มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า อบจ.เชียงใหม่อัดงบ 350 ล้าน จัดซื้อรถโดยสารอีวีวิ่งทั่วเมือง
โดยเนื้อข่าวรายงานว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ จัดซื้อรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Bus จำนวน 34 คัน เพื่อนำมาวิ่งให้บริการในโครงข่ายขนส่งมวลชนรอบเมืองเชียงใหม่ โดยจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามารับสัมปทานเดินรถตามเส้นทางที่กำหนด
ทั้งนี้ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ ประกาศร่วมกันสนับสนุนแผนงานนี้ เพื่อลดมลภาวะทางอากาศ ส่งเสริมภาพลักษณ์เชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก และให้บริการประชาชน
เรื่องการจัดซื้อรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานสันดาปนั้น ชัดเจนว่าจะลดมลภาวะทางอากาศได้แน่นอน
ตามสภาพปัจจุบัน ถนนทั้งในเมืองเก่าและในเมืองเชียงใหม่ยังคงสภาพและขนาดทางสัญจรที่มีมาแต่เดิม ที่ไม่กว้างพอที่จะรองรับการเคลื่อนที่ของรถโดยสารขนาดใหญ่ทั่วไปได้
ดังนั้น เส้นทางที่เริ่มจากสองสายแรก คือสาย 18 จากสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ ไปถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ที่อยู่เชิงดอย และสาย 20 จากสถานีขนส่ง ศูนย์ประชุม และศูนย์ราชการ ไปถึงโรงพยาบาลนครพิงค์ ที่แม่ริมนั้น
ถนนตามเส้นทางล้วนเป็นถนนหรือทางหลวงใหม่ จึงกว้างพอสำหรับรถโดยสาร เส้นทางดังกล่าวยังอยู่นอกเมือง จึงไม่สร้างปัญหาให้กับเมืองเก่าที่ต่อไปจะเป็นเมืองมรดกโลก
เมื่อเส้นทางเดินรถโดยสารผ่านสถานที่สำคัญที่อยู่นอกเมืองนั้น จึงกลายเป็นชัตเทิลบัส (Shuttle Bus) รถโดยสารที่วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างจุดหมายปลายทาง จึงไม่ใช่รถโดยสารบริการประชาชนในเมือง ที่เป็นวัตถุประสงค์ข้อสุดท้าย
นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด มีหน้าที่หลักในการพัฒนาจังหวัด และดูแลงานที่เกินขอบเขตของเทศบาลหรือ อบต.
ดังนั้น ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับบริการ ย่อมไม่ต้องคำนึงถึงคนในเขตเทศบาลหรือคนในเมือง

จึงเกิดคำถามว่า แผนงานระบบขนส่งสาธารณะนี้ จะให้บริการใคร
คงไม่ใช่คนในเมืองที่สัญจรไปมา เพราะไม่อยู่ในพื้นที่บริการ
อีกทั้งไม่รองรับคนที่อยู่ย่านพักอาศัยชานเมืองที่ต้องเข้ามาทำงาน หรือส่งลูกเรียนในเมือง รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่พักแรมในเมืองจะออกไปท่องเที่ยวนอกเมือง
แผนงานนี้ยังไม่เอื้อประโยชน์ใดๆ ให้คนในต่างอำเภอที่อยู่ในภาระหน้าที่ของ อบจ.
ที่จริงแผนงานนี้ไม่ใช่โครงการเดินรถโดยสารแรก เพราะมีบริษัทเอกชนรับสัมปทานเดินรถประจำทางมาแล้ว หลายบริษัท หลายกรณี ล้วนไม่ประสบความสำเร็จ
แต่จะว่าไปโครงการรถโดยสารอีวีนี้ก็ดีกว่าโครงการขนส่งมวลชนระบบราง ที่เป็นแค่วางแผน ศึกษาความเป็นไปได้
และนิ่งเงียบหายไป
