bg-single

‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’ นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย

13.07.2026

บทความพิเศษ | เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

[email protected]

‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’

นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย

300 ปีที่แล้ว ปีเตอร์มหาราชขึ้นเรือจากรัสเซียไปยุโรปเพื่อเรียนรู้ว่าโลกกำลังจะเป็นอะไร

80 ปีที่แล้ว ยุโรปเผาตัวเองในสงครามสองครั้งจนต้องวางอาวุธและสร้างโลกใหม่บนซากเถ้า

Henry Kissinger เคยพูดไว้ว่า “อย่าลืมว่าการรวมเยอรมนีสำคัญกว่าการก่อตั้ง EU การล่มสลายของโซเวียตสำคัญกว่าการรวมเยอรมนี และการผงาดของจีนและอินเดียสำคัญกว่าการล่มสลายของโซเวียต”

ประวัติศาสตร์ไม่ได้เรียงตามปฏิทิน แต่เรียงตามน้ำหนักของการเปลี่ยนแปลง

แล้วขั้นถัดไปคืออะไร

ราคาที่ยุโรปจ่าย

และใครที่ทำให้ต้องจ่าย

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 อเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในปฏิบัติการ Operation Epic Fury ยุโรปไม่ได้ร่วมตัดสินใจ ไม่ได้ร่วมวางแผน และไม่ได้ร้องขอให้ทำ

แต่ยุโรปรับผลกระทบเต็มๆ

เมื่ออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ ราคาพลังงานพุ่งขึ้นทันที เศรษฐกิจยุโรปที่ยังแบกรับต้นทุนสงครามยูเครนอยู่ก็รับแรงกระแทกอีกรอบ

ตัวเลขบอกได้ตรงที่สุด ก่อนสงครามยูเครน รัสเซียส่งก๊าซให้ยุโรปกว่า 40% ของความต้องการทั้งหมด เมื่อท่อ Nord Stream ถูกระเบิดในปี 2022 ราคาก๊าซพุ่งสูงกว่า 300 ยูโรต่อ MWh เยอรมนีประเทศเดียวต้องอัดฉีดเงินอุดหนุน 95,000 ล้านยูโร EU และประเทศสมาชิกจ่ายเพื่อยูเครนไปแล้วกว่า 197,000 ล้านดอลลาร์ รวมค่าดูแลผู้ลี้ภัยอีก 155,000 ล้านยูโร ราคารวมของสงครามสำหรับยุโรปอยู่ที่ราว 330,000 ล้านยูโรในสามปีครึ่ง

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น

ทรัมป์ทำสงครามการค้าใส่ยุโรปด้วยภาษีนำเข้าสูงถึง 30% คุกคามจะยึดกรีนแลนด์จากเดนมาร์กซึ่งเป็นสมาชิกนาโต้ด้วยกัน และตลอดหกสัปดาห์ของ Operation Epic Fury ยุโรปปฏิเสธที่จะส่งทหารเข้าร่วม เพราะมองว่านี่คือสงครามที่อเมริกาก่อขึ้นเองโดยไม่มีใครขอ

วันที่ 7 เมษายน 2026 สงครามอิหร่านหยุดยิงชั่วคราว

วันถัดมา ทรัมป์โพสต์ข้อความด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ซึ่งในโลกออนไลน์หมายถึงการตะโกน “NATO WASN’T THERE WHEN WE NEEDED THEM, AND THEY WON’T BE THERE IF WE NEED THEM AGAIN. REMEMBER GREENLAND” และประกาศกำลังพิจารณาถอนทหารอเมริกันออกจากประเทศสมาชิกที่ไม่ให้ความร่วมมือ

นั่นคือสิ่งที่นาโต้มอบให้ยุโรปในปี 2026 ไม่ใช่ความปลอดภัย แต่คือใบเรียกเก็บเงิน

ยุโรปกำลังตั้งคำถามเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษว่า พันธมิตรนี้ได้อะไรมาและเสียอะไรไป

นาโต้ไม่ได้แก้ปัญหา

มันคือส่วนหนึ่งของปัญหา

คนส่วนใหญ่มองว่านาโต้คือคำตอบ

ผมมองว่านาโต้คือส่วนหนึ่งของปัญหา

นาโต้ทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกันในแบบที่ไม่มีใครพูดถึง สำหรับปูติน นาโต้คือเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ดีที่สุดที่เขามี ตราบใดที่นาโต้ยังอยู่ เขามีข้ออ้างในการรักษาระบอบ รักษาการใช้จ่ายทางทหาร และปิดปากฝ่ายค้าน ภัยคุกคามจากภายนอกคือออกซิเจนของระบอบเผด็จการ

