bg-single

บารมี ผีตาหนู

26.06.2026

ในประเทศ

รู้กันดีว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนักการเมืองสไตล์บ้านๆ ใช้ชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ

ประมาณว่า เช้าของวันหนึ่ง เห็นนายอนุทินนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางก่อนเข้าทำเนียบ ขณะที่เย็นของอีกวันหนึ่ง กลับเห็นภาพนายอนุทินกลับไปยืนอยู่อีกซีกโลก จับมือประธานาธิบดีปูติน พร้อมอวดรูปเฮลิคอปเตอร์รัสเซียที่กระทรวงมหาดไทยของไทยเคยซื้อมาไว้ดับไฟป่า

วันหนึ่งเคยนั่งโรลส์-รอยซ์ ยนตรกรรมประดับของอภิมหาเศรษฐีเข้าทำเนียบ แต่ในวันที่น้ำมันโลกราคาพุ่ง ก็ได้เห็นนายกฯ หนูซิ่งรถไฟฟ้า BYD เข้าทำเนียบแบบไม่ต้องมีขบวนรถนำขบวน อยากแวะตรงไหนก็แวะ

นายอนุทินไม่ได้เพิ่งเป็นแบบนี้ตอนนั่งเก้าอี้นายกฯ แต่ทำแบบนี้มานาน

แม้จะเป็นนักการเมืองจากระบอบบ้านใหญ่ แต่ในระดับชาวบ้าน นายอนุทินก็เก่งในการสร้างความรู้สึกว่าเป็น “พวกเดียวกัน”

ไม่ใช่ประเภทแตะต้องไม่ได้ ไม่ใช่แบบเจ้าพ่อมาเฟียนักการเมืองในอดีต

ไม่ต้องแปลกใจกับภารกิจในสัปดาห์นี้ของนายกฯ หนูที่เพิ่งจะบินกลับจากยุโรปมาถึงประเทศไทยกลางดึก ยังไม่ทันหลับเต็มอิ่มก็ต้องตื่นออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าไปเปิดงานประเพณีผีตาโขน ที่ จ.เลย

และความเป็นคนง่ายๆ พูดกับชาวบ้านเข้าใจง่าย ก็ปรากฏบนคำกล่าวบนเวที

ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์อ้อนขอความเห็นใจสไตล์นักการเมืองลูกทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจงประเด็นต่างๆ แบบถึงลูกถึงคน ไม่อ่านสคริปต์ (จนหลายครั้งเผลอหลุดสบถ) ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น โยงเข้ากับชีวิตทางการเมืองของตัวเอง

อย่างการเปิดงานผีตาโขนที่ จ.เลย ก็กล่าวว่า ที่ตัวเองเข้ามาเป็นนายกฯ ได้ เพราะในห้องทำงานมีรูปจำลองผีตาโขนที่คนเคยมอบให้ จนทำให้เจริญรุ่งเรือง

จาก รมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย รองนายกฯ สู่ตำแหน่งนายกฯ ในวันนี้

หรือจะเป็นการแซวว่า จบงานผีตาโขน อย่าลืมไปแวะงาน “ผีตาหนู” มหกรรมโอท็อปที่เมืองทองฯ ก่อนสวมหน้ากากผีตาโขน เรียกเสียงฮา

นั่นคือการพยายามรักษาตัวตนของตัวเองไว้ ท่ามกลางปัญหาการเมืองระดับชาติ ที่วันนี้เป็นการเปิดฉากโต้กลับของรัฐบาลค่ายสีน้ำเงิน-ทีมผีตาหนู ต่อนักการเมืองฝ่ายค้าน ที่ยกระดับความเข้มข้น “หลอกหลอน” หนักมากยิ่งขึ้น

หลังการเปิดฉากระดมสรรพกำลังของซีกฝ่ายค้าน ถล่มใส่กล่องดวงใจค่ายสีน้ำเงินคือ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอี ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่าน จากการพยายามไฟเขียวโครงการแจกเอไอฟรีจากภาษีประชาชนมูลค่า 1,621 ล้านบาท

“ป้อม” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และซีอีโอผู้ก่อตั้งบริษัทตลาด ดอท คอม กรุ๊ป หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของไทย แจ้งเกิดในฐานะหัวหมู่ทะลวงฟันค่ายสีน้ำเงินเสียหาย

