bg-single

อ่าน สังคม ‘สยาม’ ผ่าน ราคา ‘เบียร์’ นอก สู่สถานะ ‘นักเขียน’

30.09.2026

บทความพิเศษ

อ่าน สังคม ‘สยาม’

ผ่าน ราคา ‘เบียร์’ นอก

สู่สถานะ ‘นักเขียน’

สถานะระหว่างการเป็น “นักเขียนอาชีพ” กับการเป็น “นักเขียนสมัครเล่น” หรือดำรงอยู่อย่างเป็นเชลยศักดิ์จะวัดได้อย่างไร

วัดจาก “จินตนาการ” หรือ “ความเป็นจริง”

กล่าวสำหรับดุสิต สมิโตปกรณ์ เขาวัดและประเมินได้จากการจัด “งานเลี้ยง” หรือที่ตรงกับ “PARTY” ในภาษาอังกฤษ

“ผมเชิญคนโตๆ” ดุสิต สมิโตปกรณ์ กล่าวต่อ ระพินทร์ ยุทธศิลป์

“โดยมาก ขนาดคุณพระและเจ้าคุณคนโตๆ ที่ไม่ใคร่มีเงิน ผมสนุกในการคบกับท่านพวกนี้ ผมมีเหล้าอย่างดีและแปลกๆ รับรองท่าน เมื่อท่านดื่มเหล้าของผมเข้าไปสักจิบสองจิบ ท่านจะลืมภาษาอื่นๆ หมดนอกจากภาษาชมเชย”

เป็นคำชมเชยอันอยู่ในความคาดหมายของดุสิต สมิโตปกรณ์

“มีความจริงน้อยกว่าความโกหก แต่ผมไม่ต้องการความจริงจากท่านพวกนี้ ผมต้องการให้ท่านมาโกหกให้ผมฟัง ส่วนความจริงผมเรียนจากหนังสือและทางอื่น”

ที่น่าสนใจก็คือ การจัด “สมาคม” หรือ “งานเลี้ยง” หรือ PARTY เดือนละครั้งนั้น

“ผมเสียเงินเลี้ยงดูคราวหนึ่งๆ ไม่เกิน 100 บาท”

ความน่าสนใจมากกว่านั้นยังเป็นจำนวนเงิน 100 บาท เมื่อต้นทศวรรษ 2470 ของสังคมประเทศสยาม

ในยุคอันได้รับผลสะเทือนจาก “เศรษฐกิจตกต่ำ” ระดับโลก

ค่าของคน ค่าของเงิน

วิถีเศรษฐกิจ วิถีสังคม

หากย้อนกลับไปยังบรรยากาศและการเคลื่อนไหวของห้องเช่านัมเบอร์ 185 ก. อันเป็นที่ชุมนุมของสมาคมคนเก่ง 3 คน ต่างอาชีพ

ก็จะสามารถเชื่อมโยงกับพื้นฐานการจัด “สมาคม” ด้วยเงิน 100 บาทได้อย่างเด่นชัด

เงินจำนวน 100 บาทอันดุสิต สมิโตปกรณ์ ใช้จ่ายเพื่อการ “สมาคม” แต่ละเดือนของเขาในห้วงต้นทศวรรษ 2470 กับเงินจำนวน 100 บาทในปัจจุบันแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

ทั้งๆ ที่ในแง่จำนวนนับเป็นเงินจำนวน 100 บาทเหมือนกัน

มีความแตกต่างมากน้อยเพียงใดขอให้พิจารณาศึกษาจากรายละเอียดบางประการในเรื่องสั้นขนาดยาวที่ชื่อ “ทำงาน-ทำเงิน”

ซึ่งไม่เพียงมีองค์ประกอบของทรรพ อนุพันธ์ นักวาดเขียนมีฝีมือ และดนัย บุณยเสนี นายทหารผู้เพิ่งอำลาจากชีวิตราชการเท่านั้น หากแต่ยังมีดุสิต สมิโตปกรณ์ ผู้เพิ่งตกงาน

เป็นดุสิต สมิโตปกรณ์ ซึ่งเป็น “นักหนังสือพิมพ์” มิใช่ดุสิต สมิโตปกรณ์ ซึ่งเป็น “นักประพันธ์”

