E-DUANG
เด่นชัดยิ่งว่าเรื่องอันกำลังปะทุขึ้นกับอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรแห่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเรื่องทั้ง”ปกติ”และ”ไม่”ธรรมดาในขนบแห่งระบบราชการ
เริ่มตั้งแต่ทั้งๆที่อธิบดีก็จะถึงเกษียณราชการในเดือนตุลาคมที่จะมาถึงเหลือเวลาในการทำงานไม่กี่วัน
การย้ายไปนั่งเป็น”ผู้ตรวจราชการ”ก็ชอบด้วยเหตุผล
ขณะเดียวกัน ในเมื่ออธิบดีก็เหลือเวลาในราชการไม่กี่เดือนให้นั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมก็ไม่ได้ผิดแปลกแต่อย่างใด
ทำไมต้อง”รีบร้อน”ในการโยกย้าย”ตำแหน่ง”
คำว่า”รีบร้อน”ในการย้ายออกและคำว่า”รีบร้อน”ในการยื่นใบลาออกนั้นแหละสะท้อนรากฐานแห่งปัญหาอันกำลังเกิดขึ้น
พลันที่ตัวอธิบดีเองออกมา”แถลง”บางรายละเอียด จึงเกิดเรื่อง
ทำให้ที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปรกติกลับกลายเป็นเรื่องที่”ไม่”ปรกติอย่างธรรมดา
นั่นก็คือ เป็นปัญหาในทาง”การเมือง”
โดยทั่วไปก็มักจะมองกันว่าเมื่อรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาก็มีความจำเป็นจะต้องจัดระบบ”ภายใน”เพื่อให้การบริหารเป็นไปอย่างราบรื่น
โดยพื้นฐานอย่างที่สุดก็คือ ราบรื่นตาม”นโยบาย”
ในเมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกมองว่าอยู่ในกระบวนการ บริหารของพรรคกล้าธรรมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานตั้งแต่รัฐบาล
พรรคพลังประชารัฐกระทั่งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
การเข้าใจของพรรคเพื่อไทยจึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องสถานา แนวทางอันเป็นของพรรคเพื่อไทย
นี่คือเรื่องปรกติยิ่งในทางการเมือง ใครๆก็ทำกัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็เห็นได้จากกระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทยกับกระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
เพียงแต่เมื่อเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีรายละเอียด บางอย่างอันละเอียดอ่อน
ปรากฏผ่านบทบาทของ”หลานรัฐมนตรี”คนใหม่เสนอตัวเข้าไป
แม้ไม่มีใครระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการเสนอตัวเข้าไปโดยมีเป้าหมายใด กระนั้น ที่ทั้งด้านของรัฐมนตรีและด้านของอธิบดีระบุตรง กันก็คือ มีการติดต่อสื่อสารกันจริง
ตรงนี้แหละได้กลายเป็นคำถามไปยังรัฐมนตรีคนใหม่และพรรคเพื่อไทย
คำถามอันตามมามากมายโดยรวมศูนย์ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ มิได้มาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น
หากแต่ดังกึกก้องภายใน”สังคม”โดยอัตโนมัติ
กลายเป็นโจทย์ไม่เพียงแต่จากพรรคภูมิใจไทยหากแม้กระทั่งภายในพรรคเพื่อไทยก็มิอาจปัดปฏิเสธ
นี่ย่อมเป็นผลต่อเนื่องจาก”ระบบโควตา”ในทางการเมือง
ด้านหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยอาจมองพรรคเพื่อไทยด้วยความแคลงคลาง ด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยก็มองกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้วยความไม่เข้าใจ
มองว่าอาจมิได้มาจากตัวของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แต่อาจลงลึกไปยังปัญหาภายในกรม ภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และอาจโยงไปยังบางพรรคการเมืองที่”รอ”เข้าร่วมรัฐบาล
ภาพการร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นตัวเชื่อม
อาจแลดูราบรื่นผ่านบทบาทของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
กระนั้น เมื่อความอื้อฉาวอันเนื่องแต่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปะทุขึ้น
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีโอกาสเป็น”ตำบลกระสุนตก”
