ตร.ตั้งศูนย์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ ‘สงกรานต์’ ตั้งเป้า ‘เสียชีวิต-บาดเจ็บ’ ลดลงกว่าเดิม 5%
คอลัมน์ โล่เงิน | ‘สงกรานต์’ เที่ยวให้สนุก-ปลอดภัย ‘สำราญ’ ตั้งศูนย์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ ‘เสียชีวิต-บาดเจ็บ’ ลดลงกว่าเดิม 5%
เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงหยุดยาว 7 วัน คนแห่ออกต่างจังหวัด กลับบ้านบ้าง เที่ยวพักผ่อนบ้าง
การจราจรเป็นปัญหาวิกฤต ยิ่งถ้ามีอุบัติเหตุ ทำให้ต้องเสียเวลา ที่สำคัญถ้าเสียชีวิต ยิ่งทำให้เสียใจ
จากข้อมูลพบว่าสถิติช่วง 7 วันอันตราย ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวของปีที่แล้ว ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568
เกิดอุบัติเหตุบนถนน 1,538 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 253 ราย จังหวัดแชมป์อุบัติเหตุคือพัทลุง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” พบว่าการวางแผนเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ ท่ามกลางวิกฤตการณ์น้ำมันแพง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.56 ระบุว่า ไม่มีแผนการเดินทาง แต่สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางนั้น ร้อยละ 14.80 ตัดสินใจยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด
ส่วนกลุ่มที่ยังคงเดินทาง แบ่งเป็น ร้อยละ 12.06 ดำเนินการตามแผนการเดินทางที่วางไว้ตามปกติ ร้อยละ 9.62 ยังคงเดินทาง แต่จะปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง ร้อยละ 2.98 ยังคงเดินทาง แต่ปรับทั้งวิธีเดินทางและจุดหมายปลายทาง ร้อยละ 2.75 ยังคงเดินทาง แต่ปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง
แม้ผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ประชาชนวิตกเรื่องพลังงาน แต่คาดการณ์ว่ายอดผู้เดินทางออกกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) คือเส้นทางสายประวัติศาสตร์หลักที่เริ่มจาก จ.สระบุรี เชื่อมต่อจากถนนพหลโยธิน ยาวกว่า 500 ก.ม. ผ่านโคราช ขอนแก่น อุดรธานี สิ้นสุดที่หนองคาย (สะพานมิตรภาพ 1) ที่เปรียบเสมือนหลอดเลือดใหญ่ที่เชื่อมภาคกลางสู่ประตูแดนอีสานและลาว เป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่การจราจรหนาแน่นที่สุดในหน้าเทศกาล รองลงมาเป็นถนนพระราม 2 สายหลักสู่ภาคใต้
เพราะฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเตรียมสถานการณ์ให้พร้อม
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.) เรียกทุกหน่วยเกี่ยวข้องหารือมาตรการ
เพื่ออำนวยความสะดวกจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ต้องเป็น 7 วันแห่งความปลอดภัย ไม่ใช่ 7 วันอันตราย
ป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ไม่ให้สถิติตัวเลขมากกว่าปีที่ผ่านมา
ปีนี้ศูนย์บริหารงานจราจรคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณจราจรขาออกกรุงเทพมหานครหนาแน่นมากที่สุดในวันแรก คือ 11 เมษายน คาดว่าจะมีปริมาณรถกว่า 718,000 คัน
ส่วนขาเข้ากรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีปริมาณรถหนาแน่นมากที่สุดในวันที่ 15 เมษายน จำนวนกว่า 629,000 คัน
และเพื่อให้เทศกาลแห่งความสุข เฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ไม่กลายเป็นเรื่องเศร้า ผอ.ศจร.ตร.เปิดเผยว่า ได้ตั้งศูนย์อํานวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทุกระดับทั้งภาคและจังหวัด ดูแลด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก
โดยถือการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วง 7 วันอันตราย ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง
เพิ่มความเข้มบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะห้ามขับรถเร็ว เมาไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่ขับรถย้อนศร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในจุดเสี่ยง/เส้นทางเสี่ยง
กรณีเมาแล้วขับเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้ตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกราย รวมทั้งให้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดซ้ำ และดำเนินคดีครบทุกข้อหา
หากผู้กระทำผิดเป็นเด็กหรือเยาวชน ให้ขยายผลดำเนินคดีถึงผู้ขายสุรา บุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรด้วย
พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรใช้ดุลยพินิจตามความหนักเบาตามฐานความผิดได้
รอง ผบ.ตร.ยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามปกติ ไม่มีการเพิ่มจุดตรวจหรือเพิ่มสถิติการจับกุม มุ่งเน้นการเสริมสร้างวินัยจราจรเพื่อเซฟชีวิตโดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก สาเหตุเกิดอุบัติเหตุ เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินประชาชน
พล.ต.อ.สำราญระบุว่า ตำรวจพร้อมดูแลทุกเส้นทาง อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบนถนนมอเตอร์เวย์ สาย M6 และ M81
กำชับให้ทุกกองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด จัดกําลังเสริมสนับสนุนคอยช่วยตำรวจทางหลวง
รวมทั้งอำนวยความสะดวกจัดการทางเข้า-ทางออก และภายในสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่รับผิดชอบ เร่งระบายรถ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ประสานรถยก รถสไลด์ หน่วยกู้ภัย ให้มีความพร้อมสามารถติดต่อได้ เพื่อร่วมปฏิบัติในการแก้ไขปัญหารถติด อุบัติเหตุ รถเสีย และสิ่งกีดขวางได้ทันที
รวมถึงพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษ ตามความเหมาะสม และจัดระเบียบการจอดรถในจุดเสี่ยง สถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง สถานที่จัดงานขนาดใหญ่
โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนจัดการจราจรรองรับ จัดระบบบริการประชาชน เช่น ลานจอดรถ รถรับส่ง เส้นทางเลี่ยง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบล่วงหน้า
รวมทั้งในพื้นที่จัดงานสงกรานต์นั้น ให้จัดช่องทางฉุกเฉินรองรับการขนส่ง ลําเลียง การเข้าพื้นที่ของรถตำรวจหรือรถกู้ชีพกู้ภัย
ส่วนปัญหาความหนาแน่นสถานีบริการน้ำมันนั้น ให้ตำรวจพื้นที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการ จัดระเบียบช่องจอดรถยนต์ให้ผู้เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งแบ่งช่องชำระเงินสด บัตรเครดิต หากในสถานีบริการรถจอดแน่นแออัด ให้พนักงานของสถานีบริการออกมาอำนวยความสะดวกแนะนำให้กับรถที่จะมาใช้บริการไปสถานีข้างหน้า เพื่อให้มีการบริหารจัดการผู้มาใช้บริการอย่างเป็นระบบ
พร้อมประชาสัมพันธ์ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่เดินทางก่อนเข้าช่องทางพิเศษ M6 ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จสิ้นก่อนขึ้น เนื่องจากด้านบนทางพิเศษห้องน้ำไม่สมบูรณ์และเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ด้านบนมีที่ไม่พอสำหรับจอดรถทำให้การจราจรติดขัดต่อเนื่อง
ส่วนปัญหาเด็กแว้น ขาซิ่งทั้งหลาย ที่ขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เพื่อป้องกัน “แว้น ซิ่ง ซ่า” นั้น
พล.ต.อ.สำราญได้กําชับการปฏิบัติในการเฝ้าระวังรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงสภาพ เช่น ท่อไอเสียมีเสียงดัง ควันดํา เปิดเพลงส่งเสียงดัง ก่อความเดือดร้อนรําคาญ โดยให้ดําเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งหมดนี้ ตร.อยากให้สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุข อย่าให้กลายเป็นเรื่องเศร้านั่นเอง