สำหรับยุโรป นาโต้คือข้ออ้างในการไม่ต้องทำอะไร

ร่มนิวเคลียร์คือการที่อเมริกาประกาศว่าถ้าใครโจมตีพันธมิตรนาโต้ อเมริกาจะตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถ้าจำเป็น ทำให้ประเทศเล็กๆ อย่างเอสโตเนียได้รับการคุ้มครองจากคลังนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยอัตโนมัติ เมื่อมีร่มนี้คุ้มครอง ยุโรปจึงไม่มีแรงจูงใจสร้างกองกำลังตัวเอง

ผลลัพธ์คือยุโรปมีเศรษฐกิจชั้นหนึ่ง แต่เจตจำนงทางการทหารชั้นสอง

สิ่งที่รัสเซียกลัวจริงๆ

รัสเซียบุกรุกหรือแทรกแซงประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นฮังการี เชโกสโลวาเกีย อัฟกานิสถาน จอร์เจีย หรือไครเมีย และทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นก่อนที่ฟินแลนด์และสวีเดนจะเข้านาโต้เสียอีก

นาโต้ขยายเพราะรัสเซียก้าวร้าว ไม่ใช่ในทางกลับกัน

นี่คือวงจรที่แก้ไม่ได้ตราบใดที่นาโต้ยังอยู่ รัสเซียก้าวร้าวเพราะกลัวนาโต้ นาโต้ขยายเพราะรัสเซียก้าวร้าว และนาโต้เองก็ต้องการศัตรูเพื่อดำรงอยู่ ทุกฝ่ายติดกับดักของตัวเองโดยไม่มีทางออก

ฟินแลนด์มีพรมแดนติดรัสเซียยาว 1,300 กิโลเมตร สวีเดนเข้านาโต้แล้ว รัสเซียไม่ได้ทำสงครามกับทั้งสองประเทศ เพราะภูมิประเทศป่าทึบทางเหนือไม่ใช่เส้นทางรุกรานมอสโก

ยูเครนต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เป็นที่ราบกว้างใหญ่ เส้นทางตรงสู่มอสโก ถ้ามีฐานทัพนาโต้ที่นั่น ขีปนาวุธจะถึงมอสโกก่อนที่รัสเซียจะมีเวลาตอบโต้

สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ไม่ใช่ดินแดนยูเครนทั้งหมด แต่คือการกำจัดร่มนิวเคลียร์อเมริกันออกจากชายแดน

การบุกยูเครน คือวิธีที่เขาเลือก แต่มันให้ผลตรงข้ามกับที่ต้องการก่อนบุก ฟินแลนด์และสวีเดนไม่ได้อยู่ในนาโต้ หลังบุก ทั้งสองเข้านาโต้แล้ว รัสเซียได้ดินแดนบางส่วนของยูเครนที่ยังไม่ได้เข้านาโต้ แต่แลกกับพรมแดนนาโต้ที่ยาวขึ้นหลายพันกิโลเมตร

รัสเซียได้ดีลที่แย่กว่าเดิม

ยูเครนคือมรดกที่มีค่ากว่าดินแดน

สงครามยูเครนพิสูจน์สองสิ่งพร้อมกัน

หนึ่ง รัสเซียไม่ใช่เครื่องจักรสงครามที่ไร้ที่ติ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเศษเสี้ยวของยุโรปสามารถทำให้กองทัพรัสเซียเจ็บปวดหนักได้

สอง สงครามนี้ทิ้งมรดกที่มีค่ากว่าดินแดนใดๆ นั่นคือ know-how สงครามสมัยใหม่ที่สะสมจากการสู้รบจริง ตั้งแต่ drone warfare ไปจนถึง network-centric warfare และการปรับตัวแบบเรียลไทม์ที่ไม่มีหนังสือเรียนเล่มไหนสอนได้

สิ่งนี้อยู่ในคน ไม่ใช่ในแผนที่ ต่อให้ยูเครนเสียดินแดนบางส่วน ความรู้นั้นยังอยู่ ยังถ่ายทอดได้ ยูเครนสามารถเปลี่ยน know-how นั้นเป็นรายได้ ฝึกกองทัพยุโรป ขายประสบการณ์สงครามสมัยใหม่ที่ไม่มีประเทศไหนมี

