เครดิตภาพ “เอพี”
ต่างประเทศ
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมที่จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
หลังจากเขาประกาศเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทันทีที่มีการเลือกหัวหน้าพรรคแรงงานคนใหม่เสร็จสิ้น
ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นเร็วสุดคือช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ ก็จะเป็นอันสิ้นสุดการบริหารประเทศของสตาร์เมอร์ ที่อยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึง 2 ปี
หลังจากเพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2024 ภายหลังจากที่พรรคแรงงานชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลาย
สถานการณ์ทางการเมืองของ “สตาร์เมอร์” นั้นถือว่าสั่นคลอนเรื่อยมา นับตั้งแต่เรื่องการตัดสินใจแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำสหรัฐอเมริกา เมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนที่แมนเดลสันจะถูกตำรวจจับกุม ข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ หลังพบว่าเขาได้ส่งข้อมูลลับให้กับ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” มหาเศรษฐีผู้ต้องหาล่วงละเมิดผู้เยาว์ เมื่อครั้งที่แมนเดลสันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
เรื่องดังกล่าวทำให้สตาร์เมอร์ถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากฝ่ายค้านและสังคม จนสตาร์เมอร์ต้องออกมายอมรับว่าตัดสินใจผิดพลาด
นอกจากนี้ สตาร์เมอร์ยังเผชิญกับแรงกดดันจากในพรรคเอง หลังจากไม่สามารถนำพาพรรคไปสู่ชัยชนะเลือกตั้งสภาท้องถิ่นได้ รวมถึงเวลส์และสกอตแลนด์ นำไปสู่การที่เวส สตรีตติง รัฐมนตรีสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยอีกหลายคนพากันลาออก เพื่อประท้วงการนำของสตาร์เมอร์
รวมทั้งจอห์น อีลีย์ รัฐมนตรีกลาโหม ตัดสินใจลาออกเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน เนื่องจากความขัดแย้งกันรุนแรงในเรื่องงบประมาณด้านความมั่นคง
แต่จุดเปลี่ยนสุดท้าย คือการที่นายแอนดี เบิร์นแฮม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ คู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญ ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้สตาเมอร์ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่สุด
และแอนดี้ เบิร์นแฮม ออกมายืนยันแล้วว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่
เบิร์นแฮมถูกมองว่าเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะมาแทนที่สตาร์เมอร์ เนื่องจากชัยชนะอย่างเด็ดขาดในการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์นั้นแสดงให้เห็นว่าเบิร์นแฮมสามารถดึงดูดคะแนนเสียงจากมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีแนวคิดทางการเมืองอันหลากหลายได้
เพราะแม้ว่าพรรคแรงงานจะมีคะแนนนิยมที่ย่ำแย่ลง และสูญเสียที่นั่งในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เบิร์นแฮมกลับสามารถฝืนกระแสดังกล่าว เอาชนะการเลือกตั้งซ่อมมาได้ และสามารถเพิ่มสัดส่วนคะแนนเสียงให้กับพรรคแรงงานได้เกือบ 55 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งหากคะแนนเสียงนี้เกิดขึ้นในระดับที่ใกล้เคียงกันทั่วประเทศในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ก็จะสามารถช่วยให้พรรคแรงงานสามารถรักษาอำนาจในการบริหารประเทศต่อไปได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในการแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งของสตาร์เมอร์จะไม่มีการระบุชื่อของเบิร์นแฮมโดยตรง แต่สตาร์เมอร์ก็ยอมรับด้วยความเต็มใจว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่สุดอีกต่อไป ในการนำพาพรรคแรงงานเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า
ทั้งนี้ ระบบการเมืองของอังกฤษจะอนุญาตให้พรรคการเมืองสามารถเปลี่ยนตัวผู้นำระหว่างดำรงตำแหน่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่
และนับต่อจากนี้ สตาร์เมอร์จะยังคงปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
โดยคณะกรรมการบริหารระดับสูงของพรรคแรงงานจะเปิดรับสมัครผู้เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานคนใหม่ ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
หากเบิร์นแฮมเป็นผู้สมัครเพียงผู้เดียว เขาก็อาจจะได้รับการรับรองให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ภายในเวลา 1 สัปดาห์หลังจากนั้น
แต่หากเกิดการแข่งขันกันขึ้น การเลือกตั้งภายในพรรคก็น่าจะต้องลากยาวไปจนถึงเดือนกันยายน ถึงจะรู้ว่าใครจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ
