bg-single

รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม

13.07.2026

บทความพิเศษ | ศิริชัย จันทวงษ์

รู้จัก อับบาส อะรอกชี

จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม

แม้ข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐกับอิหร่านทำให้เกิดความผ่อนคลายจากปัญหาความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาอย่างมาก แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางจะกลับมาเป็นปกติเช่นช่วงก่อนเกิดการปะทะ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า อย่างน้อยความเคลื่อนไหวทางการเมืองดังกล่าวของทั้งสหรัฐ และโดยเฉพาะอิหร่านก็ทำให้เศรษฐกิจการเมืองโลกที่อยู่ในสภาวะคอปริ่มน้ำ ได้มีโอกาสโผล่จากน้ำขึ้นมาหายใจได้

ต้องยอมรับว่าหนึ่งในบุคคลที่โดดเด่นทางการเมืองและการเจรจาระหว่างประเทศอย่างมาก มีส่วนทำให้การต่อรองกับสหรัฐชาติมหาอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น หนีไม่พ้นต้องพูดถึงบทบาทของอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน

อะรอกชี เป็นนักการทูตและนักการเมืองชาวอิหร่าน เขาเป็นที่รู้จักอย่างมากจากการเป็นผู้มีบทบาทดำเนินการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ (JCPOA) กับสหรัฐ (รัฐบาลโอบามา) จนประสบความสำเร็จ

ชีวิตวัยเยาว์ของเขานั้น เกิดในครอบครัวชาวเปอร์เซียที่มั่งคั่งในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เขามีพี่น้องชายหญิงอีก 6 คน โดยตระกูลของเขาเป็นตระกูลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าพรม และพี่น้องของเขาเกือบทั้งหมดก็ประกอบอาชีพด้านพาณิชยกรรม

ปี 1979 (อายุประมาณ 16-17 ปี) อะรอกชีเข้าร่วมการปฏิวัติอิสลาม และหลังจากนั้นเข้าร่วม IRGC ในฐานะเยาวชนที่สนับสนุนการปฏิวัติ

ช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก (1980-1988) อะรอกชีรับราชการใน IRGC รวมประมาณ 9 ปี ทั้งยังเคยจับปืนเข้าร่วมรบในสงครามอิหร่าน-อิรัก

หลังจบสงครา อะรอกชีเข้าทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นอุปทูตอิหร่าน (Iran’s charg? d’affaires) ประจำองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation : OIC) ณ นครเจดดาห์ (Jeddah) ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตั้งแต่ปี 1989-92

ก่อนเข้าเรียนปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และต่อปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอิสลามอาซาด (Islamic Azad University) ในกรุงเตหะรานควบคู่กับการทำงาน

ในปี 1993 อะรอกชีเดินทางไปเรียนต่อปริญญาเอกด้าน Political Thought (ความคิดทางการเมือง) จากมหาวิทยาลัยเคนท์ (University of Kent) ประเทศอังกฤษ โดยทำหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่อง The Evolution of the Concept of Political Participation in Twentieth Century Islamic Political Thought โดยมี ศ.ดร.เดวิด แม็คเลลลัน (David McLellan) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเกี่ยวกับลัทธิมาร์กซ์ (Marxism) เป็นที่ปรึกษา

วิทยานิพนธ์ของเขานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการศึกษาถึงจุดร่วมของระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตกกับการปกครองแบบอิสลาม

อะรอกชียังมีความเชี่ยวชาญในภาษาเปอร์เซีย ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ

หลังเรียนจบ อะรอกชีกลับมารับราชการจนได้เป็นผู้อำนวยการสถาบันการเมืองและการระหว่างประเทศ (the Institute for Political and International Studies : IPIS) ในช่วงปี 1998-99 เป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำฟินแลนด์ ในปี 1999-2003

และหลังจากนั้น ในปี 2004 เขาได้กลับมารับตำแหน่งทางด้านการศึกษาอีกครั้ง โดยเป็นคณบดีคณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ประมาณหนึ่งปี

ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านกฎหมายและกิจการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

จนถึงปี 2008 จึงกลับไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำญี่ปุ่น เป็นเวลากว่า 4 ปี

แล้วก็กลับไปรับตำแหน่งเดิมคือเป็นรองรัฐมนตรีฝ่ายเอเชีย-แปซิฟิก และเครือจักรภพ ด้านกิจการเอเชียและโอเชียเนีย โดยเขาดำรงตำแหน่งดังกล่าว

