดความขัดแย้งเชิงชาติพันธุ์/ศาสนา และส่งเสริมความมั่นคงในชาติหลังจากผ่านพ้นสงครามกลางเมือง กิจกรรมอย่างวันประกาศอิสรภาพ (Independence Day) ช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้โดยการนำประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ มาร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรม ภาษา และประวัติศาสตร์ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งตอกย้ำความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้ธงชาติเดียวกัน มากกว่าการแบ่งแยก

นางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย

บทบาทความร่วมมือทางทะเล

ในความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกา

“เป็นคำถามสำคัญ เนื่องจากศรีลังกามีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์อยู่ใจกลางมหาสมุทรอินเดีย ความร่วมมือทางทะเลจึงเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูตของเรากับประเทศไทย ทั้งสองประเทศต่างมีความสนใจอย่างยิ่งในการรักษาเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัย มั่นคง และเปิดกว้าง ซึ่งสนับสนุนการค้า การเชื่อมต่อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

ความร่วมมือทางทะเลครอบคลุมถึงด้านต่างๆ เช่น ความมั่นคงทางทะเล การพัฒนาท่าเรือ การรับมือภัยพิบัติ การประมง และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการเจรจา การเสริมสร้างศักยภาพ และความร่วมมือในกรอบระดับภูมิภาคและพหุภาคี ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในมหาสมุทรอินเดียและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกโดยรวม”

ศรีลังกาเป็นศูนย์กลางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับตะวันตก

ความร่วมมือทางทะเลกับไทยจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือ เสริมสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) และพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (Blue Economy) ผ่านกรอบ BIMSTEC เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงร่วมกัน

ปฏิวัติวงการเดินเรือของศรีลังกาด้วยโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อ (Maritime Connectivity)

ความมั่นคงทางทะเล เป็นหุ้นส่วนในการรักษาความปลอดภัยทางทะเลและการจัดการภัยพิบัติ เนื่องจากทั้งสองประเทศตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเบงกอล

เศรษฐกิจสีเขียวและการท่องเที่ยว ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและเทคโนโลยีด้านการประมง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาและวัฒนธรรมทางทะเล (Combined Destination)

กรอบความร่วมมือพหุภาคี ศรีลังกาเป็นสมาชิก BIMSTEC (ร่วมกับไทย) และ IOR-ARC (Indian Ocean Rim Association for Regional Cooperation) ซึ่งเป็นเวทีหลักในการหารือเรื่องความมั่นคงทางทะเลและการค้า

ความเชื่อมโยงในภูมิภาค ศรีลังกาทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมต่อไทยไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกา ทำให้ความร่วมมือนี้เพิ่มศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์

มุ่งเน้นการยกระดับความเชื่อมโยงทางท่าเรือและการขนส่งทางทะเล (Maritime Connectivity) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ศรีลังกา ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินดีย ด้วยทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ใจกลางมหาสมุทรอินเดีย ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้จึงทำหน้าที่เส้นทางเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และตลาดโลก

การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านท่าเรือและขนส่งทางทะเลช่วยส่งเสริมการค้าและโลจิสติกส์ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน

ความเชื่อมโยงทางท่าเรือและการขนส่ง ไทยและศรีลังกาได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านท่าเรือกับขนส่งทางทะเล เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บทบาททางยุทธศาสตร์ ทั้งสองประเทศมองเห็นความสำคัญของมหาสมุทรอินเดียในการเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ซึ่งความร่วมมือนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและเศรษฐกิจทางทะเลร่วมกัน

การพัฒนาความร่วมมือที่ยั่งยืน ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความสัมพันธ์ในภาพรวม โดยเฉพาะด้านอัญมณี พลังงาน และการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน

โดยรวมแล้ว บทบาทความร่วมมือทางทะเลนี้เน้นที่การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและท่าเรือเป็นหลัก เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาค

ศรีลังกาและไทยให้คำมั่นที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีผ่านความร่วมมือทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์

ประเด็นหลักความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกาปี 2026

“มุ่งเน้นไปที่การกระชับความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน การเสริมสร้างการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการดำเนินการตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีศรีลังกา-ไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ยังคงเป็นลำดับความสำคัญหลักในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน

ส่วนความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมต่อทางทะเล การศึกษา และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มีมายาวนานซึ่งมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาเถรวาท ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ในปี 2026 ศรีลังกาและไทยจะยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและพัฒนาความร่วมมือที่มองไปข้างหน้าซึ่งจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ”

มุ่งเน้นการผลักดัน ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-ศรีลังกา ให้มีผลเป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนควบคู่กับการเชื่อมโยงทางทะเล พลังงานหมุนเวียน และการเกษตร โดยเน้นการท่องเที่ยวและมรดกพุทธศาสนาเถรวาทเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยมีความร่วมมือสำคัญ ได้แก่

เศรษฐกิจและการค้า : ดำเนินการตามข้อตกลง FTA ไทย-ศรีลังกา อย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ

การเชื่อมโยงทางทะเลและพลังงาน : พัฒนาเส้นทางคมนาคมทางอากาศ/ทะเล และร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียน

วัฒนธรรมและศาสนา : เสริมสร้างความสัมพันธ์บนรากฐานพระพุทธศาสนาเถรวาทที่แน่นแฟ้น

การพัฒนาสังคมและมนุษยธรรม : การบริหารจัดการภัยพิบัติ การเกษตร และการเปิดโอกาสจ้างงานแรงงานศรีลังกาในไทย

การกระชับความสัมพันธ์ในปี 2026 จะเป็นการต่อยอดจากวาระครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต (ในปี 2025) เพื่อยกระดับความร่วมมือไปสู่รูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT