bg-single

กงดอร์เซต์ : นักปราชญ์ยุครู้แจ้งคนสุดท้าย และนักปฏิวัติผู้ล้มเหลว (5)

25.04.2026

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

สี่ปีหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสปะทุขึ้น มติเสียงข้างน้อยของกงดอร์เซต์ในฐานะสมาชิกสภา Convention ใน ญัตติไต่สวนพิพากษาพระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกหรือหลุยส์ กาเปต์ข้อหาทรยศชาติว่า “ให้ลงโทษสถานหนักที่สุดใน ประมวลกฎหมายอาญาโดยไม่ใช่โทษประหารชีวิต” (ดูภาพ https://fr.wikipedia.org/wiki/Votes_sur_la_mort_de_Louis_XVI) เมื่อวันที่ 15-16 มกราคม 1793 ทำให้เขากลายเป็นที่หมายหัวตามเล่นงานต่อมาโดยพวกนักปฏิวัติหัวรุนแรง ที่เรียกว่า จาโคแบง

เริ่มจากการที่พวกจาโคแบงลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐฉบับใหม่ที่กงดอร์เซต์เสนอต่อสภา Convention

ถึงเดือนมิถุนายน ศกเดียวกัน ม็อบชาวปารีสก็บุกเข้าสภา ข่มขู่สมาชิกสภาให้ยอมลงนามอนุมัติการจับกุม พวกนักปฏิวัติเดินสายกลางที่เรียกว่า จิรองแดง ซึ่งเป็นพันธมิตรของกงดอร์เซต์

ท่ามกลางบรรยากาศที่นักปฏิวัติสายปฏิรูปแบบเขาถูกกดดันคุกคามจนถึงแก่พรรคพวก เช่น ซิแยส เลือกซุ่ม ซ่อนหลบเลี่ยงลดบทบาทลง กงดอร์เซต์ – อาจด้วยความสำคัญผิดว่าตัวเองเป็นคนวงในผู้มีบทบาทฐานะโดดเด่นมา แต่ระบอบเก่า ไม่น่าจะมีใครกล้าแตะต้อง – กลับเลือกตอบโต้ฝ่ายปฏิวัติหัวรุนแรงโดยเปิดเผยด้วยการเขียนบทความ โจมตีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพวกจาโคแบงที่ผ่านมติสภาออกมาอย่างดุเดือดว่ามันเท่ากับมอบประเทศชาติให้ ทรราชอย่างโรเบสปิแยร์กับแซ็ง-จุสต์ผู้เป็นแกนนำจาโคแบงไปปกครอง

ผลก็คือเขาถูกพวกจาโคแบงโจมตีโต้กลับทันควันโดยพากันบุกปิดคฤหาสน์ของเขา ทำให้กงดอร์เซต์ต้องหลบ หนีไปอาศัยซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเช่าของมาดามแวร์เนต์ผู้ที่เขาให้ความนับถือเหมือน “แม่คนที่สอง” ในกรุงปารีสในเดือน กรกฎาคมถัดมา

(เนื้อหาส่วนนี้อ้างอิงจาก ไมเคิล อิกนาตีเอฟ, ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, บ.ก., “บทที่ 9 การ ปลอบประโลมจากประวัติศาสตร์ : เมื่อกงดอร์เซต์วางเค้าโครงประวัติศาสตร์ความก้าวหน้าทางความคิดของ มนุษยชาติ”, ยาใจ : วิถีปลอบประโลมยามมืดมน, 2569, บทดังกล่าวแปลโดยอาจารย์รชฎ สาตราวุธ ผู้ล่วงลับ)

การต้องตกทุกข์ได้ยากพลัดบ้านหนีภัยสยองหัวซุกหัวซุนไปขออาศัยอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ในห้องเช่าหนาว เหน็บของกงดอร์เซต์มาถูกซ้ำเติมเมื่อเขาได้ข่าวในเดือนตุลาคมปีเดียวกันว่าพรรคพวกเพื่อนพ้องสมาชิกสภาเดินสายกลางของเขาถึง 30 คนต้องตกเป็นเหยื่อกระแสภัยสยองของพวกจาโคแบงใต้การนำของโรเบสปิแยร์โดยถูกประหาร ด้วยกิโยตีนที่จัตุรัสแห่งการปฏิวัติในกรุงปารีสนั้นเอง

ข่าวนี้ทำให้กงดอร์เซต์ถึงแก่เดินน้ำตานองหน้าเข้ามาครวญคร่ำรำพันด้วยความทุกข์รันทดใจที่ห้องของคุณแม่แวร์เนต์ว่า :

“ผมเป็นคนนอกกฎหมาย แล้วคุณก็จะ (พลอยถูกหาว่า) เป็นเหมือนกัน”

มาดามแวร์เนต์ได้แต่โอบกอดและปลอบเขาว่า :