ตามมาด้วยกองทัพเนิร์ดไอทีช่วยกันออกมาตั้งข้อสังเกตโครงการ TH-AI passport ทั้งตัวโครงการ กระบวนการใช้งบ และการประมูลส่งพิรุธหลายเรื่อง สถานการณ์ย่ำแย่จนปลัดกระทรวงต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลง ถูกต้อนจนมุม จนต้องใช้ตรรกะหลังพิงฝาว่า “ทำถูกตามระเบียบทุกอย่าง”

ขณะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ป้อม ภาวุธก็เจอข่าวปล่อยว่า ดีเอสไอกำลังไล่สอบนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านเกี่ยวคดี Forex

ชื่อ “ป้อม ภาวุธ” กลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ให้อินฟลูเอนเซอร์ขุดค้นประวัติมาตีแผ่

ถัดจากวันที่ปล่อยข่าวไม่กี่วัน ดีเอสไอก็ตั้งโต๊ะแถลงจริงตามที่มีข่าวหลุด อ้างว่า จากการสืบสวน พบเส้นทางการเงินจากกลุ่มขบวนการคดี Forex โอนเงินเข้าบัญชีของ นายภาวุธ รวม 14 ครั้ง เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 28 ล้านบาท

ก่อนจะทิ้งท้าย ยืนยันว่าที่ออกมาแถลงนั้นยังไม่ยืนยันว่า “ป้อม ภาวุธ” เป็นผู้ต้องหา แค่สงสัยเฉยๆ ยังรอให้บุคคลที่สงสัยส่งข้อมูลมาชี้แจงได้

เล่นเอาสังคมที่ติดตามข่าวถึงกับร้องอ้าว… ชื่อผู้ต้องหายังไม่รู้ แต่ปล่อยชื่อผู้ต้องสงสัยมาแล้ว

แม้จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลแบบเล็กๆ น้อยๆ อาศัยเล่นกับภาพ การเปิดคลิปที่ป้อม ภาวุธ เคยอยู่ในเฟรม แต่ก็เล่นเอาเจ้าตัวสะบักสะบอม

เป็นการสร้างการ “หลอกหลอน” ตัวตึงไอทีฝ่ายค้านได้อย่างประสบความสำเร็จ

วันนี้สังคมลดการพูดถึงเรื่องแจกเอไอ 1.6 พันล้านไปมากแล้ว โดยผู้นำการออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ต้องเจ็บตัวและใช้ชีวิตแบบ “หวาดระแวง”

อดคิดไม่ได้ว่า ขบวนการผีตาหนูช่างร้ายจริงๆ เชียว

อีกหนึ่ง “เรื่องหลอนหลอก” จากค่ายสีน้ำเงินทีมงานผีตาหนู ต่อพรรคฝ่ายค้านช่วงนี้หนีไม่พ้นประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กองทัพสีน้ำเงินทีมงานผีตาหนูใส่เกียร์เดินหน้าแบบหัวชนฝา ยิ่งนานวันยิ่งชัดเจนในจุดยืนไม่ประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น

อาจจะด้วยความมั่นอกมั่นใจ กุมสภาพเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างและสภาบนชนิดเด็ดขาดเบ็ดเสร็จ วาระของรัฐธรรมนูญของค่ายสีน้ำเงินวันนี้จึงขยับมาอยู่ในจุดที่พร้อมแก้ไขยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามเสียงประชามติโดยเร็วที่สุด

แต่แฝงประเด็นสุดโหดให้ “หลอนหลอก” ฝ่ายค้านและภาคประชาสังคม

ไม่ว่าจะเป็นการยืนกราน ห้ามมี สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะมาจากทางตรงหรือทางอ้อมก็ไม่เอา ไม่ว่าจะเป็นการยืนกรานคงไว้ซึ่งเสียง ส.ว.ในการไฟเขียวแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เรื่องหัวชนฝาเรื่องเดิมที่เคยใช้กับฝ่ายค้าน คือการคงหมวด 1 หมวด 2 ดูเบาไปเลย เพราะประเด็นเรื่องห้ามเลือกตั้ง สสร.หัวชนฝายิ่งกว่า

ไปอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” นั้น หมายถึงห้ามประชาชนเลือก “คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” โดยตรง เท่านั้น

ไม่มีประโยคใดเลยที่ศาลรัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้มีการเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ก็เป็นไปตามที่ประเทศเราเคยทำกันและยึดถือกันมาว่าให้ประชาชนเลือก สสร. จากนั้นให้ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งไปทำหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกทีหนึ่ง

แต่ค่ายสีน้ำเงินทีมงานผีตาหนูหลายท่าน แม้จะมีประสบการณ์เรื่องรัฐธรรมนูญโดยตรงมาแล้ว ก็ยังยืนยันเสียงแข็งด้วยตรรกะ “ห้ามเลือกตั้ง สสร.ไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะอาจขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ”

ยังบอกด้วยว่า หากถูกร้องก็จะทำให้คนไทยได้รัฐธรรมนูญช้าไปอีก!