ยูเครนไม่ใช่แค่สงคราม มันคือ school และ signal ในเวลาเดียวกัน

กองทัพยุโรปอิสระ

และ Deal ที่ทุกฝ่ายรับได้

ทางออกไม่ใช่การสร้างนาโต้ใหม่ในชื่ออื่น แต่คือกองทัพที่มีพลังต่างกัน

นาโต้มี Article 5 ที่ทำให้อเมริกาต้องเข้าร่วมรบถ้าสมาชิกถูกโจมตี และที่สำคัญกว่านั้นคือ ร่มนิวเคลียร์อเมริกันที่คลุมทุกประเทศโดยอัตโนมัติ กองทัพยุโรปอิสระต่างออกไปมีพันธะช่วยกันเหมือนกัน แต่ไม่มีนิวเคลียร์อเมริกาเป็นร่มที่คลุมทุกประเทศ ฝรั่งเศสมีนิวเคลียร์แต่เป็นของฝรั่งเศส ไม่ใช่ร่มที่อเมริกาสัญญาว่าจะใช้แทนทุกประเทศ รัสเซียจึงไม่มีเหตุผลต้องมองว่าเป็นภัยคุกคามแบบเดิม แต่ยังเป็นกองทัพที่มีกำลังพอปกป้องตัวเองได้

รัสเซียมีนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่นิวเคลียร์ใช้ไม่ได้ในสงครามจริง เพราะผู้ใช้จะถูกตอบโต้จนล่มสลาย ฝรั่งเศสมีนิวเคลียร์เพียงพอที่จะทำให้รัสเซียรู้ว่าการโจมตียุโรปมีราคาที่รับไม่ไหว นั่นคือ deterrence ที่เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเป็นร่มของอเมริกา

ประเทศยุโรปที่อยู่ในนาโต้เกือบทั้งหมดอยู่ใน EU ดังนั้น กองทัพยุโรปอิสระจึงครอบคลุมประเทศเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครต้องเลือกใหม่ และไม่ต้องสร้างกองทัพจากศูนย์

ยูเครนที่สะสม know-how สงครามสมัยใหม่มาสามปีคือครูที่ดีที่สุดที่ยุโรปจะหาได้ ยูเครนไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก แต่เชิญมาถ่ายทอดความรู้ได้ ยุโรปได้ know-how ยูเครนได้รายได้ และรัสเซียไม่มีเหตุผลกังวล เพราะนี่ไม่ใช่ยูเครนเข้านาโต้

ยุโรปที่ผ่านสงครามยูเครนมาสามปีไม่ใช่ยุโรปที่รัสเซียเคยรู้จัก มันรู้แล้วว่าสู้ได้

พร้อมเจรจา และพร้อมทำสงคราม อยู่ที่รัสเซียเลือก

Article 13 ของสนธิสัญญานาโต้ระบุชัดว่าประเทศสมาชิกสามารถถอนตัวได้โดยแจ้งล่วงหน้าหนึ่งปี ไม่ต้องขออนุญาตใคร ไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรสของอเมริกา และไม่จำเป็นต้องถอนพร้อมกันทุกประเทศ เพียงประเทศที่มีน้ำหนักทางเศรษฐกิจและการทหาร เช่น เยอรมนี และฝรั่งเศสก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนสมการ

ยุโรปมีเหตุผลทางการเมืองที่สมบูรณ์แบบในการถอนตัวตอนนี้ ความโกรธสะสมมาตั้งแต่สงครามการค้า การคุกคามกรีนแลนด์ และ Operation Epic Fury ที่พิสูจน์ให้เห็นว่านาโต้ไม่ได้ปกป้องยุโรป แต่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากยุโรป ทรัมป์เองก็อยากออกจากนาโต้มาตลอด

การออกจากนาโต้จึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการประกาศอิสรภาพ

เส้นทางที่เป็นไปได้คือยุโรปถอนตัวจากนาโต้ แลกกับรัสเซียคืนดินแดนยูเครนบางส่วนและยอมรับเส้นแบ่งที่ชัดเจน ดีลนี้ต่างจากการเจรจาทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะให้รัสเซียได้สิ่งที่ต้องการจริงๆ

ปูตินจะอมยิ้มว่าตัวเองชนะ และเขาไม่ได้คิดผิด แต่การยิ้มนั้นมีราคา

เมื่อนาโต้หายไป ข้ออ้างที่เขาใช้รักษาอำนาจภายในประเทศก็หายไปด้วย แรงกดดันเศรษฐกิจจากการคว่ำบาตรที่สะสมมาหลายปีจะบีบให้ต้องเลือก และทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับรัสเซียเองคือ หันมาค้าขายและสร้างความมั่งคั่งแบบที่ปีเตอร์มหาราชทำจริงๆ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เพราะมันคุ้มกว่า