จนกระทั่งปี 2013 จึงขยับกลับมาเป็นรองรัฐมนตรี ด้านกฎหมายและกิจการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกครั้ง

ครานี้ เขาได้รับโอกาสสำคัญจากโมฮัมหมัด จาหวัด ซารีฟ (Mohammad Javad Zarif) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านในเวลานั้น ให้อะรอกชีเข้าร่วมทีมคณะเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ร่วมกับ Hamid Baeidinejad และ Davoud Mohammadnia

โดยในวันสุดท้ายของการเจรจารอบแรก เขาได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ว่า “ควันสีขาวได้ลอยขึ้นมาจากการพูดคุยที่เจนีวา” ซึ่งเป็นการบอกเป็นนัยของความสำเร็จในการเจรจา

ในเวลาต่อมา อะรอกชีมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ในการเป็นหัวหน้าคณะเจรจาระหว่างอิหร่านกับ 5 มหาอำนาจ (สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน) และเยอรมนี จนนำมาสู่ข้อตกลง Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ในปี 2015 อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 เมื่อพรรครีพับลิกันได้รับชัยชนะ และโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าวกับอิหร่านก็ได้ถูกยกเลิกไป

ช่วงการเจรจานิวเคลียร์นั้น อะรอกชีสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับบรรดานักการทูตจากตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นจากอังกฤษและฝรั่งเศส ด้วยความสามารถของอะรอกชี ทำให้เขามีเครือข่ายทางอำนาจและบุคคลที่กว้างขวาง ซึ่งส่งผลให้เขาสามารถเข้าถึงเครือข่ายการทางการทูตกับโลกตะวันตกได้จนถึงปัจจุบัน

อะรอกชียังให้ความสำคัญทางด้านความสัมพันธ์กับรัสเซียและจีน โดยเขามองว่าเป็นพันธมิตรที่สำคัญและมีศักยภาพที่จะเป็นมหาอำนาจใหม่ได้

อะรอกชีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน จนกระทั่งถึงปี 2021 เขาก็ถูกแทนที่โดย อาลี บาเฆรี คานี (Ali Bagheri Kani) โดยอะรอกชีค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงจนเป็นเพียงที่ปรึกษารัฐมนตรี

การลดบทบาทของอะรอกชีลงเช่นนี้ ได้รับการวิเคราะห์ว่าเป็นผลมาจากนโยบายนิวเคลียร์ของอิหร่านได้เปลี่ยนไปสู่แนวทางที่แข็งกร้าวขึ้น ภายหลังจากที่ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านถูกยกเลิก

ภายหลังจากที่เขาถูกลดความสำคัญลงนั้น เขาก็หายไปจากหน้าสื่อสักพัก และกลับมาอีกครั้งในฐานะเลขานุการสภายุทธศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Secretary of the Strategic Council of Foreign Relations) ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่สำนักงานผู้นำสูงสุดอิหร่าน

การขยับตัวของเขาในครั้งนี้ ได้รับการวิเคราะห์ว่าเขาน่าจะสามารถเขาไปสู่วงในของกลุ่มอำนาจที่ใกล้ชิดผู้นำสูงสุดได้แล้ว

อะรอกชีอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จนกระทั่งปี 2024 เขาก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ในสมัยของประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน (Masoud Pezeshkian) ในห้วงดังกล่าว จนถึงปัจจุบัน

เขามีบทบาทสำคัญในด้านการต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเยือนซีเรีย ในสมัยของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar Al-Assad)

การส่งสารแสดงการสนับสนุนกลุ่มฮามาสและชาวปาเลสไตน์

การเดินทางเยือนอัฟกานิสถาน ภายหลังจากที่กลุ่มตาลีบันยึดอำนาจได้ นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐในหลายเหตุการณ์

ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐและอิสราเอลได้ร่วมกันปฏิบัติการอีปิค ฟิวรี่ (Epic Fury) ต่ออิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้สูงสุด และบรรดาบุคคลสำคัญทางการเมืองและการทหารของอิหร่านเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก กลายเป็นสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล

ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากที่สหรัฐเริ่มโจมตีอิหร่าน สหรัฐก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าการโจมตีอิหร่านต่อไปอาจได้ไม่คุ้มเสีย จึงเปลี่ยนท่าทีและต้องการยุติความขัดแย้งด้วยการเจรจาแทน