“แม้โรเบสปิแยร์และคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะจะตราหน้าว่าเขาเป็นผู้ต้องหานอกกฎหมาย แต่ก็ไม่มีใครสามารถขับไล่เขาออกจากความเป็นมนุษย์ได้” (ยาใจ, น. 157)

ข้างโซฟีภรรยาของกงดอร์เซต์ผู้ต้องปลอมตัวเป็นหญิงชาวนาลอบมาเยี่ยมเยียนและนำข้าวของจำเป็นส่วนตัวกับข่าวคราวเอลิซาลูกสาววัยสี่ขวบมาให้สามีที่บ้านเช่าของมาดามแวร์เนต์เป็นระยะ เห็นเขาจมอยู่กับความหดหู่เช่นนั้น จึงปลอบโยนให้กำลังใจและเสนอแนะให้เขารื้อฟื้นโครงการงานเขียนประวัติศาสตร์ชุดใหญ่หลายเล่มจบที่เขาทิ้งค้างไว้ตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1780 ขึ้นมาทำใหม่

มันเป็นงานประวัติศาสตร์ว่าด้วยความก้าวหน้าแห่งความคิดจิตใจมนุษย์ด้วยเหตุปัจจัยของการเติบโตอย่าง มหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์และการแสวงหาความรู้โดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างการพิมพ์เป็นตัวผลักดัน จน มนุษย์สามารถฟันฝ่าปลดปล่อยตนเองจากทรราชย์กับไสยศาสตร์มาสู่ยุครู้แจ้งได้

คําแนะนำของโซฟีช่วยปลุกพลังเร่าร้อนกระตือรือร้นทางปัญญาความคิดของกงดอร์เซต์ในฐานะนักปราชญ์ ยุครู้แจ้งคนสุดท้ายและนักปฏิวัติผู้ล้มเหลวให้ลุกโพลงขึ้นมาอีกครั้ง

เขาหวังจะใช้มันเป็นเรื่องเล่ายืนยันความเชื่อในความก้าวหน้าของมนุษย์สู่ยุครู้แจ้งและทอดเหยียดยาวต่อไป ในอนาคต

เบื้องหน้าการปฏิวัติสุดโต่งที่เป็นจริงซึ่ง “…เต็มไปด้วยความหิวโหย การล้างแค้น การทำสงครามกับราชวงศ์ ยุโรป และเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโหดเหี้ยมในการกวาดล้างศัตรูภายใน”

เขาใคร่จะอธิบายที่มาที่ไปแห่งความล้มเหลวและแก้ต่างให้กับการปฏิวัติในอุดมคติของเขาซึ่งหมายถึง “การปฏิวัติที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และ เหตุผล โดยมีบุรุษผู้เปี่ยมปัญญาและอุทิศตนเพื่อสาธารณะอย่างเขาเป็นผู้นำพาประชาชนไปสู่สาธารณรัฐที่มั่นคง รุ่ง เรือง สงบสุขภายในและเป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน”

ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่ออาศัยมันช่วยยาใจตัวเขาโดยมอบความหมายให้แก่ชีวิตของเขาเองด้วย (ยาใจ, น. 158)

ทว่า ในสภาพผู้หลบภัยใต้ดินที่ “ไม่มีหนังสือ ไม่มีห้องสมุดและเหนืออื่นใดคือไม่มีเวลา” กล่าวคือไม่รู้แน่ว่า ตำรวจและสายลับฝ่ายปฏิวัติสุดโต่งจาโคแบงจะตามมาจับเขาได้เมื่อไหร่ (ยาใจ, น. 161)

กงดอร์เซต์จึงต้องอาศัยแต่ ความทรงจำเป็นพื้นในการเขียนและย่นย่อโครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวของมนุษย์สู่ยุครู้แจ้งหลายเล่มจบลงมา เหลือเพียงแค่ความเรียงขนาดยาวชื่อ :

“เค้าโครงภาพประวัติศาสตร์ของความก้าวหน้าแห่งความคิดจิตใจมนุษย์” (L’Esquisse d’un tableau historique des progr?s de l’esprit humain) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1795 หลังกงดอร์เซต์ตายจาก ไปแล้ว

(ต่อสัปดาห์หน้า)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT
15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกตัดสิน ‘ปราสาทพระวิหาร’ ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
ผ่าแผนรื้อสวัสดิการรัฐ เช็กบิลคนเนียนจน ทางรอดไทยยุคถังปริ่มแตก
ดันดาดัน 2 : ถึงแม่จะเป็นผี แต่แม่ก็อยากจะมีอยู่จริง
ความทรงจำ
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
3 ทศวรรษ ‘Love Letter’ จาก ‘จดหมายรัก’ ระหว่าง ‘คนแปลกหน้า’ สู่ ‘โซเชียลมีเดีย’ และ ‘ธาตุแท้ของมนุษย์’
การละเล่นเพลงประชาชน
‘หัวใจ กับ เครื่องมือ’
ขมคอ สตอรี่ (1)
สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐธรรมนูญ กับ ฮั้วส.ว. การเมือง ละเอียดอ่อน