หากแต่รายละเอียดการบรรยายบางอย่างที่ดำรงอยู่ภายในเรื่องสั้นขนาดยาวชื่อ “ทำงาน-ทำเงิน” ของ “ศรีบูรพา” ได้ฉายสถานะทางเศรษฐกิจและค่าของเงินในห้วงต้นทศวรรษ 2470 ได้เป็นอย่างดี

จำเป็นต้องอ่าน

อ่านค่าอาหาร ค่าเงิน

สะท้อน สังคมสยาม

ดุสิต สมิโตปกรณ์ ส่งธนบัตรใบละ 5 บาทให้แก่เด็กคนใช้ พร้อมกับออกคำสั่งว่า

“อาหาร 6 จาน เบียร์ 4 ขวด และบุหรี่ทรีคาสเซิล 1 กระป๋อง”

ทรรพ อนุพันธ์ ร้องทักขึ้นว่า “อย่าลืม เรากำลังไม่มีงานทำ ลดรายจ่ายลงมาครึ่งหนึ่ง”

“ทำตามคำสั่ง” นายดุสิต สมิโตปกรณ์ พูดอย่างเฉียบขาด

เด็กวิ่งลงบันไดไปในทันที

แล้วเขาหันมาพูดกับเพื่อน “เราอยู่สำหรับวันนี้นะคุณ นี่ควรเป็นหลักของคนหนุ่มและโสด ทรรพไม่ต้องตกใจ เราหาเงินด้วยมือข้างหนึ่ง จงใช้มันด้วยมืออีกข้างหนึ่ง นี่แหละเป็นยุติธรรมแก่ตัวเอง”

“ก็เผื่อว่าพรุ่งนี้เราไม่มี” ทรรพอุทธรณ์

“ก็เผื่อว่าเรามีบ้างจะเป็นไร” นายบุณยเสนีให้คำชี้ขาดว่าตกลงตามความเห็นของดุสิต สมิโตปกรณ์

“แล้วนี่จะคิดอ่านทำอะไร ตั้งหนังสือพิมพ์ขึ้นใหม่หรือ” ทรรพถาม

“อ๋อ อ้ายเรื่องความคิดน่ะ คนอย่างผมอยากจะคิดตั้งเมืองขึ้นสักเมืองหนึ่งเสียด้วยซ้ำ แต่เรื่องนี่แหละมาทำให้จนความคิดไปหมด ความคิดกับเงินมันไม่ใคร่จะรวมหัวอยู่ในคนเดียวกันเสียด้วยนา มันบ้าสิ้นดี”

“ผมเห็นด้วย” นายบุณยเสนีตบโต๊ะดังผาง

“เจ้าพวกนายๆ มันมีเงินทุกคน แต่ผมเห็นว่าผมมีความคิดดีกว่ามัน ความคิดนะดุสิต ความคิดกับความรู้ไม่เหมือนกัน”

“ผมทราบแล้วข้อนั้น”

เด็กนำอาหารขึ้นมาเสิร์ฟ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ร้องว่า “เอาเบียร์มาก่อน ไหนขอจับขวด บ๊ะ! เย็นเจี๊ยบเทียว อ้ายนี่คงชื่นใจนัก”

เขาหันมาทางดนัย “ดีกว่าผู้หญิงในบางคราว จริงไหมคุณ”

อ่านสถานะ ของคน

ทะลุ “อาชีพอิสระ”

ต้องไม่ลืมว่า ทรรพ อนุพันธ์ ต้องออกจากงานเพราะปัญหาความรัก เป็นความรักระหว่างหนุ่ม “นักวาดเขียน” กับลูกสาวคนสวยของ “นายห้าง”

ขณะเดียวกัน เมื่อมองไปยังดุสิต สมิโตปกรณ์

ตอนที่เวียนเข้าเวียนออกแต่ละสำนักงานหนังสือพิมพ์ก็เป็นคนหนุ่มซึ่งกำลังคึกคะนองไม่ต่างไปจากโกมล ดุสิตสมิต แห่งนวนิยายเรื่อง “ปราบพยศ” มากนัก

ประการสำคัญ ดุสิต สมิโตปกรณ์ เป็นหนุ่มโสดเช่นเดียวกับกุหลาบ สายประดิษฐ์

เป็นกุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่เพิ่งอายุได้ 26

และเป็นกุหลาบ สายประดิษฐ์ อันมีชื่อเสียงจากการบุกเบิกวรรณกรรมสมัยใหม่ด้วยนวนิยายเรื่อง “ลูกผู้ชาย” และ “ปราบพยศ” อันลือชื่อ

เป็นกุหลาบ สายประดิษฐ์ ซึ่งได้เงินเดือน 40 บาท ในฐานะผู้ช่วยบรรณาธิการหนังสือ “เสนาศึกษาและเผยแผ่วิทยาศาสตร์” ของโรงเรียนนายร้อยทหารบก กรมยุทธศึกษาทหารบก

จึงไม่แปลกที่เงินจำนวน 5 บาทสร้างฤทธานุภาพถึงระดับที่ดุสิต สมิโตปกรณ์ สั่งเด็กรับใช้ด้วยน้ำเสียงอันเฉียบขาดมั่นคงว่า

“อาหาร 6 จาน เบียร์ 4 ขวด และบุหรี่ทรีคาสเซิล 1 กระป๋อง”

ราวกับเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 500 หรือ 1,000 กว่าบาทในทุกวันนี้

เด่นชัดว่า จากปี 2474 มายังปี 2569 ค่าของเงินแปรเปลี่ยนในลักษณะเพิ่มขยายอย่างชนิดพุ่งทะยาน

ยิ่งหากมองลึกถึงสภาพเศรษฐกิจที่ “ตกต่ำ” ยิ่งชวนให้ตระหนก

เป็นความตกต่ำซึ่งไม่เพียงแต่บรรดานักวาดเขียน บรรดานักหนังสือพิมพ์จะต้องตกงาน

หากแม้กระทั่งข้าราชการก็ต้องถูก “ดุล” ออกจากตำแหน่ง

บทสรุป ค่าเงิน 100 บาท

ผ่านราคา เบียร์คาสเซิล

จึงมิได้เป็นเรื่องแปลกอย่างเหลือเชื่อ หากดุสิต สมิโตปกรณ์ ในฐานะนักประพันธ์ยอดนิยมสามารถใช้เงิน 100 บาท

จัดการสิ่งที่เรียกว่า “สมาคม” ขึ้นได้อย่างใหญ่โตในคฤหาสน์หลังงาน

เพราะหากว่าดุสิต สมิโตปกรณ์ ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ตกงาน สามารถใช้เงิน 5 บาทซื้ออาหาร 6 จาน เบียร์ 4 ขวด และบุหรี่นอกยี่ห้อทรีคาสเซิลได้ 1 กระป๋อง

เงิน 100 บาทเมื่อปี 2474 ย่อมมีค่าไม่ต่ำกว่า 10,000-100,000 บาท



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

50 ปี 6 ตุลา (4) การเมืองเรื่องนิรโทษกรรม
ศิลป์ พีระศรี กับการประกอบสร้าง คุณค่าและความงามศิลปะสุโขทัย (2)
ไทยใหม่ กับ สุริยา ‘ศรีบูรพา’ กับ ‘ยาขอบ’ นักเขียน ‘อาชีพ’
Default Mode Network ปล่อยให้สมองได้พักบ้าง
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (195)
อ่าน สังคม ‘สยาม’ ผ่าน ราคา ‘เบียร์’ นอก สู่สถานะ ‘นักเขียน’
พระสารสาสน์พลขันธ์ : ความคิดทางการเมือง (33)
เชลยศึกสงครามลาว (50)
E-DUANG | มองทะลุ “วิวาทะ” การเมือง รัฐมนตรีช่วย กับ นักวิชาการ
กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับ อ.ส.ค.มอบผลิตภัณฑ์นมกล่อง UHT ไทย-เดนมาร์ค ให้มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 360,000 กล่อง เพื่อสนับสนุน-ส่งต่อความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ
ศ.สุชาติ การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล​สหรัฐ​ (Yield) อย่างเร็วและมาก​ ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐ​ฯ​ เริ่มเข้าใกล้จุดจบของการเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก
50 ปี 6 ตุลา : วันที่เปลี่ยนชีวิต | สุรชาติ บำรุงสุข