คุยกับทูต | วิชยันติ เอทิริสิงเห ครบรอบ 78 ปีศรีลังกา ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย (2)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
ความสำคัญ
ของการส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมกัน
“การส่งเสริมอัตลักษณ์ “ศรีลังกา” ร่วมกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของเราในทุกๆ วัน ศรีลังกาได้รับการหล่อหลอมจากหลายวัฒนธรรม ภาษา และศาสนามาโดยตลอด และความหลากหลายนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นเรา เมื่อเรามองเห็นและเคารพซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง โดยไม่ยึดติดกับฉลากที่ติดมา มองคนให้เห็นถึงเนื้อแท้ ไม่ใช้ฉลากสังคมมาตัดสินผู้อื่น จะสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าความแตกต่างใดๆ
วันสำคัญอย่างวันประกาศอิสรภาพ ทำให้นึกได้ว่า แท้จริงแล้วพวกเราล้วนเชื่อมโยงกันด้วยความทรงจำ การต่อสู้ และความหวังเดียวกัน
เมื่อเรามารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง ได้รับฟังเรื่องราวของกันและกัน ได้แบ่งปันประเพณี และยืนเคียงข้างกัน ยิ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกว่าเราเป็นคนกลุ่มเดียวกัน
สำหรับดิฉัน ความสำคัญของช่วงเวลาแห่งการทบทวนหรือการระลึกถึง ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการทางสัญลักษณ์ แต่เป็นโอกาสที่แท้จริงในการเยียวยาจิตใจ (healing) สร้างความเข้าใจร่วมกัน (empathy) และการสร้างความเคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect) เพื่อก้าวเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกัน” คือคำกล่าวของนางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย
การส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมของศรีลังกาที่มีความหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างความสมานฉันท์ ลดความขัดแย้งเชิงชาติพันธุ์/ศาสนา และส่งเสริมความมั่นคงในชาติหลังจากผ่านพ้นสงครามกลางเมือง กิจกรรมอย่างวันประกาศอิสรภาพ (Independence Day) ช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้โดยการนำประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ มาร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรม ภาษา และประวัติศาสตร์ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งตอกย้ำความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้ธงชาติเดียวกัน มากกว่าการแบ่งแยก

บทบาทความร่วมมือทางทะเล
ในความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกา
“เป็นคำถามสำคัญ เนื่องจากศรีลังกามีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์อยู่ใจกลางมหาสมุทรอินเดีย ความร่วมมือทางทะเลจึงเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูตของเรากับประเทศไทย ทั้งสองประเทศต่างมีความสนใจอย่างยิ่งในการรักษาเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัย มั่นคง และเปิดกว้าง ซึ่งสนับสนุนการค้า การเชื่อมต่อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ความร่วมมือทางทะเลครอบคลุมถึงด้านต่างๆ เช่น ความมั่นคงทางทะเล การพัฒนาท่าเรือ การรับมือภัยพิบัติ การประมง และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการเจรจา การเสริมสร้างศักยภาพ และความร่วมมือในกรอบระดับภูมิภาคและพหุภาคี ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในมหาสมุทรอินเดียและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกโดยรวม”
ศรีลังกาเป็นศูนย์กลางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับตะวันตก
ความร่วมมือทางทะเลกับไทยจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือ เสริมสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) และพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (Blue Economy) ผ่านกรอบ BIMSTEC เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงร่วมกัน

ความมั่นคงทางทะเล เป็นหุ้นส่วนในการรักษาความปลอดภัยทางทะเลและการจัดการภัยพิบัติ เนื่องจากทั้งสองประเทศตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเบงกอล
เศรษฐกิจสีเขียวและการท่องเที่ยว ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและเทคโนโลยีด้านการประมง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาและวัฒนธรรมทางทะเล (Combined Destination)
กรอบความร่วมมือพหุภาคี ศรีลังกาเป็นสมาชิก BIMSTEC (ร่วมกับไทย) และ IOR-ARC (Indian Ocean Rim Association for Regional Cooperation) ซึ่งเป็นเวทีหลักในการหารือเรื่องความมั่นคงทางทะเลและการค้า
ความเชื่อมโยงในภูมิภาค ศรีลังกาทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมต่อไทยไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกา ทำให้ความร่วมมือนี้เพิ่มศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์
มุ่งเน้นการยกระดับความเชื่อมโยงทางท่าเรือและการขนส่งทางทะเล (Maritime Connectivity) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านท่าเรือและขนส่งทางทะเลช่วยส่งเสริมการค้าและโลจิสติกส์ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน
ความเชื่อมโยงทางท่าเรือและการขนส่ง ไทยและศรีลังกาได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านท่าเรือกับขนส่งทางทะเล เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทบาททางยุทธศาสตร์ ทั้งสองประเทศมองเห็นความสำคัญของมหาสมุทรอินเดียในการเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ซึ่งความร่วมมือนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและเศรษฐกิจทางทะเลร่วมกัน
การพัฒนาความร่วมมือที่ยั่งยืน ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความสัมพันธ์ในภาพรวม โดยเฉพาะด้านอัญมณี พลังงาน และการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน
โดยรวมแล้ว บทบาทความร่วมมือทางทะเลนี้เน้นที่การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและท่าเรือเป็นหลัก เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาค

ประเด็นหลักความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกาปี 2026
“มุ่งเน้นไปที่การกระชับความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน การเสริมสร้างการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการดำเนินการตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีศรีลังกา-ไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ยังคงเป็นลำดับความสำคัญหลักในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ส่วนความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมต่อทางทะเล การศึกษา และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มีมายาวนานซึ่งมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาเถรวาท ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
ในปี 2026 ศรีลังกาและไทยจะยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและพัฒนาความร่วมมือที่มองไปข้างหน้าซึ่งจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ”
มุ่งเน้นการผลักดัน ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-ศรีลังกา ให้มีผลเป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนควบคู่กับการเชื่อมโยงทางทะเล พลังงานหมุนเวียน และการเกษตร โดยเน้นการท่องเที่ยวและมรดกพุทธศาสนาเถรวาทเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยมีความร่วมมือสำคัญ ได้แก่
เศรษฐกิจและการค้า : ดำเนินการตามข้อตกลง FTA ไทย-ศรีลังกา อย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ
การเชื่อมโยงทางทะเลและพลังงาน : พัฒนาเส้นทางคมนาคมทางอากาศ/ทะเล และร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียน
วัฒนธรรมและศาสนา : เสริมสร้างความสัมพันธ์บนรากฐานพระพุทธศาสนาเถรวาทที่แน่นแฟ้น
การพัฒนาสังคมและมนุษยธรรม : การบริหารจัดการภัยพิบัติ การเกษตร และการเปิดโอกาสจ้างงานแรงงานศรีลังกาในไทย
การกระชับความสัมพันธ์ในปี 2026 จะเป็นการต่อยอดจากวาระครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต (ในปี 2025) เพื่อยกระดับความร่วมมือไปสู่รูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป
