bg-single

วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ตร.ยาสามัญประจำบ้าน พิสูจน์ศักยภาพ ‘ผู้นำรัฐบาล’

30.03.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

สํานักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นหนึ่งหน่วยงานในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามเพื่อให้แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

คำสั่งนายกฯ มอบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เข้าร่วม พร้อมให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากนายกฯ อนุทินการันตีไม่มี “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน มีแต่ประชาชนกักตุนน้ำมัน

พร้อมชี้ให้เห็นว่ามีปริมาณใช้เพิ่มขึ้น จาก 67 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน

ไล่เลี่ยกัน เหตุการณ์ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง พบน้ำมันเชื้อเพลิงในสต๊อกกว่า 3 แสนลิตร

จึงปฏิเสธไม่ได้ ที่ประชาชนจะรู้สึกว่า “ท่านผู้นำ” กล่าวหาเป็นต้นเหตุให้น้ำมันขาดแคลน

สําหรับ ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบ “บิ๊กหวาน” พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) ดูแล

ต่อมา บิ๊กหวาน ได้ประชุมขับเคลื่อนตรวจสอบน้ำมันทั่วประเทศ สั่งให้เจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร. สนธิกำลังปูพรมทั่วประเทศ เป้าหมายตรวจสอบ 3 มิติหลัก ได้แก่

1. ซีลตะเข็บชายแดนและคลังน้ำมัน นั่นคือ ชุดปฏิบัติการทั่วประเทศทั้งทางบก ทางทะเล ต้องคุมเข้มด่านชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกองทัพมดขนข้ามชายแดน

2. ตรวจสอบป้องกันการกักตุน ได้สั่งทุกพื้นที่ประสานการปฏิบัติร่วมกับกรมการปกครอง สแกนทุกปั๊มที่อ้างว่าปิดให้บริการ หรืออ้างว่าน้ำมันหมด และรายงานผลแบบวันต่อวัน หากพบพฤติกรรมจงใจกักตุน ให้ดำเนินการทันที รวมทั้งให้ระดมตรวจคุณภาพของน้ำมัน ป้องกันไม่ให้นำสารอื่นมาเจือปนทำให้คุณภาพน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน

3. ตรวจสอบป้องกันการโก่งราคา ประสานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบการโก่งราคา ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยยังสั่งการให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจปูพรมลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันให้ครอบคลุมและถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการปลอมปนสารในน้ำมัน โดยเฉพาะปั๊มหลอดในชุมชน และปั๊มขนาดเล็ก ขนาดกลางทั่วประเทศ

พร้อมสั่งเพิ่มความเข้มข้นตั้งด่านสกัดกั้นตลอด 24 ชั่วโมง และบูรณาการทุกสรรพกำลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางพลังงาน

รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีใครมาสร้างผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจประเทศโดยรวม

ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำทีมกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี 8 จุด 4 จังหวัด ระหว่าง 21-22 มีนาคม ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทั้งตัวเลขและปริมาณน้ำมันในถัง

โดยเจ้าหน้าที่ปีนขึ้นไปตรวจสอบถึงด้านบนถังน้ำมันว่าคงเหลือหรือไม่ มีเพียงก้นถังไม่สามารถนำขึ้นมาจำหน่ายได้ รวมทั้งขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติจ๊อบเบอร์ และการปั่นราคา

นอกจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพล พร้อมรองฯ ธัชชัย ได้ประชุมติดตามการปฏิบัติ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบังคับการตำรวจน้ำ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการป้องปรามการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนในน่านน้ำไทย กวาดล้างการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ รวมถึงการกักตุนและโก่งราคา

และยังร่วมกันปล่อยเรือตรวจการณ์ “ปทุมวัน 3” พร้อมกำลังพลชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกลาดตระเวนน่านน้ำไทย มุ่งเน้นการป้องปรามการลักลอบขนน้ำมัน และสกัดกั้นการกระทำความผิดในทุกมิติ

ก่อนหน้านี้เมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีการปล่อยเรือชัยจินดา และเรือตรวจการณ์กว่า 30 ลำ ออกลาดตระเวน สามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อนให้แก่เรือประมงกลางทะเล แต่ยังไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกราชอาณาจักรผ่านเรือแท็งเกอร์ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเขียวสูงกว่าหน้าปั๊ม จึงกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบจำหน่ายข้ามชาติได้

‘บิ๊กหวาน’ ยังกำชับตำรวจน้ำ ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับเรือประมงให้รัดกุม พร้อมคาดโทษหากปล่อยปละละเลย ต้องรายงานผลการปฏิบัติแบบวันต่อวัน ผู้กระทำผิดต้องดำเนินคดีถึงที่สุดไม่มีข้อยกเว้น

ต่อมารอง ผบ.ตร.ยังได้ออกตรวจสถานีบริการน้ำมันใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ป้องกันการการกักตุนและโก่งราคา

โดยระบุว่าได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.ให้ออกมาตรการในการตรวจปั๊มน้ำมันทั่วประเทศที่มีการปิด ไม่ว่าจะปิดทั้งหมดหรือปิดบางเวลา หรือปั๊มที่แจ้งว่าน้ำมันหมด

จึงร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอปากเกร็ดมาสุ่มตรวจ พบว่ามีใบจดทะเบียนถูกต้องครบถ้วน จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันพบว่าน้ำมันดีเซลหมด เนื่องจากประชาชนมาใช้บริการมากขึ้น ความต้องการมากขึ้น ส่วนน้ำมันเบนซินยังคงเพียงพอ ไม่มีผลกระทบ ส่วนการตรวจคุณภาพน้ำมันมีคุณภาพ

แต่ถึงอย่างไร ภาพประชาชนขับรถต่อแถว ขนแกลลอนมาเข้าคิวเติมที่ปั๊มยาวเหยียวยังปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วประเทศ

ต่อมานายพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ร่วมกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น เร่งแก้ปัญหา

ระบุนายกฯ ได้สั่งการว่า ภายในสัปดาห์นี้ต้องไม่มีสถานีบริการน้ำมันแห่งใดไม่มีน้ำมันจำหน่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ถัดมาอีกวันนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เผยว่า วิกฤตพลังงานยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาด

เพราะถ้ายังคงฝืนตรึงราคาไว้อาจเกิดการกักตุน และการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซียที่ขณะนี้ใช้น้ำมันแพงกว่าไทย

แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน จะช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม

ทั้งหมดขมวดปม พิสูจน์รูปแบบการแก้ปัญหา ที่ทำพอเป็นพิธี เกาไม่ถูกที่คัน ทำงานแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด ที่มาจาก “ผู้นำ” มือไม่ถึง ไม่สามารถรับมือวิกฤตใหญ่นี้ได้หรือไม่???



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)