ส่องลึกอิหร่าน : 3) กองทัพประจำการอิหร่าน & กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ
- อ่าน ส่องลึกอิหร่าน 1) สหรัฐเซ้งนโยบายต่ออิหร่านให้อิสราเอล
- อ่าน ส่องลึกอิหร่าน: 2) เปรียบเทียบระบอบปฏิวัติรัสเซีย-จีน-อิหร่าน
- อ่านบทความทั้งหมดของเกษียร เตชะพีระ คลิกที่นี่
บทสัมภาษณ์เออวานด์ อับราฮาเมียน (1940-ปัจจุบัน) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์อิหร่านแห่ง City University of New York แปลเรียบเรียงจาก Ervand Abrahamian, “Iran Under Fire”, New Left Review, 157, January – February 2026, 33-54 :
กอง บก.NLR : ตรงสุดยอดของระบอบสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านนั้น ลำดับชั้นผู้นำศาสนาครองอำนาจนำเหนือทั้งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติและกองทัพประจำการใช่ไหมครับ? หรือว่ากองกำลังติดอาวุธทั้งสองมีระดับความเป็นอิสระอยู่มากกว่ากันแน่?
เออวานด์ : ตอนที่คาเมเนอี (คนขวาในภาพ) สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่านจากโคไมนี (คนซ้ายในภาพ) เมื่อปี 1989 นั้น เขาได้เดินหน้าจัดสร้างสำนักศูนย์กลางขึ้นมาอย่างเป็นระบบ อันเป็นที่ซึ่งเหล่าผู้นำศาสนาอาวุโสจะใช้ตรวจสอบและแต่งตั้งบรรดาผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติทั้งปวง
นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางสังคมและการแต่งงานไขว้กันเยอะมาก ระหว่างครอบครัวผู้นำศาสนากับเหล่าผู้นำกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติด้วย ในลักษณะเชื่อมโยงชนชั้นนำทางศาสนากับของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติเข้าด้วยกัน
มันมีงานศึกษาของเมซาร์ด บูรูเจร์ดี (ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญการเมืองอิหร่านแห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมิสซูรี) ว่าเดี๋ยวนี้ครอบครัวของเหล่าผู้ปกครองอิหร่านเชื่อมโยงกันใกล้ชิดเพียงใด ในบางแง่มันก็ละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างย้อนแย้งกับระบอบเก่าของกษัตริย์ชาห์ ปาห์ลาวี ทีเดียวครับ สมัยนั้นมีราวห้าสิบครอบครัวที่ควบคุมรัฐอยู่ ถึงตอนนี้จะมากจะน้อยมันก็กลายเป็นแบบเดียวกันแล้ว
กอง บก.NLR : นั่นแปลว่าคนอย่างคาเซ็ม สุเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ก็จะทำตามที่เหล่าผู้นำศาสนาสุดยอดบอกให้เขาทำใช่ไหมครับ?
เออวานด์ : ใช่ครับ พวกผู้นำศาสนาสุดยอดไว้วางใจเขาเพราะรู้ว่าคาเซ็ม สุเลมานี จะยอมขึ้นต่อการตัดสินใจที่ทำกันที่ศูนย์กลาง เขาได้รับความไว้วางใจมากพอที่จะสามารถตัดสินใจหน้างานได้เองในสนาม แต่การตัดสินใจโดยรวมทำกันที่ศูนย์กลางนั่นแหละ
กอง บก.NLR : แล้วกองทัพบกและกองทัพอากาศล่ะครับ อยู่ใต้การควบคุมของเหล่าผู้นำศาสนาสุดยอดอย่างเหนียวแน่นหรือเปล่า?

เออวานด์ : ระบอบสาธารณรัฐอิสลามฉลาดมากทีเดียวครับในการใช้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติมาสร้างระบบคอมมิสซาร์ (คือระบบบังคับบัญชาคู่ขนานในหน่วยทหารซึ่งแบ่งเป็นผู้บัญชาการฝ่ายทหารกับผู้ชี้นำทางการเมือง) ขึ้นมาภายในสถาบันทหาร เพื่อไว้คอยจับตาเพ่งเล็งดูและป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นได้ อย่างเช่นกองกำลังพิทักษ์ การปฏิวัติก็จะมีกองกำลังอากาศที่ปฏิวัติของตัวเองทับซ้อนอยู่ภายในกองทัพอากาศอีกทีหนึ่ง การนี้ทำให้กองทหารด้อยประสิทธิภาพลงบ้าง แต่ก็ป้องกันรัฐประหารได้มั่นคงขึ้น
เราไม่รู้แน่หรอกครับว่าเกิดอะไรขึ้นลับหลังบ้าง แต่ผมนึกคิดไปไม่ออกว่ากองทหารส่วนไหนจะสามารถดำเนินการโค่นระบอบลงสำเร็จ ถ้าหากพวกเขาพยายาม มันน่าจะก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองมากกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาได้ครับ
กอง บก.NLR : กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านมีขนาดใหญ่เล็กแค่ไหนโดยเปรียบเทียบกับกองทัพบกครับ?
