ส่องลึกอิหร่าน : 4) สถาบันการเมืองพหุนิยมและผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ
- อ่าน ส่องลึกอิหร่าน 1) สหรัฐเซ้งนโยบายต่ออิหร่านให้อิสราเอล
- อ่าน ส่องลึกอิหร่าน: 2) เปรียบเทียบระบอบปฏิวัติรัสเซีย-จีน-อิหร่าน
- ส่องลึกอิหร่าน : 3) กองทัพประจำการอิหร่าน & กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
- อ่านบทความทั้งหมดของเกษียร เตชะพีระ คลิกที่นี่
บทสัมภาษณ์เออวานด์ อับราฮาเมียน (1940-ปัจจุบัน) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์อิหร่านแห่ง City University of New York แปลเรียบเรียงจาก Ervand Abrahamian, “Iran Under Fire”, New Left Review, 157, January-February 2026, 33-54 :
กอง บก.NLR : ขอกลับมาที่คำถามเรื่องพหุนิยมทางสถาบันของอิหร่านอีกทีนะครับ คือถึงมันจะเป็นแค่หน้าฉากสาธารณะเพียงใด แต่มันก็ยังเปรียบตัดต่างจากแบบแผนทั่วไปของระบอบปกครองที่เป็นปึกแผ่นแน่นหนาเนื้อเดียวกันในภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ใช่หรือ? โคไมนีน่าจะมีทางเลือกที่จะสร้างระเบียบอำนาจเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นแบบฉบับกว่านี้อยู่นะครับ ในทำนองระบอบของฮาฟิซ อัล-อัสซาด ในซีเรีย แต่ดัดแปลงให้เป็นฉบับของผู้นำศาสนาเสีย (https://th.wikipedia.org/wiki/ฮาฟิซ_อัลอะซัด) แทนที่จะสร้างชุดสถาบันที่ซับซ้อนพิสดารเหล่านี้ขึ้นมา
ดังนั้น เราก็เลยสงสัยว่า กล่าวในทางประวัติศาสตร์แล้ว ธรรมเนียมประเพณีแบบอิหร่านหรือเปอร์เซียที่ยั่งยืนนานกว่ามากของการมีรัฐธรรมนูญเอย รัฐสภาหรือมัจลิสเอย ส่งอิทธิพลในการผลิตมันขึ้นบ้างหรือเปล่า? (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1928590040782297&set=a.524610065701438&id=100044573463164)
เออวานด์ : ส่งอิทธิพลแน่นอนครับ แรกสุดเลย รัฐอิหร่านนั้นเป็นโครงสร้างสถาบันเชิงซ้อนที่ประณีตพิสดารมากทีเดียว ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาในทศวรรษ 1930 มันมีลักษณะเป็นระบบราชการมากพอดูนะครับ บางคนก็บอกว่าถึงขนาดอืดอาดอุ้ยอ้าย แต่รัฐมันก็มีอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ โคไมนีจึงต่างจากเลนินตรงที่ไม่จำต้องสร้างรัฐขึ้นมาใหม่หมด นอกจากนี้ก็ยังเนื่องมาจากสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าตำนานแห่งการปฏิวัติรัฐธรรมนูญปี 1906 (https://munuc.org/wp-content/uploads/2022/12/IRAN.pdf) ทำให้โคไมนีมิอาจมองข้ามความคิดเรื่องการเลือกตั้งกับรัฐสภาไปเฉยๆ ได้
อัจฉริยภาพของโคไมนีอยู่ตรงเขายอมรับสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ แต่ขณะเดียวกันก็ประกันให้มั่นใจว่าถึงแม้คุณจะมีสถาบันต่างๆ ในลักษณะสาธารณรัฐประชาธิปไตยก็ตาม แต่มันทั้งหมดจะถูกล็อกไว้ในโครงสร้างที่ควบคุมโดยพวกผู้นำศาสนาอาวุโสครับ

กอง บก.NLR : คำอธิบายของคุณฟังดูน่าเชื่อถือมากครับ แต่คุณจะปัดเรื่องการเหลือวิสัยจะคาดคะเนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีทั้งหลายแหล่โดยสัมพัทธ์ทิ้งไปเลยเชียวหรือ? ดูเหมือนว่าแม้แต่มาซูด เปเซชเกียน ประธานาธิบดีอิหร่านคนปัจจุุบัน ก็ไม่น่าจะใช่ตัวเลือกแรกสุดของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดนะครับ ประธานาธิบดีรูฮานีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักปฏิรูปก็ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2013 และ 2017 ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งโดยมีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาลงคะแนนถึง 73%
สรุปคือผลการเลือกตั้งซิกแซ็กไปมาในระดับสูงทีเดียว จากประธานาธิบดีคาตามี (สายปฏิรูป) ไปเป็นประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจาด (สายอนุรักษนิยม-ประชานิยม) และยังมีมีร์ ฮอสเซน มูซาวี (อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสายปฏิรูปปี 2009 ที่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอิหร่านแต่แพ้เลือกตั้งไป ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Mir-Hossein_Mousavi) หรือคุณมองว่าจะมากจะน้อยมันก็เป็นแค่ละครเชิดหนังเท่านั้น?