ปูตินอยากเป็นปีเตอร์มหาราช

แต่กำลังเดินทางของอีวานผู้โหดร้าย

Lavrov รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียพูดไว้ว่า ปูตินมีที่ปรึกษาสามคน คืออีวานผู้โหดร้าย ปีเตอร์มหาราช และแคทเธอรีนมหาราช

ปูตินเปรียบตัวเองกับปีเตอร์อย่างเปิดเผย มีรูปปีเตอร์ในออฟฟิศ แต่ปีเตอร์ที่เขาเลือกคือปีเตอร์แบบขยายดินแดน นอกจากนี้ยังลงทุนสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้อีวานผู้โหดร้าย ฉายหนังและซีรีส์ยกย่องกว่า 12 เรื่องในโทรทัศน์ของรัสเซีย และในปี 2025 เขาตั้งองค์กรชื่อ Oprichnina ซึ่งเป็นชื่อหน่วยสังหารส่วนตัวของอีวานในศตวรรษที่ 16

ปูตินใช้ปีเตอร์เป็นข้ออ้างสำหรับการขยายดินแดน และใช้อีวานเป็นโมเดลสำหรับการปกครองภายใน แต่ปูตินเป็นนักคำนวณ ไม่ใช่นักอุดมการณ์ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เครื่องมือที่เขาเลือกก็จะเปลี่ยนด้วย

ในช่วงแรก เขาอาจเลือกบุกต่อ แต่ยิ่งบุกยิ่งได้น้อยลง เพราะยุโรปที่สร้างกองทัพอิสระจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ปกป้องดินแดนที่เหลือได้ดีขึ้น ต้นทุนของรัสเซียในการทำสงครามขยายดินแดนจะสูงขึ้น ผลตอบแทนลดลง

ถึงจุดหนึ่ง การค้าจะคุ้มกว่าสงครามอย่างชัดเจน

วันนั้นปีเตอร์ตัวจริงจะปรากฏ

ปีเตอร์ตัวจริงต่างจากที่ปูตินอ้างโดยสิ้นเชิง เขาเดินทางไปยุโรปแบบปลอมตัว เรียนต่อเรือที่ฮอลแลนด์ด้วยมือตัวเอง กลับมาพร้อมช่างฝีมือหลายร้อยคน สร้างโรงงานเหล็กในอูราลจนรัสเซียกลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์เพื่อดึงนักวิทยาศาสตร์จากยุโรป และทำให้การค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นเจ็ดเท่าในรัชกาลเดียว

เขาขยายดินแดนเฉพาะที่จำเป็นเพื่อให้ได้ทางออกสู่ทะเล แล้วใช้ทางออกนั้นสร้างความมั่งคั่ง ไม่ใช่สร้างสงคราม

พันธมิตรที่ไม่มีใครประกาศ

ปูตินเสนอพันธมิตรยูเรเซีย (Eurasian Alliance) มาตั้งแต่ปี 2011 บนแนวคิดที่เรียกว่า Eurasianism ซึ่งมองรัสเซียเป็นอารยธรรมเอเชียที่ต้องต้านตะวันตก ยุโรปอยู่ฝั่งศัตรู ไม่ใช่ฝั่งพันธมิตร

นั่นคือพันธมิตรยูเรเซียที่เกิดจากความเกลียดชัง

แต่รัสเซียในประวัติศาสตร์ไม่ได้มองตัวเองเป็นเอเชีย ปีเตอร์มหาราชสร้าง St. Petersburg เพื่อเป็นหน้าต่างสู่ยุโรป Eurasianism ที่ปูตินใช้จึงอาจเป็นปฏิกิริยาต่อการถูกกีดกัน ไม่ใช่ธรรมชาติที่แท้จริงของรัสเซีย

เมื่อนาโต้หายไป เหตุผลของการเป็นศัตรูก็หายไปด้วย

ที่สำคัญยุ โรปมีไพ่ที่จีนต้องการมากที่สุดในโลก นั่นคือเทคโนโลยี EUV ที่ทำให้การผลิตชิปขั้นสูงเป็นไปได้ กว่า 80% ของ supply chain อยู่กระจายในยุโรป ตั้งแต่วัตถุดิบพิเศษไปจนถึงชิ้นส่วนที่ใช้เวลาสะสมความเชี่ยวชาญหลายสิบปี จีนทุ่มเงินมหาศาลพยายามสร้างทดแทนมาหลายปีโดยไม่สำเร็จ เพราะมันไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่คือความรู้ที่ฝังอยู่ในคนและระบบที่ลอกเลียนแบบไม่ได้