แม้สัปดาห์ที่ผ่านมา จะมี ส.ส.-ส.ว.แท็กทีมกันไปในนามคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และผู้แทนพรรคการเมือง พูดคุยกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและคณะตุลาการ

ก็ยืนยันในหลักการนี้ว่า เลือก สสร.ได้ แต่ สสร.ต้องมาเลือก คณะกรรมาธิการยกร่างฯ อีกที

ก็ยังได้รับการคัดค้านแบบเดิมว่า ต้องไม่เอา สสร.เลือกตั้งเลย เพราะกลัวผิดคำวินิจฉัย กลัวจะเสียเวลา

เรื่องนี้ถ้าค่ายสีน้ำเงินทีมงานผีตาหนูทำสำเร็จ จะนับได้ว่าเป็นการหลอกหลอนครั้งใหญ่ คนโดนหลอกคือ ประชาชน 21 ล้านคนที่ไปลงประชามติให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

แม้ค่ายสีน้ำเงินจะโต้กลับ รุกปล่อยเรื่อง “หลอกหลอน” ขั้วฝ่ายค้าน เอาคืนที่ถูกโจมตีทางการเมือง แต่ก็มาพร้อมกับการสร้างเซอร์ไพรส์ให้ประชาชนหลายเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลออกมาแฉเองเรื่องค่าไฟทางแต่บิลประชาชน โดยเตรียมรื้อระบบใหม่ให้เป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น หรือจะเป็นการผ่านกฎหมายตั๋วร่วมระบบรถไฟฟ้า ยังมีกรณีปรับแนวเขตทับลาน ที่ภาคประชาสังคมต่อสู้เพื่อสิทธิชาวบ้านที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ มาอย่างยาวนาน ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยการออกมาจัดการขบวนการโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ความเสียหายหลักพันล้าน

เป็นการขับเคลื่อนเรื่องเล่าใหม่ๆ ในรอบสัปดาห์จากสัปดาห์ก่อน ที่หลายเรื่องร้อนกระทบรัฐบาลอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นปัญหา พ.ร.บ.กู้ 4 แสนล้าน, กรณีโยกย้ายข้าราชการที่ภูเก็ต, กรณีคลิปฉาวฮั้ว ส.ว. ที่ต่างส่งผลสะเทือนต่อสถานะอำนาจของค่ายสีน้ำเงิน

การเมืองก็มีทั้งรุกและรับต่อไปเช่นนี้

“ผีตาหนูและทีมงาน” สัปดาห์นี้ ปรับยุทธศาสตร์ “ตั้งรับ” เปลี่ยนเป็น “รุกคืน” หลอกหลอนฝ่ายค้านอีกครั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

บารมี ผีตาหนู
ความสัมพันธ์จีน-เมียนมาร่วมสมัย : ใครได้ ใครเสีย
เมื่อภูมิเศรษฐศาสตร์ สำคัญกว่าภูมิรัฐศาสตร์!
หมดเวลา ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ เป็นนายกฯ อังกฤษไม่ถึง 2 ปี
บทสนทนากับอานีส บาสเวดัน
หลัง 24 มิ.ย. 2475 กำเนิดวุฒิสภา หลัง 26 มิ.ย. 2567 กำเนิด…ฮั้ว ส.ว.
การบ้านใหญ่คน กทม. ไม่ได้จบที่คูหาเลือกตั้ง วาระของเมืองยากกว่าหาเสียง
ดีลอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา ความตกลงสันติเพื่อสงครามรอบใหม่
โกงสอบท้องถิ่นต้องลากให้ถึงจอมบงการ
พรรคการเมือง ‘เสียงแตก’ ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล หรือแค่ความเห็นตุลาการฯ
E-DUANG | ป้อมค่าย แตกจาก ภายใน ไม่ว่า”ภูเก็ต” ไม่ว่า”อบต.”
24 มิถุนาฯ จาก ‘เอกสารชั้นต้น’ | ปราปต์ บุนปาน