เออวานด์ : ตัวเลขล่าสุดที่ผมเห็นสำหรับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอยู่ที่ราว 150,000 คนครับ พวกเขายังมีพวกบาซีจ (Basij แปลว่าระดมพล) อันได้แก่ทหารบ้านอาสาอิสลามเป็นกองหนุน แต่พวกบาซีจรวมเอาวัยรุ่นและคนแก่อย่างผมเข้าไว้ด้วย ซึ่งก็ไม่เชิงเป็นกำลังทหารที่น่าครั่นคร้ามสักเท่าไร ส่วนกองทัพนั้นถูกตัดทอนกำลังลงไป ฮวบฮาบในทศวรรษ 1990 นั่นคือวิธีการที่ทำให้พวกเขาสามารถขยายโครงการประกันสังคมทั้งหลายออกไปได้ละครับ
นับแต่นั้นมา กองทัพก็ค่อยๆ ใหญ่โตขึ้น ตอนนี้กองทัพมีจำนวนคนใหญ่โตกว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติแล้วครับ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตมโหฬารอะไร ไอ้ความคิดที่ว่าอิหร่านเป็นมหาอำนาจครองความเป็นเจ้าที่กำลังจะเขมือบกลืนทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางน่ะเป็นเรื่องเพ้อฝันเหลวไหลทั้งเพครับ พวกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติน่ะติดอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครันที่จะจัดการกับผู้ชุมนุมประท้วงอยู่ แต่ก็ไม่มีสมรรถนะที่จะสำแดงแสนยานุภาพที่เป็นจริงอะไร ถ้าหากอิหร่านถูกยึดครองละก็ พวกเขาก็อาจกลายเป็นกองกำลังต่อต้านจรยุทธ์ได้ แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติไม่เคยถูกสร้างมาเพื่อเคลื่อนทัพเข้าไปในประเทศอื่นหรอกครับ การป้องกันประเทศของอิหร่านนั้นน่ะรวมศูนย์เพ่งเล็งไปที่ขีปนาวุธมากกว่าการขยายเขตแดนครับ
กอง บก.NLR : สภาพการทหารของอิหร่านที่ว่ามามันต่อเนื่องแค่ไหนเพียงใดกับโครงสร้างการทหารภายใต้กษัตริย์ชาห์แต่ก่อนครับ?
เออวานด์ : ต่างกันอย่างยิ่งเลยครับ ภายใต้กษัตริย์ชาห์ พวกนายทหารมาจากครอบครัวขุนนาง พวกเขามุ่งไต่เต้าขึ้นไปตามเส้นทางวิชาชีพ ส่วนบรรดาผู้บัญชาการทุกวันนี้ถูกฝึกขึ้นมาภายใต้สงครามอิหร่านกับอิรัก ความคิดเรื่องการพลีชีพและเข่นฆ่าศัตรูของพวกเขาถูกกำหนดโฉมโดยภาพลักษณ์ที่ระบอบสาธารณรัฐอิสลามเข้าใจตนเอง มันเป็นตลกร้ายที่เอาเข้าจริงการสู้รบมากมายในอิรักน่ะทำโดยกองทัพประจำการนะครับ แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติกลับได้เครดิตไป พวกเขาถูกมองว่าเป็นผู้ปกป้องการปฏิวัติเอาไว้ นั่นคือสาเหตุที่ทำไมพวกเขาพร้อมจะสังหารพลเรือนเมื่อได้รับคำสั่งครับ
ในทางกลับกัน นายทหารของกษัตริย์ชาห์น่ะไม่พร้อมจะทำแบบนั้นครับ ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ทำไมกษัตริย์ชาห์ไม่สั่งให้พวกนายทหารยิงสังหารพลเรือนผู้ชุมนุมประท้วง เพราะรู้ว่าขืนสั่งแบบนั้นมันอันตรายเกินไป
เมื่อเดือนมกราคมปี 1979 ตอนเริ่มการปฏิวัติอิสลามน่ะ ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ กับซบิกนิว เบรซินสกี ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของเขา ส่งพลเอกโรเบิร์ต ฮอยเซอร์ ไปกรุงเตหะรานเพื่อผลักดันให้บรรดานายพลอิหร่านทั้งหลายลงมือจัดการ เขายอมรับในชั้นหลังว่าเขาบอกให้นายพลเหล่านั้นยิงสังหารผู้ชุมนุมประท้วงเลย แต่ทว่าพวกนายพลไม่กล้าพอจะลงมือ (https://warroom.armywarcollege.edu/articles/mission-to-tehran/)
แกนนำอิหร่านปัจจุบันนั้นไม่มีความยับยั้งชั่งใจแบบนั้นนะครับ ถ้าหากเดิมพันคือการอยู่รอดแล้วละก็ พวกเขาจะยิงสังหารเลยทีเดียว นั่นคือข้อแตกต่างสำคัญครับ (https://www.bbc.com/news/articles/ckglee733wno)
กอง บก.NLR : แล้วคำสั่งยิงสังหารผู้ประท้วงมาจากพวกผู้นำศาสนาอาวุโสหรือเปล่าครับ?
เออวานด์ : ใช่ครับ
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