เออวานด์ : เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมคิดว่ามันเป็นวิธีการระบายแรงกดดันจากฝ่ายค้านอย่างหนึ่ง ด้วยการเปิดกว้างขึ้นบ้าง ปกติแล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจะเป็นคนในผู้ค่อนข้างเสรีนิยมหรือใจกว้างกว่า รูฮานีน่ะไม่ใช่ผู้เห็นต่างนะครับ เขาเป็นผลผลิตของระบอบน่ะแหละ แต่เขาดึงดูดใจพวกปฏิรูปได้ การแง้มเปิดออกมานิดหน่อยช่วยดึงคนออกมาโหวตได้มาก แม้ว่าการดึงคนออกมาโหวตอาจกลายเป็นภัยคุกคามได้ถ้าเกิดมีคนเดินตามแนวทางปฏิรูปเปิดกว้างมากเกินไป
แต่ข้อที่มักเข้าใจผิดกันก็คือ การที่ทั้งพวกเดินสายกลางกับพวกหัวรุนแรงหลงผิดไปว่าพวกเขาดำเนินนโยบายต่างประเทศได้ พวกนักปฏิรูปอย่างประธานาธิบดีคาตามี, รูฮานี หรือเปเซชเกียนคิดว่าตนสามารถเจรจาและตกลงทุกอย่างกับอเมริกา แล้วกลับเข้าสู่ประชาคมระหว่างประเทศได้ ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะลัทธิคลั่งชาติอิหร่าน กล่าวคือ ความคิดที่ว่าพวกเขาสลักสำคัญเสียจนกระทั่งได้นั่งที่คนขับ ครั้งหนึ่งประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจาดเคยกล่าวจริงๆ ว่า “ผมนั่งที่คนขับ ผมจะเร่งเร็ว จะชะลอช้าลง หรือแม้แต่ขับถอยหลังก็ยังได้” ราวกับว่าเขานั่นแหละที่ยึดกุมชะตากรรมอิหร่านอยู่
ในทางเป็นจริง ทางการวอชิงตันต่างหากครับที่นั่งที่คนขับโดยมีแผนที่เส้นทางซึ่งทางการเทลอาวีฟจัดหาให้ ชาวอิหร่านจำนวนมากแม้กระทั่งพวกปฏิรูปก็หลงตกกับดักที่ว่านี้ ดังนั้น พอสถานการณ์ชักไม่เข้าท่า พวกเขาก็จะโทษนักการเมืองของตน โดยไม่ตระหนักว่าการตัดสินใจที่แท้จริงน่ะทำกันที่อื่นครับ พอได้ครองอำนาจเข้าจริง พวกประธานาธิบดีหัวเสรีนิยมก็ค้นพบว่าพวกเขาทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก

กอง บก.NLR : คุณจะบรรยายบุคลิกลักษณะของผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันที่ครองอำนาจมาถึงตอนนี้เกือบสี่สิบปีแล้วยังไงครับ? (หมายถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดในวันสัมภาษณ์ 27 กุมภาพันธ์ 2026 เขาถูกสังหารที่กรุงเตหะรานโดยการลอบโจมตีของอเมริกากับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้ https://www.bbc.com/thai/articles/ckg1z2p0gedo)
เออวานด์ : โคไมนีฉลาดหลักแหลมพอจะรู้ว่าความเข้มแข็งของเขามาจากบารมีของการได้นำการปฏิวัติปี 1979 มากเพียงใด เมื่อเขาตายแล้ว ก็จำต้องทำให้ความเข้มแข็งนั้นกลายเป็นสถาบันเสีย โดยอาศัยการอ่านชีวประวัติของศาสดานบีมูฮัมหมัด เขารู้ว่าสิ่งต่างๆ พังทลายลงเมื่อไม่กำหนดการสืบทอดอำนาจไว้ให้แน่นอนตายตัว พวกเขาประสบความสำเร็จในการทำให้บารมีกลายเป็นเรื่องกิจวัตรในบรรดาโครงสร้างต่างๆ ที่ดูน่าประทับใจหรือแม้กระทั่งทันสมัยมากทีเดียว
แต่ปัญหาอยู่ตรงความคงเส้นคงวาทางปัญญาของตัวทฤษฎีนั้นพังทลายลงไปด้วยเมื่อโคไมนีตาย ตามหลักเทววิทยาเวลายัต-เอ ฟากีห์ (การปกครองโดยนักนิติศาสตร์อิสลามตามแนวทางนิกายชีอะฮ์ https://www.britannica.com/topic/velayat-e-faqih) พวกที่มีสมรรถภาพสูงสุดในการชี้นำประเทศได้แก่ผู้นำศาสนาอาวุโสที่เชี่ยวชาญกฎหมาย ไม่ใช่แค่เชี่ยวชาญเรื่องเทววิทยาหรือประวัติศาสตร์อิสลามนะครับ แต่ต้องเชี่ยวชาญฟิกฮ์หรือนิติศาสตร์อิสลาม ทว่ามีแต่โคไมนีและผู้นำศาสนาอาวุโสสูงแค่หยิบมือเดียวอย่างเขาเท่านั้นจะคู่ควรกับบทบาทดังกล่าว พวกเขาสู้อบรมบ่มเพาะมอนตาเซอรีขึ้นมาเพื่อให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด คือให้เป็นอยาตอลเลาะห์ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญนิติศาสตร์อิสลามพอจะชี้นำรัฐได้ แต่มอนตาเซอรีดันแตกหักกับระบอบปกครองเสีย ก่อนในเรื่องการลงโทษประหารนักโทษการเมืองทั้งหลายแล้วข้ามไปเข้าข้างฝ่ายค้านแทน (https://mgronline.com/around/detail/9520000155770)
ฉะนั้น เมื่อโคไมนีตายลงในปี 1989 เอาเข้าจริงคือไม่มีใครมีคุณสมบัติเยี่ยงเขาที่จะเข้าครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดได้ พวกเขาก็เลยต้องเที่ยวหาตัวเอาจากในหมู่ผู้นำศาสนาระดับต่ำกว่าลงมา ปรากฏว่า คาเมเนอีนั้นทั้งจงรักภักดี และพึ่งพาอาศัยได้ในทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ผู้นำศาสนาอาวุโสทั้งหมดรู้ดีแก่ใจว่าคาเมเนอีไม่มีคุณวุฒิทางเทววิทยาพอที่จะสวมบทบาทฐานะของโคไมนีได้หรอก
การปกครองของคาเมเนอีนั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานรัศมีหรือบารมีใดๆ แต่อยู่บนการก่อตั้งระบบราชการขึ้นล้อม รอบตัวเขาซึ่งประกอบไปด้วยผู้คนที่เขาไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าหรือญาติโยมหรือใครสักคนที่ถูกเลือกมาเป็นลูกน้องบริวาร
มันก็ละม้ายคล้ายคลึงสตาลินอยู่นะครับตรงที่ตัวสตาลินนั้นเป็นคนดาดๆ จืดชืดไม่มีสีสันโดดเด่นอะไร แต่รู้วิธีบริหารจัดการสำนักงานเลขาธิการพรรค (https://www.lrb.co.uk/the-paper/v29/n21/sheila-fitzpatrick/charmer)
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

