บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ผมมีนัดรับประทานอาหารกลางวันกับคุณอานีส บาสเวดัน ที่ Charles Hotel ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ช่วงนั้นเป็นฤดูรับปริญญาของมหาวิทยาลัยต่างๆ รอบบอสตันพอดี
Harvard Square เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ครอบครัวจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกหลานที่เรียนจบ นักศึกษาสวมครุยเดินถ่ายรูปกันตามมุมต่างๆ ของเมือง
อานีสเดินทางมาสหรัฐเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวที่สำเร็จการศึกษา
เราสองคนพบกันครั้งล่าสุดที่กรุงจาการ์ตา เมื่อปีที่แล้ว เวลาเหมือนจะไม่นานแต่โลกเปลี่ยนไปมาก เอเชียเปลี่ยนไปมาก ทั้งไทยและอินโดนีเซียก็เปลี่ยนไปมากเช่นเดียวกัน
ผมรู้จักกับคุณอานีสหลังจากโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง พอเดินทางบ่อยก็มีโอกาสได้เจอนักการเมืองอินโดนีเซียอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น อากุส ฮาริมูร์ตี ยูโดโยโน หรือ AHY บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน, มาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ, ดิโน ปัตตี จาลาล อดีตเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำสหรัฐอเมริกา และมูฮัมหมัด ชาติบ บาสรี อดีตรัฐมนตรีคลัง ผู้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค
ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้รู้จักอินโดนีเซียมากขึ้น เพราะอย่างไรอินโดนีเซียกับไทยก็ยังเป็นประเทศอันดับหนึ่ง และอันดับสองของอาเซียน อยู่ ณ ปัจจุบัน
ทุกครั้งที่มีโอกาสพบกัน บทสนทนามักพาผมไปรู้จักอินโดนีเซียในมุมที่ลึกกว่าที่เห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์
ประเทศที่มีประชากรมากกว่า 280 ล้านคนแห่งนี้ไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน หากยังเป็นประเทศที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย ชื่อของอานีสอาจไม่คุ้นหูนัก ทั้งที่ในอินโดนีเซียเขาเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคปัจจุบัน
ก่อนเข้าสู่การเมือง เขาเป็นนักวิชาการ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย และเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ Indonesia Mengajar ที่ส่งบัณฑิตรุ่นใหม่ไปสอนหนังสือในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ
ต่อมาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา
ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากขึ้นจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียเมื่อปี 2024 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อานีสได้รับคะแนนเสียงเกือบ 41 ล้านเสียง หรือประมาณหนึ่งในสี่ของคะแนนทั้งหมด แม้จะพ่ายแพ้ให้กับปราโบโว ซูเบียนโต ที่ได้รับคะแนนเสียงกว่า 96 ล้านเสียง
แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถสร้างฐานสนับสนุนขนาดใหญ่ทั่วประเทศได้สำเร็จ
สิ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับแคมเปญของคุณอานีส นอกจากจำนวนคะแนนเสียงที่ได้ ไม่น้อยเลยทีเดียว หากเป็นวิธีที่เขาสร้างการเคลื่อนไหวทางการเมืองขึ้นมา
คนจำนวนมากที่เข้ามาช่วยงานไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ หลายคนเป็นนักศึกษา คนทำงานรุ่นใหม่ หรืออาสาสมัครที่เชื่อว่าตัวเองสามารถมีส่วนร่วมกับอนาคตของประเทศได้
ขบวนการหาเสียงของเขาจึงมีพลังบางอย่างที่น่าสนใจ และทำให้ผมนึกถึงการเมืองรูปแบบใหม่ที่เราเห็นในหลายประเทศทั่วโลก
ในขณะเดียวกัน การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อินโดนีเซียกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุนทั่วโลก เป็นข่าวใหญ่พาดหัวหลายสำนักทั่วโลกเลยทีเดียว
เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงราว 5-10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในบางช่วง และเคลื่อนไหวใกล้ระดับอ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปรับตัวลดลงราว 10-15 เปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุดก่อนหน้า ส่งผลให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียต้องเข้าแทรกแซงตลาดและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
สำหรับคนที่เคยทำงานในตลาดทุน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่การที่ค่าเงินอ่อนหรือดัชนีหุ้นปรับตัวลง เพราะเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอในตลาดเกิดใหม่
สิ่งที่ตลาดกำลังส่งสัญญาณคือคำถามเกี่ยวกับความเชื่อมั่นนักลงทุนจำนวนไม่น้อยกำลังพยายามประเมินว่ารัฐบาลจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างโครงการใช้จ่ายขนาดใหญ่ การดึงดูดการลงทุน และวินัยทางการคลังได้หรือไม่
ในโลกการเงิน ความเชื่อมั่นมักเคลื่อนไหวเร็วกว่าตัวเลขเศรษฐกิจจริงเสมอ
ในช่วงเวลาเดียวกัน นักศึกษาจำนวนไม่น้อยเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกครั้ง เสียงสะท้อนจากมหาวิทยาลัยและภาคประชาสังคมเริ่มดังขึ้นตามลำดับ
บางส่วนแสดงความกังวลเรื่องค่าครองชีพ
บางส่วนตั้งคำถามต่อทิศทางของประเทศ
ภาพเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าอินโดนีเซียกำลังเผชิญวิกฤต
หากสะท้อนว่าความคาดหวังของผู้คนต่ออนาคตของประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น
ผมถามคุณอานีสว่าหลังจากการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว อะไรคือสิ่งที่ทำให้เขายังคงมีกำลังใจทำงานต่อ
เขาไม่ได้ตอบถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ได้พูดถึงคะแนนนิยม หรือโอกาสทางการเมือง
หากเล่าถึงนักศึกษาที่เขาพบระหว่างการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ของอินโดนีเซีย
เล่าถึงอาสาสมัครที่ยังคงทำงานกับชุมชนของตัวเอง และเล่าถึงคนหนุ่มสาวที่ยังเชื่อว่าพวกเขาสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ก็ตาม
บทสนทนาของเราจึงค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งเรื่องเศรษฐกิจมาเป็นเรื่องผู้คน จากเรื่องนโยบายมาเป็นเรื่องการจัดตั้ง จากเรื่องรัฐบาลมาเป็นเรื่องของชุมชน
เขาเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในทำเนียบรัฐบาลหรือรัฐสภา
หากเกิดขึ้นจากผู้คนที่ลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างในพื้นที่ของตัวเอง
ก่อนแยกย้ายกันในวันนั้น เรากลับไปคุยเรื่องครอบครัวอีกครั้ง บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องลูกสาว และจบลงด้วยเรื่องลูกสาวเช่นเดิม หัวเราะกันสนุกสนานตามประสาคุณพ่อของลูกสาว ถึงแม้ว่าผมจะตามหลังคุณอานีสอยู่หนึ่งทศวรรษก็ตาม (ลูกสาวเราอายุห่างกัน 10 ปีพอดี)
และนี่คือการสนทนายามบ่าย เป็นการพบกันระหว่าง “The Almost President” กับ “The Almost Prime Minister” ที่ไม่เคยรู้สึกหมดหวัง คำว่า Almost สำหรับเรานั้นแสดงได้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว คำว่า Almost เป็นของขวัญ คือพลังของผู้คนที่พร้อมจะเชื่อในอนาคตที่ดีกว่าเดิม และพร้อมจะลงมือทำเพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง
การเลือกตั้งจบลงได้ ตำแหน่งทางการเมืองเปลี่ยนมือได้ ชัยชนะและความพ่ายแพ้ล้วนเป็นเรื่องชั่วคราว ความหวังต่างหากที่อยู่ได้นานกว่า
I wish you endless courage! ผมลาคุณอานีสแบบนี้ครับ
จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่