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้บริหารในคณะรัฐมนตรีของอิหร่านได้เสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งผู้ที่สามารถเป็นตัวแทนของรัฐบาลอิหร่านก็เหลือเพียงไม่กี่คน

หนึ่งในนั้นคือประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน

และอีกคนที่มีความโดดเด่นทางการทูต ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

บทบาทและความนิยมของอะรอกชีในห้วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนในประเทศมุสลิม ในทางเดียวกันกับบรรดาคู่สงครามอย่างสหรัฐและอิสราเอล ก็ต่างมองว่าอะรอกชีมีความเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการทูตสายประนีประนอม ทั้งจากปูมหลัง และจากบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า

“ทุกคนเห็นพ้องกันว่าการทูตเป็นหนทางที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ตราบใดที่การทูตยังได้ผล ก็จะไม่มีใครใช้กำลัง หนทางที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าในการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือหนทางการทูต ประเทศต่างๆ จะใช้กำลังเข้าทำสงครามเมื่อการทูตไม่มีประสิทธิภาพ หรือเมื่อต้นทุนของการทูตสูงกว่าต้นทุนของสงคราม”

ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนายโอเด็ด อิลาม (Oded Ailam) อดีตหัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของมอสสาด (Mossad) ของอิสราเอล ซึ่งแสดงความเห็นว่า อะรอกชีเป็นนักปฏิบัติและนิยมหนทางสายกลาง โดยไม่ได้ยึดแนวทางอิสลามแบบสุดโต่ง

และเขาสามารถปฏิบัติงานภายใต้ผู้นำสายกลางอย่างฮัสซัน รูฮานี (Hassan Rouhani) หรือผู้นำสายอนุรักษนิยมอย่างมาห์มูดห์ อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อิลามยังตั้งข้อสังเกตถึงความแพรวพราวทางการทูตจากการใช้ภาษาเปอร์เซียเป็นหลักเมื่อมีการเจรจา และใช้ล่ามภาษาอังกฤษแม้ว่าเขาจะมีความเชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษด้วยเช่นกัน

ความโดดเด่นจากผลงาน ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับบรรดาทูตตะวันตก ความสามารถ ตลอดจนการได้เข้าถึงวงในแห่งอำนาจของผู้นำสูงสุดอิหร่าน และการมีสายสัมพันธ์กับกองกำลังพิทักษ์อิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ทำให้คำพูดของเขา อะรอกชี มีพลังมากพอที่ผู้นำสูงสุดจะรับฟัง และดูเหมือนจะฟังมากกว่าเปเซชกียานด้วยซ้ำในชั่วโมงนี้

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เบื้องหลังการเกิดขึ้นของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน หากไม่มีรัฐมนตรีต่างประเทศชื่อ อะรอกชี นักการเมืองอิหร่าน ผู้มีปูมหลังเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการทูตสายประนีประนอม

ข้อตกลงนี้อาจไม่เกิดขึ้นโดยง่าย

และโลกก็อาจจะยังคงเห็นขีปนาวุธยิงใส่กันอยู่เวลานี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนรอย ครูเบญ ถึง ครูนิ่ม ซ้ำซาก วิกฤตระบบสอบครู
SONG SUNG BLUE | ‘มิตรรักนักเพลง’
ซีพี กับภาระอันหนักอึ้ง
Songs in the Key of Life : ใต้เงาจันทร์
‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์
รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม
อนาคตการทำงาน คือ ‘ความเป็นคน’
เปิดโผ ตท.28 ดัน ‘แม่ทัพไก่’ ขึ้น 5 เสือจ่อ ผบ.ทบ. จัดทัพ ‘ฉก.คอแดง’ -แม่ทัพ 1ใหม่ ทบ.วัดพลัง ตท.26-ตท.28 ตท.27 เข็น ‘บิ๊กใหญ่’ ชิง ทบ.1
‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’ นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (13)
‘พันธุ์อาจ ชัยรัตน์’ โยน ‘บิ๊กไอเดีย’ ‘ยุบ-รวม’ กระทรวง ‘อว.-ดีอี’
เจ้าของ ‘แหวนตราประทับทองคำ’ อายุ 2,100 ปี พบใหม่ที่ดอนยายทอง เพชรบุรี ควรเป็นชนชาติใด?