แรงกดดันนี้บีบให้สามฝ่ายพบกันเองโดยไม่ต้องนัดหมาย ยุโรปมีเทคโนโลยี รัสเซียมีทรัพยากร จีนมีตลาดและกำลังการผลิต ไม่มีใครด้อยกว่าใคร ไม่มีใครต้องยอมแพ้

ไม่มีใครต้องประกาศ แต่ผลประโยชน์จะพาทุกฝ่ายมาบรรจบกันเอง

บทสรุป

Asimov เขียนไว้ในนิยายสถาบันสถาปนา (Foundation) ทำนองว่า “อนาคตประวัติศาสตร์จะกำหนดให้เหลือทางเลือกเดียว และทางนั้นคือทางที่ใช่”

สงครามดูเหมือนไม่มีวันจบ แต่ปัจจัยที่ทำให้จบได้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ยุโรปเหนื่อยและโกรธ อเมริกาอยากถอนตัว ปูตินต้องการข้ออ้างให้ประกาศชัยชนะ ยูเครนสะสม know-how ที่โลกต้องการ และจีนยืนรออยู่พร้อมกับเงินและตลาดมหาศาล รอวันที่ยุโรปต้องการพันธมิตรใหม่

ทุกตัวแปรกำลังเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือจุดที่ Asimov พูดถึง จุดที่นาโต้ล่มสลาย และยุโรปกับเอเชียหันหากันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

ลองนึกภาพดู สิบปีข้างหน้า ท่อก๊าซรัสเซียทำงานอีกครั้ง โรงงานเยอรมันได้พลังงานราคาถูก ยูเครนกลายเป็นศูนย์ฝึกกองทัพที่ดีที่สุดในโลก ยุโรปและรัสเซียอยู่ร่วมกันในทวีปเดียวกันโดยไม่ต้องพึ่งอเมริกาเป็นผู้ตัดสิน และยุโรปยืนอยู่ตรงกลางโดยไม่ต้องเลือกข้าง

นั่นไม่ใช่โลกใหม่ แต่เป็นโลกที่เคยมีอยู่และถูกทำลายไป

ปีเตอร์มหาราชไม่ได้รอฉันทมติ เขาตัดสินใจเองว่ารัสเซียต้องเปลี่ยน แล้วลงมือก่อนที่ใครจะพร้อม คำถามตอนนี้คือ ใครในยุโรปจะกล้าเป็นคนนั้น กล้าถอนตัวจากนาโต้ก่อน กล้าเจรจากับรัสเซียก่อน และกล้ารับผิดชอบโลกที่ตามมา

ประวัติศาสตร์ไม่ได้รอให้คนพร้อม มันแค่เดินหน้าต่อ พาไปทั้งคนที่เห็นและคนที่ไม่เห็น

มันไม่ใช่โลกที่ใครชนะใครแพ้ แต่เป็นโลกที่ทุกฝ่ายพบว่าร่วมมือกันคุ้มกว่า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนรอย ครูเบญ ถึง ครูนิ่ม ซ้ำซาก วิกฤตระบบสอบครู
SONG SUNG BLUE | ‘มิตรรักนักเพลง’
ซีพี กับภาระอันหนักอึ้ง
Songs in the Key of Life : ใต้เงาจันทร์
‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์
รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม
อนาคตการทำงาน คือ ‘ความเป็นคน’
เปิดโผ ตท.28 ดัน ‘แม่ทัพไก่’ ขึ้น 5 เสือจ่อ ผบ.ทบ. จัดทัพ ‘ฉก.คอแดง’ -แม่ทัพ 1ใหม่ ทบ.วัดพลัง ตท.26-ตท.28 ตท.27 เข็น ‘บิ๊กใหญ่’ ชิง ทบ.1
‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’ นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (13)
‘พันธุ์อาจ ชัยรัตน์’ โยน ‘บิ๊กไอเดีย’ ‘ยุบ-รวม’ กระทรวง ‘อว.-ดีอี’
เจ้าของ ‘แหวนตราประทับทองคำ’ อายุ 2,100 ปี พบใหม่ที่ดอนยายทอง เพชรบุรี ควรเป็นชนชาติใด?